Search this web siteHelpAdd bookmarkEnglish versionThai version
Personal BankingBusiness BankingAbout Bankok Bank
Skip Navigation Links
รางวัลแห่งเกียรติยศExpand รางวัลแห่งเกียรติยศ
ธนาคารกรุงเทพวันนี้Expand ธนาคารกรุงเทพวันนี้
นโยบายการกำกับดูแลกิจการExpand นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
องค์กรแห่งนวัตกรรม
กิจกรรมเพื่อสังคมExpand กิจกรรมเพื่อสังคม
ห้องสมุดข่าว
งานกับธนาคารExpand งานกับธนาคาร
ศึกษาต่อต่างประเทศExpand ศึกษาต่อต่างประเทศ
ทรัพย์สินพร้อมขายExpand ทรัพย์สินพร้อมขาย
ธุรกิจสัมพันธ์จีนExpand ธุรกิจสัมพันธ์จีน
ธุรกิจสัมพันธ์ญี่ปุ่น
สาขาต่างประเทศExpand สาขาต่างประเทศ
สารจากประธานกรรมการธนาคาร
สารจากประธานกรรมการธนาคาร
 

เศรษฐกิจของโลกในปี 2551 มีความผันผวนรุนแรงอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน โดยมีสาเหตุมาจากฟองสบู่แตกในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางการเงินที่ลุกลามไปทั่วโลก

ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจทั้งของประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้รัฐบาลของเกือบทุกประเทศต้องดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งไม่ให้ระบบเศรษฐกิจทรุดตัวเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยมีการอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบการเงินเพื่อรักษาสภาพคล่อง พร้อมทั้งกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการบริโภคเพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เคลื่อนตัวต่อไป ในขณะที่บรรดาประเทศที่พัฒนาแล้วต่างพากันลดอัตราดอกเบี้ยจนใกล้ถึงระดับศูนย์เปอร์เซ็นต์เข้าไปทุกที

แม้ประเทศไทยจะอยู่ห่างจากศูนย์กลางของจุดกำเนิดวิกฤตเศรษฐกิจพอสมควร และภาคการเงินของประเทศก็ยังคงมีเสถียรภาพที่ดี แต่ก็ไม่สามารถหลีกพ้นผลกระทบจากการชะลอของตลาดสินค้าส่งออกในภูมิภาคสำคัญของโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีน และญี่ปุ่น เนื่องจากประมาณครึ่งหนึ่งของสินค้าที่ประเทศไทยส่งออกมีตลาดหลักอยู่ในประเทศเหล่านั้น โดย ณ สิ้นปี 2551 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ขยายตัวในอัตราเพียงร้อยละ 2.6 ซึ่งลดลงจากที่เคยขยายตัวในปี 2550 ที่ร้อยละ 4.8

สำหรับปี 2552 นี้ หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยจะชะลอตัวลงไปอีก โดยมีอัตราการเจริญเติบโตอยู่ระหว่างร้อยละ -2.0 ถึงร้อยละ 0 หากปัญหาทางเศรษฐกิจของโลกได้รับการแก้ไขจนหยุดลุกลาม และรัฐบาลไทยสามารถดำเนินมาตรการด้านการคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาเศรษฐกิจของโลกนำมาซึ่งความท้าทายอย่างใหญ่หลวงสำหรับธนาคารกรุงเทพ แต่ในขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งโอกาสอย่างมหาศาลด้วยการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบรัดกุมยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น และธนาคารได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ขณะนี้ธนาคารมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดี และสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของ Basel II ได้อย่างครบถ้วน

ธนาคารกรุงเทพก้าวสู่ปี 2552 ด้วยเสถียรภาพทางการเงินในระดับสูง โดยมีกำไรสุทธิจากผลประกอบการในปี 2551 จำนวน 20,043 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าในอัตราร้อยละ 4.9 (คิดเป็นกำไร 10.50 บาท ต่อหุ้น) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของสินเชื่อ โดยมีฐานเงินฝากที่แข็งแกร่งเป็นกำลังสำคัญ และธนาคารจะยังคงพยายามรักษาและขยายฐานเงินฝากต่อไปเพื่อให้มีสภาพคล่องที่เหมาะสม การบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และธุรกิจขยายตัวอย่างมีคุณภาพ ปัจจุบันธนาคารมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง และเงินกองทุนขั้นที่ 1 ในอัตราร้อยละ 14.6 และอัตราร้อยละ 11.9 ตามลำดับ ซึ่งจัดว่าอยู่ระดับสถานะที่เข้มแข็ง โดยมีสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพียงร้อยละ 4.6

ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยนานาประการดังกล่าวข้างต้น ธนาคารกรุงเทพยังคงมุ่งมั่นร่วมพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย พร้อมทั้งจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนลูกค้าและภาคธุรกิจโดยรวม ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยค้ำจุนระบบเศรษฐกิจของไทยให้ยังคงมีเสถียรภาพภายใต้สภาวะที่ยากลำบากนี้

ในด้านกิจการธนาคารต่างประเทศ ธนาคารมีเป้าหมายที่จะจัดตั้งธนาคารกรุงเทพในฐานะธนาคารท้องถิ่นในประเทศจีนภายในปี 2552 ซึ่งจะเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของธนาคาร จากที่ในปัจจุบันนี้ ธนาคารกรุงเทพมีสาขาในรูปแบบของธนาคารต่างประเทศในประเทศจีนอยู่ 4 สาขาแล้ว อันได้แก่ สาขาปักกิ่ง สาขาเซี่ยงไฮ้ สาขาเซี่ยะเหมิน และ
สาขาเสิ่นเจิ้น และเพราะเศรษฐกิจของประเทศจีนมีการพัฒนาที่รุดหน้าอยู่ตลอดเวลา และมีศักยภาพในการเจริญเติบโตที่สูง การจัดตั้งธนาคารกรุงเทพในฐานะธนาคารท้องถิ่นในประเทศจีน จะช่วยให้ธนาคารสามารถสนับสนุนลูกค้าจากประเทศฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้นสำหรับการขยายการค้าหรือการลงทุนเข้าไปยังประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดการเชื่อมโยงในทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในเอเชีย

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการธนาคาร ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่าน ตลอดจนลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่ยังคงให้การสนับสนุนธนาคารกรุงเทพอย่างมั่นคง พร้อมทั้งขอขอบคุณเป็นพิเศษต่อคณะผู้บริหารและพนักงาน สำหรับความทุ่มเท ความจริงใจ และความวิริยอุตสาหะ ที่อุทิศให้แก่ธนาคารโดยการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างเข้มแข็งในท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก หากปราศจากท่านเหล่านี้ ธนาคารกรุงเทพคงไม่อาจก้าวหน้าและยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้