ศิลปะและวัฒนธรรม

ส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรม

ธนาคารกรุงเทพตระหนักว่า “ศิลปะและวัฒนธรรม” คือรากฐานที่สำคัญของสังคม โดยเฉพาะศิลปะและวัฒนธรรมไทยมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สะท้อนความเป็นชาติไทย ธนาคารจึงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านดนตรีและนาฏศิลป์ วรรณกรรม จิตรกรรม และหัตถศิลป์ เป็นต้น อีกทั้งยังมีส่วนสนับสนุนศิลปินหลายท่านที่เริ่มต้นจากการแสดงผลงานผ่านกิจกรรมของธนาคาร และพัฒนาความสามารถจนมีชื่อเสียงในปัจจุบัน ถือเป็นความภาคภูมิใจของธนาคารกรุงเทพที่ได้มีส่วนสนับสนุนและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นมรดกอันลํ้าค่าของชาติให้ดำรงคงอยู่ต่อไป

ธนาคารกรุงเทพก่อตั้ง “ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ” เมื่อปี 2522 เพื่อให้การสนับสนุนและส่งเสริมดนตรีและนาฏศิลป์ไทย ทั้งศิลปะการแสดงที่เป็นมาตรฐานของกรมศิลปากร และการแสดงพื้นบ้าน โดยดำเนินกิจกรรมต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องถึง 35 ปี จนได้รับความเชื่อถือจากแวดวงดนตรีและนาฏศิลป์ไทยในฐานะ
ผู้สนับสนุนศิลปะแขนงนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีสายสัมพันธ์อันดีกับศิลปิน ครูอาจารย์และนักศึกษาวิชาดนตรีไทยและนาฏศิลป์ตลอดมา กิจกรรมที่ศูนย์สังคีตศิลป์ ริเริ่มและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีดังนี้


ด้านดนตรีและนาฏศิลป์ไทย

ประลองเพลง ประเลงมโหรี

ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพเด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เริ่มจัดการประกวดดนตรีไทยประเภทวงมโหรีระดับมัธยมศึกษา “ประลองเพลง ประเลงมโหรี” ขึ้นในปี 2529 ตามแนวพระราชดำริ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเล็งเห็นว่าดนตรีไทยประเภทวงมโหรี ซึ่งเป็นดุริยางคศิลป์ชั้นสูงของไทยด้วยรูปแบบการบรรเลงที่ละเมียดละไม และต้องใช้ทักษะทางดนตรีที่มีความแม่นยำอย่างมากกำลังจะสูญหายไป โครงการประกวดวงมโหรีระดับมัธยมศึกษาจึงเกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนที่สนใจดนตรีไทยได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการบรรเลงมโหรีอย่างถูกต้องตามแบบแผนที่ได้รับการสืบทอดมาจากโบราณาจารย์

เวทีการประกวด “ประลองเพลง ประเลงมโหรี” ที่ดำเนินการมากว่า 28 ปี ได้สร้างบุคลากรรุ่นใหม่เข้าสู่วงการดนตรีไทยมากมาย เยาวชนที่เคยเข้าร่วมการประกวดจำนวนไม่น้อยได้เลือกศึกษาต่อในสายวิชาชีพดนตรีไทยจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก และหลายคนได้ทำหน้าที่สืบสานศิลปะการดนตรีไทยในฐานะนักวิชาการ และครูดนตรีไทยอยู่ในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ

ในปี 2556 ธนาคารได้ขยายโอกาสในการประกวดโดยเพิ่มถ้วยรางวัลในประเภทการบรรเลงรวมวงเป็น 2 ระดับ คือ ถ้วยมโหรีใหญ่ สำหรับโรงเรียนที่เคยได้รับรางวัลจากรายการประกวดนี้มาแล้ว และถ้วยมโหรีน้อย สำหรับโรงเรียนที่ไม่เคยได้รับรางวัล หรือยังไม่เคยเข้าร่วมการประกวดรายการนี้ ซึ่งส่งผลให้ในปี 2556 ที่ผ่านมา มีโรงเรียนให้ความสนใจส่งวงมโหรีเยาวชนเข้าร่วมการประกวด ทั้งในประเภทการบรรเลงรวมวงบรรเลงเดี่ยวเครื่องดนตรีและขับร้องเพลงไทย รวม 51 โรงเรียน และบ้านดนตรีอีก 2 แห่ง

เสนาะเสียงมโหรี ฟังดนตรีในสวน

ธนาคารริเริ่มจัดงาน “เสนาะเสียงมโหรี ฟังดนตรีในสวน” ขึ้นในปี 2554 เป็นกิจกรรมต่อยอดจาก “ประลองเพลง ประเลงมโหรี” เพื่อขยายผลการประกวดสู่การรับรู้ของประชาชนในวงกว้าง โดยจัดเวทีให้วงมโหรีของโรงเรียนที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้แสดงฝีมือด้านดนตรีไทยให้ผู้ปกครองและประชาชนในท้องถิ่นของแต่ละโรงเรียนได้ชื่นชมในความสามารถของเยาวชน และรับรู้บทบาทของศูนย์สังคีตศิลป์ในด้านการส่งเสริมและสนับสนุนดนตรีและนาฏศิลป์ไทย อีกทั้งยังเป็นโอกาสให้ธนาคารได้สร้างสายสัมพันธ์อันดีหน่วยงานราชการ สถานศึกษา ชุมชน และบุคคลสำคัญในแต่ละจังหวัดที่ร่วมกิจกรรมอีกด้วย

ในปี 2556 ธนาคารได้จัดการแสดง “เสนาะเสียงมโหรี ฟังดนตรีในสวน” ให้แก่วงมโหรีจาก 6 โรงเรียนที่
เข้ารอบชิงชนะเลิศประลองเพลง ประเลงมโหรี ครั้งที่ 27 ประจำปี 2555 ได้แก่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นวงชนะเลิศ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพฯ โรงเรียนเทพมงคลรังษี จังหวัดกาญจนบุรี โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย จังหวัดสุพรรณบุรี โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนประจวบวิทยาลัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สังคีตสราญรมย์

ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ จัดการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทยในชื่อรายการ “สังคีตสราญรมย์” มาตั้งแต่ปี 2554 เพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนได้มีโอกาสชมศิลปะการแสดงของไทยที่นับวันจะหาชมได้ยาก โดยเชิญศิลปินและคณะนาฏศิลป์จากทั่วประเทศที่เคยร่วมงานกับศูนย์สังคีตศิลป์ มาทำการแสดงทั้งในแบบมาตรฐาน เช่น โขน ละครใน ละครนอก ฯลฯ และแบบพื้นบ้าน เช่น เพลงฉ่อย เพลงอีแซว ลิเก ละครชาตรี ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งช่วยให้ศิลปิน คณะนาฏศิลป์ รวมถึงศิลปินรุ่นใหม่ มีเวทีทำการแสดงสู่สายตาประชาชนเพิ่มขึ้น

ในปี 2556 ศูนย์สังคีตศิลป์จัดการแสดง “สังคีตสราญรมย์” รวม 24 ครั้ง ที่สถาบันคึกฤทธิ์ ซอยงามดูพลี ถนนพระรามที่ 4 โดยจัดในวันเสาร์แรกและเสาร์ที่สามของทุกเดือน เวลา 16.00-18.00 น. ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ ดังจะเห็นได้จากผู้ชมที่เป็น “แฟนประจำ” มีจำนวนเพิ่มขึ้นและส่วนหนึ่งเป็นเยาวชน นอกจากนี้ เยาวชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนใกล้เคียงสถานที่จัดการแสดงก็ให้ความสนใจเพิ่มขึ้น โดยนอกจากจะเข้าชมการแสดงเป็นประจำแล้ว ส่วนหนึ่งยังสมัครเรียนดนตรีและนาฏศิลป์ไทยกับสถาบันคึกฤทธิ์ที่เปิดสอนเยาวชนทุกวันอาทิตย์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และหลายคนได้รับโอกาสให้ร่วมแสดงในงานต่างๆ ที่สถาบันคึกฤทธิ์จัดขึ้นด้วย

พิธีไหว้ครูดนตรีและนาฏศิลป์ไทย

พิธีไหว้ครูเป็นธรรมเนียมที่คนในแวดวงศิลปะและช่างฝีมือให้ความสำคัญอย่างสูงและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่โบราณกาล เพื่อน้อมคารวะครูผู้มีพระคุณที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาอันเป็นสินทรัพย์ที่ประเมินค่ามิได้ให้ด้วยความเมตตา และมีความภาคภูมิใจที่จะแสดงให้สังคมรับรู้ว่าตนเป็นศิษย์มีครู ดังนั้น ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งให้การสนับสนุนและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยตลอดมาและตระหนักในความสำคัญนี้ จึงจัดพิธี
ไหว้ครูดนตรีและนาฏศิลป์ไทยเป็นประจำทุกปี โดยเชิญครูผู้ประกอบพิธีที่ได้รับพระราชทานครอบจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นผู้ประกอบพิธี ซึ่งทำให้พิธีไหว้ครูที่ธนาคารจัด มีความถูกต้อง ครบถ้วนตามจารีตพิธีไหว้ครูแบบราชสำนัก และเป็นที่ยอมรับของแวดวงศิลปวัฒนธรรมและประชาชนที่สนใจ จึงมีศิลปิน ครู อาจารย์ นักเรียน และนักศึกษาวิชาดนตรีและนาฏศิลป์ไทย เข้าร่วมอย่างคับคั่งทุกครั้ง

ห้องสมุดศูนย์สังคีตศิลป์

นอกจากจัดการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทยอย่างต่อเนื่องแล้ว ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ ยังมีบริการห้องสมุด ซึ่งรวบรวมหนังสือเกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมไทย รวมถึงดนตรี นาฏศิลป์ และการแสดงพื้นบ้านของไทยไว้มากกว่า 15,000 เล่ม และยังมีสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่บันทึกการแสดงนาฏดุริยางคศิลป์ประเภทต่างๆ ที่ศูนย์สังคีตศิลป์จัดแสดงตั้งแต่ปี 2522 จนถึงปัจจุบันในรูปของแถบเสียงคาสเซท วีดิทัศน์ และภาพสไลด์เป็นจำนวนมาก ถือเป็นห้องสมุดทางศิลปวัฒนธรรมที่รวมรวมข้อมูลไว้มากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และได้รับความ
เชื่อถือจากศิลปิน ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจศิลปะการแสดงที่ขอใช้บริการเพื่อค้นคว้าหาข้อมูลอยู่เสมอ

ห้องสมุดศูนย์สังคีตศิลป์ ตั้งอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยเปิดให้บริการแก่นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และผู้สนใจในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8.30 - 17.00 น.

ด้านวรรณกรรม

รางวัลซีไรต์

ธนาคารให้การสนับสนุนการจัดประกวดรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) โดยสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการดำเนินงานรางวัลซีไรต์ มาตั้งแต่ปี 2527 จนปัจจุบัน ธนาคารได้รับเกียรติและการยกย่องในฐานะผู้สนับสนุนหลักรายหนึ่งของรางวัลซีไรต์ตลอดมา และในปี 2553 เป็นต้นมา ธนาคารได้จัดงานเสวนา “พบนักเขียนซีไรต์” ที่สำนักงานใหญ่ สีลม โดยเชิญนักเขียนที่ได้รับรางวัลจากทุกประเทศในแต่ละปีมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานวรรณกรรม มุมมองต่างๆ รวมทั้งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับรางวัล ท่ามกลางผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมฟังการเสวนาอย่างคับคั่ง ทั้งนักเรียน นักศึกษา รวมถึงครู อาจารย์ จากสถาบันการศึกษาต่างๆ และประชาชนทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

รางวัลชมนาดบุ๊คไพรซ์

ธนาคารกรุงเทพร่วมกับบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด จัดการประกวดวรรณกรรม “ชมนาด บุ๊คไพรซ์” ทุกรอบ 2 ปีมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่สนับสนุนนักเขียนสตรีไทยให้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพและเผยแพร่งานเขียนสู่ระดับชาติและสากล ให้ผู้รักการอ่านทั่วโลกได้รู้จักมากขึ้น ถือเป็นเวทีอันทรงเกียรติและมีคุณค่ายิ่งสำหรับนักเขียนที่จะได้แสดงฝีมือในการเขียนให้ประจักษ์ต่อสายตาผู้คนทั่วไป และเป็นบันไดก้าวสำคัญที่จะใช้ในการพัฒนาฝีมือเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จที่สูงขึ้น

ด้านจิตรกรรม

จิตรกรรมบัวหลวง

มูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมหลากหลาย ได้จัดประกวด “จิตรกรรมบัวหลวง” ตั้งแต่ปี 2517 และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ด้วยเล็งเห็นคุณค่าและความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมไทย โดยมีเจตนารมณ์ที่มุ่งส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืนถาวร ตลอดจนสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่มีแนวคิด และทักษะในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมและมีโอกาสจัดแสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แก่
สาธารณชน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “จิตรกรรมบัวหลวง” ได้รับการยอมรับจากวงการศิลปะว่าเป็นเวทีประกวดการวาดภาพที่มีมาตรฐานสูงและเป็นรางวัลที่มีเกียรติ ศิลปินที่ได้รับรางวัลจากจิตรกรรมบัวหลวงหลายท่านมีฝีมือเป็นที่ประจักษ์และมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ บางท่านได้รับเกียรติสูงสุดในฐานะศิลปินแห่งชาติ

การประกวดในปี 2556 ซึ่งเป็นปีที่ 35 มีศิลปิน 142 คน ส่งภาพจิตรกรรมจำนวน 220 ภาพเข้าประกวดในทั้ง 3 ประเภท คือ ประเภทจิตรกรรมไทยแบบประเพณี ประเภทจิตรกรรมไทยแนวประเพณี และประเภทจิตรกรรม
ร่วมสมัย ผู้ชนะการประกวดนอกจากได้รับเงินรางวัล เหรียญเชิดชูเกียรติ และประกาศนียบัตรแล้ว ยังจะได้ไปทัศนศึกษาดูงานด้านศิลปะที่ประเทศอังกฤษอีกด้วย

ศิลปินดาวเด่น บัวหลวง 101

มูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดโครงการ “ศิลปินดาวเด่น บัวหลวง 101” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยเป็นการแข่งขันวาดภาพระดับอุดมศึกษา เป็นเวลา 10 วัน ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมีการถ่ายทอดสดทางเว็บไซต์ให้ผู้ชมร่วมให้คะแนนด้วย

กิจกรรมนี้นอกจากจะเป็นการเปิดเวทีในการสร้างสรรค์ให้กับศิลปินรุ่นใหม่แล้ว ยังทำให้นักศึกษาได้รู้จักสังคมนอกห้องเรียน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในเวลาและสิ่งแวดล้อมที่จำกัด เป็นโครงการกึ่งให้ความรู้ ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการฝึกฝนของนักศึกษาศิลปะทั้งหลาย

ด้านหัตถศิลป์

หัตถศิลป์บัวหลวง

มูลนิธิธนาคารกรุงเทพ จัดประกวด “หัตถศิลป์บัวหลวง” ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้นในปี 2555 ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยด้านงานฝีมือช่างศิลป์ พร้อมเปิดโอกาสให้ช่างศิลป์ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าให้เป็นที่ประจักษ์แก่
สาธารณชนและร่วมรักษามรดกทางวัฒนธรรมอีกแขนงหนึ่งของไทยให้คงอยู่สืบไป โดยจัดการประกวด 2 ประเภท คือ หัตถศิลป์ไทยแนวประเพณี และหัตถศิลป์ไทยสร้างสรรค์ ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาตัดสินผลงานที่ส่งเข้าประกวดในปี 2556

นอกจากการสนับสนุนศิลปะและวัฒนธรรมไทยแล้ว ธนาคารยังได้สนับสนุนโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมด้านการดนตรีอีกมากมาย ทั้งนี้ ด้วยธนาคารเล็งเห็นว่าศิลปะการดนตรีไม่ว่าจะแขนงใดล้วนมีคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาเยาวชนทั้งสิ้น อาทิ

  • ละครเวทีเรื่อง “อลหม่านบ้านพ่อแผน” ของคุณสุประวัติ ปัทมสูต ศิลปินแห่งชาติ
  • โครงการ “ดนตรีในสวนและงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม” ของบริษัท มติชน จำกัด
  • โครงการ “ประกวดร้องเพลงลูกทุ่งเกษตรอีสาน ครั้งที่ 2” ของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • คอนเสิร์ตเชิดชูศิลปินแห่งชาติ “เพลงทำนอง สองครู” ของมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท
  • การแสดงดนตรีเพื่อการศึกษา “ครุศาสตร์คอนเสิร์ต ครั้งที่ 33 ศัณณวติวรรษ จุฬาฯ” เนื่องในงานฉลอง
    96 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คอนเสิร์ต “100 ปี ชาตกาลอาจารย์ จำนง รังสิกุล” เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวงการโทรทัศน์ไทย
  • งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 15 เพื่อให้คนไทย โดยเฉพาะเยาชนได้ชมศิลปะการแสดงของประเทศต่างๆ ทั่วโลกโดยไม่ต้องเดินทางไปถึงต่างประเทศ ซึ่งธนาคารได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งที่ 11
  • สนับสนุนวงดุริยางค์เครื่องลมแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ KU Wind และ Nontri Orchestra Wind เข้าร่วมการแข่งขันดนตรีโลก World Music Contest 2013 ณ เมือง Ketkrade ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์และได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรตินิยม เป็นอันดับที่ 1 ของเอเชีย และอันดับ 6 ของโลก ในประเภทคอนเสิร์ตนั่งบรรเลงกลุ่มดิวิชั่น 1
  • สนับสนุนโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ในการประกวดดนตรี “World Championship of Marching Show Band 2013” ณ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ
  • งาน “RU Brass and Percussion Concert and Workshop in Chiang Mai” ของวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต
  • โครงการ “เพลงคลาสสิกจีบคนกรุงเทพ” ของมูลนิธิหอศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9
  • ละครเพลง “เดอะ แฟนธอม ออฟ ดิ โอเปร่า” ของ บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์


กิจกรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ไทย และอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ธนาคารกรุงเทพ ในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมที่ไม่จำกัดอยู่เพียงการบรรเลงและการแสดง หากยังส่งเสริมด้านวิชาการ การพัฒนาคนทั้งด้านผลงาน และด้านคุณธรรมอันดีงาม อันเป็นการใช้กิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาสังคมอย่างแท้จริง

Quick Access
News
Tweet this! Share on Facebook
คลิกเข้าสู่เว็บไซต์ธนาคารบนมือถือYour Security Firstระบบการหักบัญชีเช็คด้วยภาพเช็ค และระบบการจัดเก็บภาพเช็คBualuang Phone
Submit