1. ส่วนแนะแนวการศึกษาต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ ตั้งขึ้นมาเมื่อไร และทำอะไรให้ลูกค้าบ้าง ธนาคารกรุงเทพมีส่วนแนะแนวการศึกษาต่างประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 เพื่อให้บริการข้อมูลเรื่องการศึกษาต่อในต่างประเทศโดยไม่คิดค่าบริการ รวมทั้งให้คำแนะนำในการเลือกและติดต่อสถานศึกษาและที่พักให้ด้วย
2. ถ้าจะไปเรียนต่อที่อเมริกา จะต้องทำอย่างไรบ้าง
- กรณีไปเรียนภาษาไม่ต้องสอบ TOEFL ไปก่อน สามารถติดต่อสถานศึกษาได้เลย โดยกรอกใบสมัคร ส่งเงินค่าสมัครและจดหมายรับรองฐานะการเงินที่ระบุตัวเลขที่มีในบัญชีเป็นเงินดอลล่าร์สหรัฐ
- กรณีสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรี ต้องมีคะแนนสอบ TOEFL ประมาณ 173 - 213 คะแนน
- กรณีสมัครเข้าเรียนต่อปริญญาโทหรือเอก ต้องมีคะแนนสอบ TOEFL และ GMAT หรือ TOFEL และGRE ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่จะสมัคร ควรทำคะแนน TOEFLให้ได้อย่างน้อย 213 คะแนน และส่งเอกสารถึงมหาวิทยาลัยภายในวันที่มหาวิทยาลัยกำหนดว่าสิ้นสุดการรับสมัคร
3. เสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไร ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย ทั้งค่าเรียน ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัว โดยประมาณ 975,000 - 2,000,000 บาทต่อปี
4.ควรเลือกไปเรียนประเทศไหนดี นักศึกษาควรหาข้อมูลเกี่ยวกับระบบการศึกษา หลักสูตร วิธีการเรียนการสอน ค่าใช้จ่ายของประเทศนั้นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
5.เวลาไปเรียนเมืองนอก จะให้ทางบ้านส่งเงินอย่างไร การส่งเงินทำได้ 2 วิธี คือ
- ซื้อเป็นตราสารตั๋วแลกเงินระหว่างประเทศ หรือดราฟท์ และส่งไปรษณีย์ไปให้นักเรียนตามที่อยู่ในต่างประเทศ
- ใช้วิธีโอนเงินเข้าบัญชีของนักเรียน โดยนักเรียนต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบชื่อและที่อยู่ของธนาคารที่ฝากเงินไว้ หมายเลขบัญชี ธนาคาร และชื่อบัญชีที่ฝากไว้ การโอนวิธีที่ 2 จะใช้เวลาน้อยกว่าวิธีแรก
6. จะซื้อเงินติดตัวเดินทางไปเท่าไหร่ดี และซื้อแบบไหน ให้คำนวณจากตัวเลขที่ทางโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยแจ้งมาบน I-20 ควรนำไปให้เพียงพอใช้ใน 3 เดือนแรก ที่เหลือให้ผู้ปกครอง ส่งตามไป ส่วนการเลือกซื้อเงินติดตัวเดินทาง นักเรียนสามารถซื้อได้ 3 รูปแบบ คือ ดราฟท์ เช็คเดินทางต่างประเทศ และเงินสด
7. ต้องนำบัตรเครดิตไปด้วยหรือไม่ นักเรียนสามารถทำเป็นบัตรเสริมของผู้ปกครองไปใช้ในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรให้นักเรียน/นักศึกษา ทำบัตร ATM ที่จะนำไปใช้กดในต่างประเทศ เช่น บัตรบัวหลวงพรีเมียร์ หรือบัตรบีเฟิสท์ ติดตัวไปใช้ในกรณีฉุกเฉินด้วย
8. ได้ยินมาว่าการขอวีซ่าเข้าสหรัฐยากมาก ต้องทำอย่างไรบ้าง นักเรียน/นักศึกษาต้องมีจดหมายตอบรับจากสถานศึกษาที่น่าเชื่อถือ และมีจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ปกครอง พร้อมบัญชีตัวจริงที่มีตัวเลขครอบคลุมค่าใช้จ่ายของนักเรียน/นักศึกษาอย่างน้อย 1 ปีการศึกษาพร้อมหลักฐานที่แสดงความสามารถ ในการส่งเสียในปีต่อๆ ไปจนจบหลักสูตร กรณีใช้ญาติค้ำประกัน นักเรียน/นักศึกษาต้องอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างญาติกับตัวนักเรียน/นักศึกษาให้ได้ว่ามีความสัมพันธ์อย่างไร ญาติจึงเต็มใจอุปการะให้ นอกจากนี้ นักเรียนต้องมีแผนการศึกษาที่ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีเป็นการตอบรับจากสถานที่เรียนภาษาอย่างเดียว ควรอธิบายให้ได้ว่าจะทำอะไรต่อไปหลังจากเรียนภาษาจบ เช่น เรียนต่อปริญญาโท ด้านใด
9. ถ้าต้องรอนัดสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนเกิน 1 เดือน จะมีวิธีใดบ้างที่ทำให้ได้รับวันนัดเร็วขึ้น กรอกฟอร์ม evisa DS 156 (หน้าแรกที่มีบาร์โค้ด) ผ่านทาง Website http://evisaforms.state.gov เมื่อกรอกเสร็จ พิมพ์ฟอร์ม DS156 ที่มีบาร์โคด ยื่นพร้อม DS 157 และ DS 158 และเอกสารอื่นๆ สถานทูตจะพิจารณาความจำเป็นของนักศึกษาแต่ละคนโดยดูจากวันเปิดเรียน และจะโทรศัพท์ตามให้มาสัมภาษณ์เร็วขึ้นกว่าวันนัดเดิม ดังนั้นนักศึกษาควรให้หมายเลขโทรศัพท์มือถือแก่สถานทูต และไม่ควรเดินทางไปไหนไกลๆ จากกรุงเทพ
10. ได้ยินมาว่าการไปอเมริกา ต้องจ่ายค่า Sevis Fee ค่า Sevis Fee คืออะไร คือค่าธรรมเนียมที่นักศึกษาต่างชาติต้องจ่ายจำนวน USD100 เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าปกติที่จ่าย ณ ที่ทำการไปรษณีย์ จำนวน USD100
10.1 จ่ายค่า Sevis Fee ที่ไหน และจ่ายจำนวนเท่าใด การจ่ายค่า Sevis Fee ทำได้ 2 ทาง คือ
- จ่ายผ่านเว็บไซต์ www.FMJfee.com โดยนักศึกษาต้องกรอกฟอร์ม I 901 และ ชำระเงินโดยหักจากบัตร Visa Master หรือ American Express
- ส่ง FORM I 901 ที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ www.FMJfee.com พร้อมทั้งซื้อดราฟท์ จำนวน USD 100 สั่งจ่าย The Department of Homeland Security, Immigration and Customs Enforcement
ที่อยู่ส่งด่วน I 901 Student/Exchange Visitor Processing Fee 1005 Convention Plaza, St. Louis, MO 63101 USA ที่อยู่ส่งไปรษณีย์ธรรมดา I-901 Student/Exchange Visitor Processing Fee, PO Box 970020, St. Louis, MO 63197-0020
10.2 ใครต้องจ่ายค่า Sevis Fee นักศึกษาใหม่/นักศึกษาในโครงการแลกเปลี่ยนที่จะเข้าไปเรียนต่อในสหรัฐอเมริกา หรือ ผู้ที่เคยได้รับวีซ่านักเรียน และกลับมาอยู่ในประเทศไทย นานเกินกว่า 5 เดือน และต้องการกลับเข้าไปเรียนหนังสือในสหรัฐอมริกาใหม่
10.3 กรณีได้รับ I 20 มากกว่า 1 สถานศึกษา จะต้องชำระค่า Sevis Fee กี่ครั้ง ชำระครั้งเดียว จำนวน USD100 เมื่อผู้เรียนเปลี่ยนใจไปอีกสถานที่หนึ่ง ต่างจากสถานที่ที่เคยระบุไว้ใน I 901 ผู้เรียนสามารถโอนค่าธรรมเนียมที่เคยชำระครั้งแรกเป็นของสถานศึกษาใหม่ได้ หรือกรณีผู้เรียนย้ายออกจากสถานที่ เรียนแห่งแรก ให้ผู้เรียนนำสำเนา I - 20 แนบสำเนาใบเสร็จ แจ้งสถานศึกษาแห่งใหม่ได้
10.4 ค่า Sevis Fee มีอายุ หรือไม่ มีอายุ 1 ปี (ดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ www.ice.gov/sevis)
11. ถ้าไปประเทศอังกฤษ หรือออสเตรเลีย ควรสอบ TOEFL หรือ IELTS นักเรียน/นักศึกษา สามารถเลือกสอบ TOEFL หรือ IELTS อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ โดยศึกษาลักษณะข้อสอบจากหนังสือ รวมข้อสอบทั้ง 2 ประเภท และดูความถนัดของตนเองว่า ถนัดที่จะทำข้อสอบแบบใด
- ถ้าจะสอบ TOEFL ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ets.org/toefl หรือสอบถามได้ที่โทร (66) 0-2652-0653 กด 0
- ถ้าจะสอบ IELTS ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ielts.org หรือสอบถามได้ที่ British Council, Bangkok โทร (66) 0-2611-6830 หรือ IDP โทร (66) 0-2231-0531 - 3
|