Search this web siteHelpAdd bookmarkEnglish version
Personal BankingBusiness BankingAbout Bangkok Bank
 
ธนาคารกรุงเทพ > เราคือธนาคารกรุงเทพ > สำหรับผู้ถือหุ้น > ธนาคารกรุงเทพ
สารจากประธานกรรมการธนาคาร

ผลประกอบการของธนาคารกรุงเทพในปี 2550 สะท้อนให้เห็นว่า แม้เศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ธนาคารยังคงมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีผลประกอบการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 19,101 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากจำนวน 16,860 ล้านบาทในปี 2549

กำไรต่อหุ้นของธนาคารในปี 2550 เพิ่มขึ้นเป็น 10.01 บาทต่อหุ้น จาก 8.83 บาทต่อหุ้นเมื่อสิ้นปี 2549 ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.0 เป็น 164,392 ล้านบาท ในปี 2550 สินเชื่อของธนาคารขยายตัวร้อยละ 8.0 สูงกว่าการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่เติบโตในอัตราร้อยละ 4.8 ใน ขณะที่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีปัจจัยท้าทายหลายด้านทั้งสถานการณ์ทางการเมืองและการชะลอตัวลงของภาคการส่งออก แต่ธนาคารสามารถขยายส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ฐานรายได้ของธนาคารมีการกระจายตัวมากขึ้น โดยมีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6

ในปี 2551 แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศและภาวะเศรษฐกิจของโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ธนาคารกรุงเทพ ก็มีความพร้อมสำหรับการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อการเจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยธนาคารยังคงมุ่งเน้นขยายธุรกิจจากฐานลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ ที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนของภาคเอกชนฟื้นตัวตามไปด้วย ในขณะเดียวกัน ก็ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี และกลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไปด้วย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่ พร้อมกันนี้ ธนาคารยังได้ดำเนินการขยายเครือข่ายบริการสำหรับลูกค้าบุคคลทั่วไป รวมทั้งบริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพื่อให้พนักงานของธนาคารมีเวลาสำหรับการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

นอกจากนี้ ธนาคารได้ทำการขยายเครือข่ายสาขาในภูมิภาคเอเชียเพื่อเตรียมความพร้อมรับโอกาสใหม่ๆ จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศจีนและการรวมกันทางการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาคนี้ โดยเมื่อเดือนตุลาคม 2550 ธนาคารได้เปิดสาขาแห่งใหม่ในประเทศจีนที่นครเสิ่นเจิ้น และในช่วงก่อนสิ้นปีที่ผ่านมา ธนาคารได้ยื่นขออนุญาตจัดตั้งธนาคารท้องถิ่นในประเทศจีนอีกด้วย

ในอีกด้านหนึ่ง ธนาคารกรุงเทพได้ประสานศักยภาพระหว่างหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กรเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ให้มูลค่าเพิ่มแก่ลูกค้า ในขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมให้แก่ธนาคารด้วย นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ร่วมมือกับบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนที่มีผลประกอบการที่ดีผ่านเครือข่ายสาขาของธนาคาร เพื่อให้ลูกค้าบุคคลทั่วไปของธนาคารมีทางเลือกและโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการลงทุนมากขึ้น

ในด้านการบริหารงานของธนาคารในปี 2550 ที่ผ่านมา ธนาคารยังคงถือว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ โดยธนาคารได้เสริมสร้างระบบและกระบวนการบริหารความเสี่ยงให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อรองรับหลักเกณฑ์ใหม่สำหรับการดำรงความพอเพียงของเงินกองทุนภายใต้มาตรฐาน Basel II ในขณะเดียวกัน คุณภาพของสินทรัพย์ก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นปี 2550 ลดลง 7,449 ล้านบาท เป็น 81,671 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.9 ของสินเชื่อรวม เทียบกับร้อยละ 9.2 ณ สิ้นปี 2549 สำหรับกรณีสินเชื่อเคหะคุณภาพต่ำในสหรัฐอเมริกานั้น ธนาคารมิได้มีภาระผูกพันโดยตรงกับสินเชื่อดังกล่าว หากแต่ได้ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อดังกล่าวเป็นหลักประกันเป็นจำนวน 1,683 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 1 ของส่วนของผู้ถือหุ้นของธนาคาร และธนาคารรับรู้การด้อยค่าเงินลงทุนและขาดทุนจากการตีราคาเงินลงทุนผ่านงบกำไรขาดทุนในปี 2550 รวม 1,067 ล้านบาท

ฐานะทางการเงินของธนาคารกรุงเทพในปัจจุบันถือได้ว่ามีความมั่นคงอย่างยิ่งเนื่องจากธนาคารมีเงินกองทุนอย่างพอเพียง โดยมีสัดส่วนเงินกองทุนและเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงประมาณร้อยละ 14.5 และร้อยละ 12.0 ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน Basel II และมีผลใช้บังคับตั้งแต่ต้นปี 2551

เมื่อพิจารณาทิศทางในอนาคต จะเห็นว่าธนาคารกรุงเทพมีการเจริญเติบโตสอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ตลอดมา โดยธนาคารยังคงพัฒนาต่อยอดธุรกิจจากเครือข่ายบริการที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ พร้อมทั้งขยายเครือข่ายในระดับภูมิภาคให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และในปี 2551 นี้ ธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยจะขยายตัวในระดับเดียวกับปี 2550 ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น และธนาคารกรุงเทพ ในฐานะผู้นำด้านบริการทางการเงินสำหรับลูกค้าธุรกิจและองค์กรขนาดใหญ่ จะใช้โอกาสทางธุรกิจดังกล่าวให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

ในนามของคณะกรรมการธนาคารกรุงเทพ ผมรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งที่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจได้ให้การสนับสนุนธนาคารด้วยดีเสมอมา และผมขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณเพื่อนพนักงานและคณะผู้บริหารทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุนธนาคารจนประสบความสำเร็จมาโดยตลอด ธนาคารกรุงเทพจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์โอกาสใหม่ ๆ พร้อมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่จะมอบมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น บุคคลากรของธนาคาร และประชาชนชาวไทยตลอดไป



หน้าแรก | ค้นหาธนาคารกรุงเทพแผนผังเว็บไซต์บริการช่วยเหลือติดต่อเรา
ลูกค้าบุคคล | ลูกค้าธุรกิจ | สำหรับผู้ถือหุ้น | เราคือธนาคารกรุงเทพ
logo_1333.gif