1. ลูกค้าจะขอสินเชื่อสกุลเงินใดได้บ้าง ท่านสามารถเลือกขอสินเชื่อหนึ่งในสี่สกุลเงินต่อไปนี้ คือ ดอลลาร์สหรัฐฯ ดอลลาร์สิงคโปร์ ยูโร หรือเยน
2. ธนาคารสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเช่าห้องชุดหรือไม่ ธนาคารให้สินเชื่อเฉพาะการซื้อเพื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดเท่านั้น
3. ธนาคารสามารถแจ้ง การอนุมัติวงเงินสินเชื่อล่วงหน้าแก่ผู้ซื้อห้องชุดที่ยื่นคำขอสินเชื่อ ต่อเจ้าของโครงการห้องชุด และยืนยันที่จะอนุมัติสินเชื่อแก่ผู้ซื้อห้องชุดภายในวงเงินและระยะเวลาการกู้ยืมที่กำหนดได้หรือไม่ ธนาคารต้องปฏิบัติตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทยในการอนุมัติสินเชื่อ โดยต้องพิจารณาหลายๆ ปัจจัยประกอบกัน เช่น วงเงินและระยะเวลาการที่ต้องการกู้ยืมรายได้ต่อเดือน และความสามารถในการผ่อนชำระเงินกู้ของผู้ขอสินเชื่อ
4. ธนาคารสามารถเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลาการผ่อนชำระได้หรือไม่ ธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยอิงอัตราลอยตัวซึ่งจะปรับเปลี่ยนตามภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
5. ภรรยาชาวไทยสามารถกู้เงินเพื่อซื้อห้องชุดโดยที่มีสามีชาวต่างชาติเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ได้ หรือไม่ สามารถทำได้ หากธนาคารพิจารณาแล้วว่าสามีมีรายได้หรือฐานะการเงินที่สามารถค้ำประกันวงเงินกู้
6. ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมายคนเข้าเมืองสามารถยื่นคำขอสินเชื่อจากธนาคาร กรุงเทพ สาขาสิงคโปร์ สำหรับวงเงินบางส่วน เพื่อรวมกับรายได้ที่เกิดจากการทำงานในประเทศไทยเพื่อซื้อห้องชุด ได้หรือไม่ ได้ แต่ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย
7. ธนาคารมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการพิจารณาวงเงินสินเชื่อ หลักเกณฑ์การพิจารณาวงเงินสินเชื่อ มีดังนี้ - เงินกู้นั้นต้องใช้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย - ผู้กู้ ผู้กู้ร่วม หรือผู้ค้ำประกัน ต้องมีรายได้ประจำเพียงพอในการผ่อนชำระสินเชื่อ - ผู้กู้ต้องไม่มีประวัติเสียหายทางการเงิน - อายุของผู้กู้รวมระยะเวลากู้สูงสุดต้องไม่เกิน 65 ปี
8. ธนาคารพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่ออย่างไร ธนาคารอนุมัติวงเงินสินเชื่อโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ภาวะตลาดที่อยู่อาศัย ห้องชุดที่ผู้ขอสินเชื่อต้องการซื้อ ฐานะการเงินของผู้ขอสินเชื่อ รวมถึงที่ตั้งของโครงการ อย่างไรก็ตาม ธนาคารสามารถประเมินวงเงินสินเชื่อให้ก่อนได้ หากผู้ขอสินเชื่อแจ้งรายได้ประจำต่อเดือน และรายละเอียดเกี่ยวกับห้องชุดที่จะซื้อ
9. ผ่อนชำระนานสูงสุดได้กี่ปี ท่านสามารถเลือกระยะเวลาการผ่อนชำระได้นานสูงสุด 20 ปี โดยอายุของผู้ขอสินเชื่อรวมระยะเวลากู้สูงสุดต้องไม่เกิน 65 ปี
10. เอกสารในการขอสินเชื่อมีอะไรบ้าง - แบบฟอร์มการสมัครสินเชื่อที่กรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง - สำเนาเอกสารสัญญาซื้อ-ขาย และหลักฐานการชำระเงินดาวน์ พร้อมเซ็นรับรองสำเนา ถูกต้อง - หนังสือรับรองจากธนาคารเจ้าของบัญชีที่ผู้กู้เป็นลูกค้าอยู่ โดยรับรองความเคลื่อนไหวของบัญชี จำนวนเงินในบัญชี ประเภทบัญชีเงินกู้หรือเงินฝาก - บัญชีเงินฝากธนาคารแสดงรายการย้อนหลัง 6 เดือน - หนังสือรับรองจากบริษัทข้อมูลเครดิตของประเทศถิ่นที่อยู่ - สำหรับพนักงานบริษัท เอกสารจากหน่วยงานของท่านถึงธนาคารกรุงเทพ รับรองการจ้างงานพร้อมระบุตำแหน่งงาน อายุงาน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน และหลักฐานการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาย้อนหลัง 2 ปี - สำหรับเจ้าของกิจการส่วนตัว งบดุลประจำปีพร้อมงบกำไรและขาดดุลย้อนหลัง 2 ปี - เอกสารอื่นที่ธนาคารอาจขอเพิ่มเติม
11. ธนาคารใช้เวลาในพิจารณาอนุมัติสินเชื่อนานเท่าใด ธนาคารใช้เวลาพิจารณาคำขอสินเชื่อประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากลูกค้ายื่นใบคำที่กรอกข้อมูลสมบูรณ์ พร้อมด้วยเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน และชำระค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อ 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบเท่า
12. ลูกค้าจะต้องผ่อนชำระสินเชื่ออย่างไร ผ่อนชำระคืนรายเดือนเป็นจำนวนเงินเท่ากับเงินต้นบวกดอกเบี้ยที่คำนวณได้ในแต่ละเดือนตลอดระยะเวลาที่กู้
13. ธนาคารมีวิธีคำนวณอัตราดอกเบี้ยอย่างไร ธนาคารจะคำนวณอัตราดอกเบี้ยรายเดือนตามจำนวนเงินต้นคงค้าง
14. ผู้กู้ต้องรับผิดชอบค่าประเมินหลักทรัพย์หรือไม่ ผู้กู้ต้องชำระค่าประเมินหลักทรัพย์ โดยธนาคารคิดค่าประเมินหลักทรัพย์ 120 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า
15. ต้องทำประกันอัคคีภัยสำหรับห้องชุดหรือไม่ ท่านต้องทำประกันอัคคีภัย โดยธนาคารมีบริการให้คำปรึกษาแนะนำการทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยเพื่อความสะดวกของท่านด้วย
16. ผู้ขอสินเชื่อสามารถเซ็นเอกสารการจดจำนองและเอกสารทางกฎหมายต่างๆ นอกประเทศไทย ได้หรือไม่ ไม่ได้ ผู้ขอสินเชื่อต้องเซ็นเอกสารการจดจำนองต่อหน้าทนายความผู้รับมอบอำนาจจากธนาคาร ซึ่งจะเป็นผู้จัดการเอกสารและอธิบายเงื่อนไขต่างๆ ให้ลูกค้าเข้าใจด้วย
17. หากมีรายได้ประจำไม่เพียงพอในการผ่อนชำระสินเชื่อ จะขอกู้สินเชื่อเพื่อซื้อห้องชุดได้หรือไม่ ได้ หากท่านมีผู้กู้ร่วมหรือผู้ค้ำประกันที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร
18. ผู้กู้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง - ค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อ - ค่าประเมินหลักทรัพย์ - ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง - ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย - ค่านายหน้า |