Search this web siteHelpAdd bookmarkEnglish version
Personal BankingBusiness BankingAbout Bangkok Bank
 
ธนาคารกรุงเทพ > เราคือธนาคารกรุงเทพ > สำหรับผู้ถือหุ้น > ธนาคารกรุงเทพ
สารจากประธานกรรมการบริหาร

ปี 2550 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป นับเป็นปีที่ยากลำบากอีกปีหนึ่งสำหรับทุกฝ่าย ทั้งธนาคาร ลูกค้า และประชาชนโดยทั่วไป อันเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจของโลกก็มีแนวโน้มถดถอยอย่างต่อเนื่อง

ตลอดปี 2550 ราคาน้ำมันยังคงขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังกระทบต่ออำนาจซื้อของประชาชนและทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในขณะที่ปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งก่อตัวขึ้นในสหรัฐอเมริกาได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และในยุโรปบางประเทศและลุกลามจนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนสินเชื่อขึ้นทั่วไป ธนาคารต่างเกรงปัญหาการขาดสภาพคล่องและเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

การลงทุนและการบริโภคชะลอตัวลงในประเทศที่เป็นเศรษฐกิจหลักสำคัญของโลก เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรปและญี่ปุ่น นำไปสู่การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2550 อยู่ที่ร้อยละ 4.9 และมีแนวโน้มจะลดลงเหลือร้อยละ 4.1 ในปี 2551 และปริมาณการค้าโลกจะขยายตัวเพียงร้อยละ 6.6 ในปี 2550 จากที่ขยายตัวร้อยละ 9.3 ในปี 2549

ในกรณีของประเทศไทย นอกจากเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากภาวะแวดล้อมภายนอกที่ไม่เอื้ออำนวยดังที่กล่าวมาแล้ว ยังมีปัจจัยของการขาดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ลงทุนอันเนื่องมาจากภาวะความไม่แน่นอนทางด้านการเมืองอีกด้วย

การบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนในปี 2550 ขยายตัวในอัตราที่ต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออก ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยขยายตัวในอัตราที่ดีมาก ทั้งนี้เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกอยู่ในเกณฑ์สูง โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจที่ใช้ผลิตพลังงานทดแทน ทำให้มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรในหมวดนี้ รวมทั้งสินค้าอาหารแปรรูปอื่นๆ ขยายตัวดีขึ้นมาก นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกของอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วน และอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ซึ่งการส่งออกของอุตสาหกรรมดังกล่าวมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ภาคการส่งออกของประเทศไทยยังได้รับอานิสงส์จากการที่ประเทศไทยได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีทวิภาคีแล้วกับหลายประเทศ เช่น จีน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ส่วนในด้านการนำเข้าก็ขยายตัวไม่มาก เนื่องจากการบริโภคและการลงทุนในประเทศอยู่ในภาวะซบเซา ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยมีเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดสูงเป็นประวัติการณ์

ด้านนโยบายการกำกับดูแลสถาบันการเงินซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงนั้น ในปี 2550 ที่ผ่านมา พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน และพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในช่วงครึ่งหลังของปี 2551 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายได้คาดการณ์ไว้แล้ว ซึ่งธนาคารกรุงเทพได้เตรียมความพร้อมในทุกด้านเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

มองไปข้างหน้าในปี 2551 วิกฤตสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาน่าจะยังคงเป็นปัญหายืดเยื้อต่อไป เนื่องจากได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างจนลุกลามออกไปจากภาคธุรกิจการเงินการธนาคารแล้ว สหรัฐอเมริกาอาจจะต้องเผชิญกับความท้าทายซึ่งขยายขอบเขตกว้างขึ้นอีก และมีการคาดกันว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในครึ่งแรกของปี 2551 จะตกอยู่ในภาวะชะลอตัว หรือถึงกับหดตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจของโลกด้วย

สำหรับประเทศไทย หากรัฐบาลสามารถฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน รวมทั้งเร่งการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ให้ดำเนินไปตามเป้าหมาย เศรษฐกิจของประเทศก็น่าจะขยายตัวต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และธนาคารกรุงเทพซึ่งเป็นผู้นำในภาคการธนาคารไทย โดยเฉพาะในด้านบริการทางการเงินสำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ย่อมมีโอกาสได้รับอานิสงฆ์จากการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีดังกล่าวอย่างเต็มที่

โครงการต่าง ๆ ที่ธนาคารกรุงเทพได้ดำเนินไปก่อนหน้านี้ ช่วยให้ธนาคารเตรียมความพร้อมได้ทันเวลาที่จะสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดและพร้อมรับโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นด้วย ในขณะเดียวกัน ธนาคารได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลลูกค้าและระบบการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ เช่น บัตรบีเฟิสต์ บีทีเอส ซึ่งรวมเอาความสามารถของบัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็ม และบัตรโดยสารรถไฟฟ้า ไว้ในบัตรเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีบริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตอีกหลากหลาย ซึ่งได้แก่ บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และ บิซ ไอแบงก์กิ้ง รวมทั้งบริการบริหารเงินสด การบริหารกองทุน และบริการเพื่อการส่งออกและนำเข้า เป็นต้น ที่พร้อมช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการทางการเงินที่สะดวกและสามารถดำเนินธุรกิจด้วยประสิทธิภาพที่สูงยิ่งขึ้น

ธนาคารกรุงเทพให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยมิได้มุ่งหวังเพียงผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น หากยังเพื่อให้บุคลากรมีความสุขในการทำงานด้วย ในขณะที่ทุกหน่วยธุรกิจก็สามารถบรรลุเป้าหมายในการให้บริการอันเป็นเลิศได้ โดยธนาคารยังคงยึดมั่นในปณิธานที่จะเป็นธนาคารที่ให้บริการหลากหลายครบวงจรและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหุ้น และดำรงความเป็น ‘ธนาคารในดวงใจ’ ของลูกค้าทุกกลุ่มอย่างยั่งยืนตลอดไป

ธนาคารกรุงเทพก่อกำเนิดขึ้นเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้วด้วยเจตจำนงที่จะให้บริการด้านการเงินเพื่อตอบสนองความต้องการของนักธุรกิจชาวไทยซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรจากธนาคารในสมัยนั้น แม้ภาคธุรกิจการธนาคารในปัจจุบันจะมีความซับซ้อนมากขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจและการค้าก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา ธนาคารกรุงเทพในวันนี้ ยังคงยึดมั่นในเจตจำนงดั้งเดิมที่มุ่งสร้างสรรค์โอกาสใหม่ๆ สำหรับลูกค้าทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค



หน้าแรก | ค้นหาธนาคารกรุงเทพแผนผังเว็บไซต์บริการช่วยเหลือติดต่อเรา
ลูกค้าบุคคล | ลูกค้าธุรกิจ | สำหรับผู้ถือหุ้น | เราคือธนาคารกรุงเทพ
logo_1333.gif