จุดเด่นของผลประกอบการในไตรมาสแรก
- กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.5
- ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 782 ล้านบาท
- กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 2.44 บาท
ธนาคารกรุงเทพรายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาสแรกของปี 2550 มีกำไรสุทธิจำนวน 4,662 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,006 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 27.5 จากไตรมาสก่อนหน้า
ณ สิ้นมีนาคม 2550 สินเชื่อรวมของธนาคารมียอดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 959,249 ล้านบาท ในขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพเท่ากับ 89,322 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.2 ของสินเชื่อรวม ส่วนยอดเงินฝากของธนาคารยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดรวมเพิ่มขึ้นเป็น 1,236,932 ล้านบาท ณ สิ้นมีนาคม 2550 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 จากยอดเงินฝากรวม ณ สิ้นปี 2549
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาสแรกของปี 2550 อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2549 ที่ร้อยละ 3.15 และธนาคารมีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการรับเพิ่มขึ้นเป็น 3,722 ล้านบาท ในขณะที่กำไรจากเงินลงทุนแสดงผลขาดทุน 22 ล้านบาท ส่วนกำไรจากการปริวรรตเงินเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.0 จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้วเป็น 1,107 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยในไตรมาสนี้มีจำนวน 8,161 ล้านบาท ลดลง 782 ล้านบาทหรือร้อยละ 8.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา
ภายหลังการปรับค่าใช้จ่ายค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นกรณีพิเศษในไตรมาสที่ 4 ปี 2549 เป็นจำนวน 5,904 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ค่าใช้จ่ายค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญปรับลดลงสู่ระดับปกติ เป็นจำนวน 1,315 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 1 ปี 2549 ส่วนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลในไตรมาสนี้ ได้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 349 ล้านบาทในไตรมาสก่อนเป็น 2,194 ล้านบาท ใกล้เคียงกับอัตราภาษีปกติ เนื่องจากในไตรมาสนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายทางภาษีเป็นกรณีพิเศษ
หากนับรวมกำไรสุทธิในไตรมาสนี้หักด้วยเงินปันผลที่จะจ่ายในเดือนพฤษภาคม 2550 เข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารแล้ว อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น และเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2550 ของธนาคารจะเป็นประมาณ ร้อยละ 15.2 และร้อยละ 12.5 ตามลำดับ
ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 เพิ่มขึ้นจากจำนวน 146,736 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2549 เป็น 153,579 ล้านบาท โดยมีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.92 บาทต่อหุ้น เป็น 2.44 บาทต่อหุ้น |