Search this web siteHelpAdd bookmarkEnglish versionThai version
Personal BankingBusiness BankingAbout Bankok Bank
Skip Navigation Links
รางวัลแห่งเกียรติยศ
ธนาคารกรุงเทพวันนี้Expand ธนาคารกรุงเทพวันนี้
นโยบายการกำกับดูแลกิจการExpand นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
องค์กรแห่งนวัตกรรม
ภารกิจต่อสังคมExpand ภารกิจต่อสังคม
ห้องสมุดข่าว
งานกับธนาคารExpand งานกับธนาคาร
ศึกษาต่อต่างประเทศExpand ศึกษาต่อต่างประเทศ
ทรัพย์สินพร้อมขายExpand ทรัพย์สินพร้อมขาย
ธุรกิจสัมพันธ์จีนExpand ธุรกิจสัมพันธ์จีน
ธุรกิจสัมพันธ์ญี่ปุ่น
สาขาต่างประเทศExpand สาขาต่างประเทศ
สารจากประธานกรรมการบริหาร
สารจากประธานกรรมการบริหาร
 


ในปี 2552 เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับปัญหาอันเกิดจากวิกฤตการณ์ทางการเงินของโลกและปัญหาการเมืองภายในประเทศ แม้กระนั้นก็ตาม ธนาคารกรุงเทพสามารถฟันฝ่าความยากลำบากมาได้อย่างปลอดภัย โดยยังสามารถรักษาผลประกอบการของธนาคารให้อยู่ในระดับที่ดีพร้อมทั้งดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดควบคู่กันไป

ภาวะเศรษฐกิจของประเทศเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐและความต้องการสินค้าส่งออกของไทยที่เริ่มกระเตื้องขึ้น ภาวะเช่นนี้ส่งผลให้ลูกค้ามีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้นด้วยในระยะดังกล่าว แม้ว่าในที่สุดแล้วสินเชื่อโดยรวมของธนาคารทั้งปี 2552 จะยังคงหดตัวลง แต่การหดตัวดังกล่าวเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศซึ่งมีการปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก

ธนาคารคาดว่าในปี 2553 นี้ เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศคาดว่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ 4 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะดำเนินไปอย่างช้าๆ และไม่ได้เป็นไปอย่างเสมอภาคในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังคงจะต้องใช้ความระมัดระวังต่อไปอีกระยะหนึ่ง นอกจากนั้น อัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเมื่อปลายปี 2552 เฉลี่ยเพียงร้อยละ 62 ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการเงินลงทุนในภาคนี้ในปี 2553 ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ สถานการณ์การเมืองภายในประเทศและผลสะท้อนจากการชะลอโครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดก็ยังจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยทั่วไป

สำหรับสถานการณ์ในต่างประเทศนั้น เศรษฐกิจของโลกคาดว่าจะยังคงผันผวน แม้ว่าประเทศสำคัญในภูมิภาคเอเชียสามารถเติบโตได้ในอัตราสูงตั้งแต่ปี 2552 แต่ประเทศที่เป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและยุโรป ยังคงต้องต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจภายในของตนเองต่อไปในปี 2553 ทั้งในด้านภาวะการว่างงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคซึ่งยังมีความไม่แน่นอน ในขณะที่ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการปรับตัวของประเทศสำคัญๆ ของโลก

ธนาคารเห็นว่าแนวโน้มภาพรวมของเศรษฐกิจโลกในอนาคตช่วงสองถึงสามปีข้างหน้าจะยังคงยากลำบาก ในขณะที่เศรษฐกิจไทยในระยะดังกล่าวคาดว่าจะยังขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าปกติ เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยในอดีตที่ร้อยละ 5-6

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การเติบโตของประเทศไทยเป็นไปอย่างยั่งยืน ประเทศไทยจำเป็นต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจภายในประเทศและลดการพึ่งพาธุรกิจส่งออก ในขณะที่โครงการของรัฐ เช่น โครงการไทยเข้มแข็งซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าจะยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะส่งอานิสงส์ต่อความเจริญเติบโตในสาขาเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง

โครงการลงทุนที่ทุกฝ่ายจะให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นในอนาคต ได้แก่ การลงทุนในกิจการพลังงานทางเลือก การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เทคโนโลยีใหม่ๆ และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยพัฒนาภาคการบริการและการผลิตของไทยให้เข้มแข็งขึ้น ในขณะเดียวกัน ความเข้มแข็งที่มีอยู่แล้วในสาขาธุรกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน เช่น เกษตร อาหาร ยานยนต์และชิ้นส่วน ฯลฯ ก็จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2553

ธนาคารกรุงเทพมุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำในการสนับสนุนสินเชื่อแก่ธุรกิจทุกขนาดโดยอาศัยความเชี่ยวชาญที่ได้สะสมไว้ รวมถึงการมีเครือข่ายสายสัมพันธ์ที่ยั่งยืนยาวนาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะเอื้อประโยชน์ต่อลูกค้าได้ในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ในขณะเดียวกัน ธนาคารยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนลูกค้าธุรกิจอย่างทั่วถึงในทุกภาคธุรกิจ โดยจัดให้มีกิจกรรมเพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญและความรู้ เช่น โครงการเอสเอ็มอีเข้มแข็งและโครงการเกษตรก้าวหน้าของธนาคาร ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาสามารถช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็กจำนวนนับพันให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน โครงการเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2553 ควบคู่ไปกับโครงการอื่นๆ ที่ธนาคารจะสร้างสรรค์ขึ้นต่อไปในอนาคตเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจไทย

เพื่อตอบสนองความต้องการที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องของลูกค้าบุคคล ธนาคารจะมุ่งมั่นพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ระบบเครือข่ายพื้นฐานของธนาคารโดยขยายฐานเงินฝากที่ธนาคารมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว รวมทั้งขยายเครือข่ายสาขาและเอทีเอ็มที่กว้างขวางทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมในผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร

ในฐานะธนาคารไทยในระดับสากล จุดแข็งที่สำคัญประการหนึ่งของธนาคารกรุงเทพ คือ เครือข่ายสาขาในต่างประเทศที่ครอบคลุมทั่วภูมิภาคนี้ซึ่งทำให้ธนาคารมีความพร้อมที่จะสนับสนุนลูกค้าที่มีศักยภาพทั้งลูกค้าสัญชาติไทยและต่างชาติในการแสวงหาโอกาสในการขยายธุรกิจโดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่ง ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) ได้เริ่มดำเนินกิจการอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2552 และทำให้ธนาคารเพิ่มขอบเขตความสามารถในการสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าในประเทศที่มีอัตราความเจริญเติบโตสูงที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

การจัดตั้ง ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) สำเร็จลงและเริ่มดำเนินการในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของภูมิภาคที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘ทศวรรษแห่งเอเชีย’ เมื่อข้อตกลงการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และข้อตกลงเขตเสรีการค้าระหว่างอาเซียนกับจีนและอีกหลายประเทศเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นมา ความเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับประเทศไทย

แม้ปัจจัยรอบด้านจะยังคงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับประเทศไทยและธนาคารกรุงเทพ แต่เรามั่นใจว่าธนาคารมีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะแสวงหาความก้าวหน้าร่วมกับลูกค้าของเรา เพื่อความเจริญเติบโตของธนาคารและประเทศชาติอย่างยั่งยืนในอนาคต