Search this web siteHelpAdd bookmarkEnglish versionThai version
Personal BankingBusiness BankingAbout Bankok Bank
Skip Navigation Links
รางวัลแห่งเกียรติยศExpand รางวัลแห่งเกียรติยศ
ธนาคารกรุงเทพวันนี้Expand ธนาคารกรุงเทพวันนี้
นโยบายการกำกับดูแลกิจการExpand นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
องค์กรแห่งนวัตกรรม
กิจกรรมเพื่อสังคมExpand กิจกรรมเพื่อสังคม
ห้องสมุดข่าว
งานกับธนาคารExpand งานกับธนาคาร
ศึกษาต่อต่างประเทศExpand ศึกษาต่อต่างประเทศ
ทรัพย์สินพร้อมขายExpand ทรัพย์สินพร้อมขาย
ธุรกิจสัมพันธ์จีนExpand ธุรกิจสัมพันธ์จีน
ธุรกิจสัมพันธ์ญี่ปุ่น
สาขาต่างประเทศExpand สาขาต่างประเทศ
สารจากประธานกรรมการบริหาร และประธานกรรมการบริหารร่วม
สารจากประธานกรรมการบริหาร และประธานกรรมการบริหารร่วม
 

เศรษฐกิจประเทศไทยซึ่งมีการขยายตัวในอัตราที่ดีในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2551 ด้วยอานิสงส์จากการเติบโตของภาคการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ กลับเริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงกลางปีเป็นต้นมา เนื่องจากเศรษฐกิจโลกกำลังทรุดตัว ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่แท้จริงในปี 2552 มีแนวโน้มว่าจะลดลงต่ำกว่าที่เคยเป็นมาในรอบหลายๆ ปี ซึ่งธนาคารกรุงเทพได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอาจจะเผชิญกับภาวะถดถอยในอัตราร้อยละ 0-2

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและการค้าระหว่างประเทศยังต้องเผชิญกับปัญหาที่กำลังรอการแก้ไขอันเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์การเมืองในประเทศและการที่เศรษฐกิจของประเทศสำคัญๆ อยู่ในภาวะถดถอย

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะยืนหยัดอยู่ได้ในท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่รออยู่ข้างหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกประการหนึ่งที่ช่วยให้หลายฝ่ายคลายความกังวลลงได้บ้าง พร้อมกันนั้นรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น รวมทั้งกระตุ้นการลงทุนและการบริโภค ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินและภาคการธนาคารของไทยยังมีความมั่นคงแข็งแรง

การที่ประเทศไทยมีฐานะที่แข็งแกร่งพอสมควรก็เนื่องจากทุกภาคส่วนได้ผ่านประสบการณ์และเรียนรู้จากวิกฤตการณ์ทางการเงินของเอเชียในช่วงปี 2540-2541 มาก่อนแล้ว ภาคการธนาคารของไทยในขณะนี้มีหนี้มีปัญหาในระดับต่ำ และการที่ธนาคารเน้นใช้เงินฝากภายในประเทศเพื่ออำนวยสินเชื่อแก่ลูกค้าเป็นหลัก ได้กลายเป็นเกราะกำบังไม่ให้วิกฤตการณ์ทางการเงินของโลกในครั้งนี้มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยมากนัก

ระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในปัจจุบันมีเงินกองทุนในระดับสูง ดังจะเห็นได้จากเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของระบบธนาคารพาณิชย์มีอัตราสูงถึงร้อยละ 14.2 โดยมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ร้อยละ 5.3 ของสินเชื่อรวม ในขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ในระดับที่ร้อยละ 87.7

สถานะทางการเงินของธนาคารกรุงเทพในปัจจุบันถือได้ว่าอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับระบบธนาคารพาณิชย์ อันเป็นผลมาจากการร่วมแรงร่วมใจของบุคลากรของธนาคารตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ธนาคารมีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ระบบการบริหารความเสี่ยงสินเชื่อที่ดี และมีสภาพคล่องอย่างเพียงพอ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธนาคารสามารถดำเนินกิจการได้อย่างปลอดภัยในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ธนาคารเป็นห่วงอยู่ในขณะนี้คือความอยู่รอดของลูกค้า กิจการใดที่ตระหนักถึงความรุนแรงของวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของโลกและสามารถปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันกาลก็จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่ต้องกังวลมากนัก แต่กิจการที่ไม่มีความพร้อมคงต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างยากลำบากเพื่อความอยู่รอด

ดังนั้น ธนาคารกรุงเทพจึงมุ่งมั่นไปด้วยกันที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรค ในขณะเดียวกันธนาคารจะให้ความสำคัญต่อธุรกิจหลักของธนาคารมากยิ่งขึ้นเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในด้านเงินฝากต่อไป ด้วยการแสวงหาลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาวะวิกฤตในขณะนี้ ถือเป็นโอกาสดีวาระหนึ่งที่ธนาคารสามารถเข้าถึงลูกค้าและได้รับความไว้วางใจมากขึ้น โดยการสนับสนุนลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวข้างต้น ธนาคารจะยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งแสวงหาแนวทางใหม่ๆ ในการสนับสนุนลูกค้า ซึ่งรวมทั้งลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ดังจะเห็นได้จากการริเริ่มโครงการความร่วมมือ “พันธมิตรแห่งนวัตกรรมและความรู้” เมื่อปลายปี 2551 ที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีในการยกระดับความสามารถในด้านนวัตกรรมอย่างครบวงจร ทั้งด้านสินเชื่อ ความรู้ และการร่วมทุนกับผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรม

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสภาวะโลกร้อนโดยจัดให้มีโครงการ “บัวหลวงกรีน” ขึ้นมาในปี 2551 เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าได้มีการลงทุนในอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน พัฒนาพลังงานทดแทน ใช้ประโยชน์จากของเสียที่เกิดขึ้นในกิจการให้เกิดมูลค่าเพิ่มในด้านพลังงานทดแทนสูงสุด ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อม โดยธนาคารเชื่อว่าการปรับตัวของเอสเอ็มอีในด้านนวัตกรรมและ “กรีน” เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับอนาคตการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

ในการก้าวย่างเข้าสู่ปี 2552 นี้ ธนาคารกรุงเทพตระหนักถึงความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าเป็นอย่างดี แต่ด้วยความเข้มแข็งทางการเงินกอปรกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้บริหารและพนักงานธนาคารจึงมีความพร้อมในการสนับสนุนลูกค้าให้สามารถรับมือกับความท้าทายรอบด้านได้อย่างมั่นใจ