อัตราดอกเบี้ย
1. อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีกี่ประเภท ปัจจุบันธนาคารส่วนใหญ่มีข้อเสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ
1) อัตราดอกเบี้ยช่วง Teaser หมายถึง อัตราดอกเบี้ยพิเศษที่เสนอให้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งประมาณ 1-3 ปี ซึ่งอาจจะเสนอในรูปของอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรือ อัตราดอกเบี้ยที่อิงอัตราลอยตัว
2) อัตราดอกเบี้ยหลังจากช่วง Teaser โดยปกติธนาคารส่วนใหญ่จะกำหนดตามอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเท่ากับอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าชั้นดีหรือ MLR (Minimum Loan Rate) ซึ่งแต่ละธนาคารอาจจะกำหนดไว้แตกต่างกัน อัตราดอกเบี้ยลอยตัวนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมทางการเงิน เช่น สภาพคล่องในระบบการเงิน ต้นทุนทางการเงินของแต่ละธนาคาร และภาวะการแข่งขันในตลาด
ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพ มีข้อเสนอทางเลือกอัตราดอกเบี้ย 3 แบบคือ
- ทางเลือก 1 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี คิดอัตรา 3.25%
- ทางเลือก 2 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปี คิดอัตรา 5.25%
- ทางเลือก 3 อัตราดอกเบี้ยแบบอิงลอยตัว 3 ปี ปีที่ 1-3 คิดอัตรา MLR-1%
หลังจากนั้นทุกทางเลือกคิดอัตรา MLR ตลอดอายุสัญญา (ยกเว้น ที่ดินเปล่า หลังจากนั้นทุกทางเลือกคิดอัตรา MLR +1% ตลอดอายุสัญญา)
** สำหรับลูกค้าที่สมัครทำประกันคุ้มครองเครดิตโฮมเฟิสต์เต็มวงเงินและระยะเวลากู้ จะได้รับสิทธิพิเศษ อัตราดอกเบี้ยปีแรกลดลงอีก 0.25% ต่อปี จากอัตราดอกเบี้ยปกติ
* อัตราดอกเบี้ยนี้สำหรับลูกค้าที่ยื่นคำขอสินเชื่อพร้อมเอกสารครบถ้วนตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. - 30 ก.ย. 51 (หรือจนกว่าธนาคารประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในช่วงดังกล่าว) หลังจากได้รับอนุมัติสินเชื่อ ลูกค้าต้องจดจำนองพร้อมใช้วงเงินภายใน 2 เดือนนับจากวันที่ยื่นขอสินเชื่อ
2. การเลือกอัตราดอกเบี้ย ควรพิจารณาเลือกอย่างไร อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดอาจจะไม่ใช่ทางเลือกดีที่สุดเสมอไป เพราะทางเลือกดังกล่าวมักจะอิงตามอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MLR ที่อาจสูงขึ้นในอนาคต ผู้กู้ซื้อบ้านควรพิจารณาทางเลือกที่จะให้ประโยชน์สูงสุดในช่วง 3-5 ปีแรก ถ้าผู้กู้มีแนวโน้มไม่ชอบความเสี่ยง ควรเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ แต่หากผู้กู้มีแนวโน้มที่ชอบอัตราดอกเบี้ยต่ำแต่สามารถรับความเสี่ยงได้ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ย MLR สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยแบบอิงลอยตัวอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
การชำระเงินกู้
1. อยากทราบว่าจะสามารถชำระเงินค่างวดรายเดือนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารได้กี่วิธี ลูกค้าสามารถชำระเงินกู้ได้หลายวิธี โดยวิธีที่สะดวกที่สุดคือการชำระสินเชื่อโดยการหักจากบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ Auto Debit โดยที่ลูกค้าสามารถกำหนดวันชำระเงินได้เอง นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถชำระ สินเชื่อรายเดือนได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขารวมทั้งสาขาไมโคร
2. ในกรณีทำข้อตกลงให้หักบัญชีจากธนาคาร Auto Debit เมื่อถึงวันครบกำหนดชำระ หากลืมนำเงินเข้าบัญชีก่อนครบกำหนด จะแก้ไขอย่างไรได้บ้างเพื่อไม่ให้เป็นการชำระผิดนัด ควรนำเงินเข้าบัญชีในวันถัดไป และควรโทรแจ้งสาขาที่ท่านใช้บริการสินเชื่ออยู่
3. หากจะขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆในสัญญาเงินกู้ เช่นการขอขยายเวลาการผ่อนชำระสินเชื่อหรือการเปลี่ยนแปลงผู้ขอกู้ จะต้องดำเนินการอย่างไร กรณีขอขยายเวลาการผ่อนชำระขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคารตามสถานะของลูกหนี้แต่ละรายในกรณีที่ได้ทำนิติกรรมสัญญากู้ยืมและจำนองเป็นการค้ำประกันสินเชื่อแล้ว ผู้กู้สามารถขยายระยะเวลาการผ่อนชำระได้ โดยติดต่อสาขาเพื่อยื่นคำร้องในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนแปลงผู้กู้ จะต้องดำเนินการดังนี้
- กรอกคำขอสินเชื่อใหม่ พร้อมยื่นเอกสารประกอบการขอกู้
- ต้องเสียค่าใช้จ่ายเช่น ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ (กรณีหลักทรัพย์เดิมประเมินไว้เกิน 1 ปี) ค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อเนื่องจากต้องเซ็นสัญญาและจดจำนองใหม่
รีไฟแนนซ์
1. จะขอกู้เพื่อรีไฟแนนซ์เพื่อไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่นได้หรือไม่ ขอกู้เพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่นได้ ตามปกติธนาคารจะให้กู้เท่ากับยอดเงินกู้คงเหลือตามสัญญากู้เดิมของลูกค้ากับสถาบันการเงินอื่น ทั้งนี้ไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินหลักทรัพย์
2. กรณีการไถ่ถอนจำนองมาจากสถาบันการเงินอื่น (Refinance) ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่ จำนวนเท่าใด ลูกค้าไถ่ถอนจำนองมาจากสถาบันการเงินอื่นมายื่นกู้กับธนาคารกรุงเทพ จะเสียค่าธรรมเนียมตามปกติของธนาคาร เช่น ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ
3. ในกรณีไถ่ถอนจำนองมาจากสถาบันการเงินอื่น จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ลูกค้าต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม คือ สัญญาเงินกู้ของสถาบันการเงินเดิม ใบเสร็จรับเงินย้อนหลัง 6 เดือนและสัญญาจำนอง
กรณีซื้อทรัพย์สินธนาคาร
1. ถ้าต้องการซื้อทรัพย์สินธนาคารและขอสินเชื่อด้วย ธนาคารมีโปรโมชั่นพิเศษหรือไม่ กรณีซื้อทรัพย์สินธนาคารเพื่อที่อยู่อาศัยธนาคารจะให้วงเงินสินเชื่อร้อยละ 90 ของราคาซื้อขาย และให้วงเงินกู้เพิ่มเพื่อตกแต่งต่อเติม หรือ ซ่อมแซมอีกร้อยละ 20 แต่ไม่เกินร้อยละ 60 ของมูลค่าการซ่อมแซม
อัตราดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ยสำหรับการซื้อทรัพย์สินรอการขายของธนาคารเพื่อการอยู่อาศัย มี 3 ทางเลือกดังนี้
- ทางเลือก 1 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี คิดอัตรา 3%
- ทางเลือก 2 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปี คิดอัตรา 5%
- ทางเลือก 3 อัตราดอกเบี้ยแบบอิงลอยตัว 3 ปี ปีที่ 1-3 คิดอัตรา MLR-1.25%
หลังจากนั้นทุกทางเลือกคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MLR-0.75%
นอกจากนั้น ธนาคารยังยกเว้นค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ (ปกติคิด 2,500 บาท) และค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ (ปกติคิด 0.5% ของวงเงินกู้) ให้อีกด้วย
** สำหรับลูกค้าที่สมัครทำประกันคุ้มครองเครดิตโฮมเฟิสต์เต็มวงเงินและระยะเวลากู้ จะได้รับสิทธิพิเศษ อัตราดอกเบี้ยปีแรกลดลงอีก 0.25% ต่อปี จากอัตราดอกเบี้ยปกติ
* อัตราดอกเบี้ยนี้สำหรับลูกค้าที่ยื่นคำขอสินเชื่อพร้อมเอกสารครบถ้วนตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. - 30 ก.ย. 51 (หรือจนกว่าธนาคารประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในช่วงดังกล่าว) หลังจากได้รับอนุมัติสินเชื่อ ลูกค้าต้องจดจำนองพร้อมใช้วงเงินภายใน 2 เดือนนับจากวันที่ยื่นคำขอสินเชื่อ
|