Search this web siteHelpAdd bookmarkEnglish version
Personal BankingBusiness BankingAbout Bangkok Bank
 
ธนาคารกรุงเทพ > เราคือธนาคารกรุงเทพ > เกี่ยวกับธนาคารกรุงเทพ > ห้องสมุดข่าว > 2551 > กรกฎาคม
ข่าวประชาสัมพันธ์
ธนาคารกรุงเทพประกาศผลประกอบการงวดแรก ปี 2551 มีกำไรสุทธิ 10,645 ล้านบาท
18 กรกฎาคม 2551


จุดเด่นของผลประกอบการในงวดแรก

  • มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 10,645 ล้านบาท
  • สินเชื่อขยายตัวร้อยละ 12.2 จากสิ้นปี 2007
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.34

ธนาคารกรุงเทพประกาศผลประกอบการสำหรับงวดแรกของปี 2551 มีกำไรสุทธิจำนวน 10,645 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 659 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 6.6 เมื่อเทียบกับงวดแรกในปีก่อน

ผลประกอบการในงวด 6 เดือนแรก มีการขยายตัวที่ดีด้านสินเชื่อ และมีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รายได้ค่าธรรมเนียม และกำไรจากการปริวรรตเงินตรา ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย

ในครึ่งแรกของปี 2551 สินเชื่อมีการขยายตัวที่ดีที่ร้อยละ 12.2 หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 126,301 ล้านบาท เป็น 1,161,692 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2551 ส่วนใหญ่จากการที่ลูกค้ารายใหญ่ ลูกค้ารายกลาง และลูกค้าสาขาต่างประเทศ มีความต้องการด้านสินเชื่อหมุนเวียนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยปัจจัยสำคัญบางประการได้แก่ระดับอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ลดลง จึงคาดว่าการขยายตัวด้านสินเชื่อในครึ่งปีหลังจะชะลอตัวลง

ธนาคารมีเงินฝาก ณ สิ้นเดือนมิถุนายน จำนวน 1,268,058 ล้านบาท อยู่ในระดับที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับยอดเงินฝาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2550 ในขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2550 เป็น 82,864 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.0 ของสินเชื่อรวม

จากการที่สินเชื่อมีการขยายตัวที่ดี และต้นทุนด้านเงินฝากและเงินกู้ยืมมีการปรับตัวดีขึ้น ธนาคารจึงมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในงวด 6 เดือนแรกของปี เพิ่มขึ้น 3,021 ล้านบาท เป็น 25,854 ล้านบาท และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในงวดแรก ปี 2551 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.34 จากร้อยละ 3.15 ในปีก่อน

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ธนาคารมีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 เป็น 8,746 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากธุรกรรมพื้นฐานต่างๆ เช่น บริการเอทีเอ็ม บริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ บริการบัตรเครดิต และบริการโอนเงิน และยังเพิ่มขึ้นจากบริการอื่น เช่น บริการกองทุน และบริการประกันชีวิตผ่านธนาคาร เป็นต้น ในปีนี้ รายได้จากการเสนอบริการประกันชีวิตผ่านธนาคารได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งจากมาตรการลดหย่อนภาษีที่ได้มีการประกาศใช้เมื่อช่วงต้นปี

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2551 ธนาคารมีกำไรจากการปริวรรตเงินตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.8 เป็น 2,217 ล้านบาท นอกจากนี้ มีผู้สนใจซื้อสินทรัพย์รอการขายมากขึ้น และธนาคารมีกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์รอการขายจำนวน 668 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.3 จากปีก่อน ส่วนด้านเงินลงทุนมียอดขาดทุน 267 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากในไตรมาสที่ 1 ได้ตั้งด้อยค่าสำหรับเงินลงทุนในตราสารทุนที่ได้รับจากการปรับโครงสร้างหนี้ และเงินลงทุนใน CDO

ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2551 ธนาคารมีค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยจำนวน 18,487 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และค่าใช้จ่ายด้านอาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้นจากการขึ้นเงินเดือนประจำปีและการขึ้นเงินเดือนพิเศษให้แก่พนักงานอีก 2,000 บาทต่อคน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ จำนวนพนักงานได้เพิ่มขึ้น 1,177 คน หรือร้อยละ 6.0 จึงมีผลให้ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.3 จากปีก่อน เป็น 6,592 ล้านบาท

ค่าใช้จ่ายด้านอาคารและอุปกรณ์ ในงวดแรก ของปี 2551 เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 3,430 ล้านบาท จากการที่มีการขยายเครือข่ายสาขาและเครื่องเอทีเอ็ม เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน ปี 2550 ธนาคารได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้น 89 แห่ง และเพิ่มเครื่องเอทีเอ็ม 1,275 เครื่อง ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2551 ธนาคารมีสาขาทั้งสิ้น 862 สาขา และเครื่องเอทีเอ็มรวม 5,113 เครื่อง

ในงวดนี้ ธนาคารมีค่าใช้จ่ายค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 3,008 ล้านบาท สูงขึ้น 266 ล้านบาทตามฐานสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น 492 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.2 เป็น 5,298 ล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 33.2 ของกำไรก่อนภาษีเงินได้

หากนับรวมกำไรสุทธิในงวดนี้เข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารแล้ว อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น และเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2551 ของธนาคารจะเป็นประมาณ ร้อยละ 14.7 และ ร้อยละ 12.1 ตามลำดับ ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง

ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 มีจำนวน 166,251 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.25 ของสินทรัพย์รวม และในงวดครึ่งปีแรกของปี 2551 ธนาคารมีกำไรต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 5.23 บาทต่อหุ้นในปี 2550 เป็น 5.58 บาทต่อหุ้น

 

หน้าแรก | ค้นหาธนาคารกรุงเทพแผนผังเว็บไซต์บริการช่วยเหลือติดต่อเรา
ลูกค้าบุคคล | ลูกค้าธุรกิจ | สำหรับผู้ถือหุ้น | เราคือธนาคารกรุงเทพ
logo_1333.gif