พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 (เพิ่มเติม)

ลงทุนอย่างมั่นใจกับพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 (เพิ่มเติม)


ธนาคารกรุงเทพได้รับคัดเลือกจากกระทรวงการคลังให้ร่วมเป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 (เพิ่มเติม) โดยเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน - 10 กันยายน 2561 ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง (24 ชั่วโมง) บริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง (24 ชั่วโมง) และที่เครื่องเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ (24 ชั่วโมง)

เนื่องจากพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นนี้เป็นแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ผู้ซื้อจะต้องลงทะเบียนก่อนการซื้อ ซึ่งธนาคารกรุงเทพเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา สำหรับลูกค้าที่เคยลงทะเบียนเพื่อซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง แบบไร้ใบตราสาร กับธนาคารกรุงเทพไว้แล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ สามารถใช้เลขที่ผู้ถือพันธบัตรเดิมซื้อพันธบัตรรุ่นนี้ได้

ขั้นตอนการซื้อพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง คลิกที่นี่ NEW

ดาวน์โหลดเอกสาร

สรุปสาระสำคัญ

ผู้ออกพันธบัตร กระทรวงการคลัง
ชื่อรุ่นพันธบัตร พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 (เพิ่มเติม)
อายุ 5 ปี และ 10 ปี – แบบไร้ใบตราสาร (Scripless)
วงเงินรวมที่เสนอขาย 3,000 ล้านบาท
วันครบกำหนดไถ่ถอน พันธบัตรรุ่นอายุ 5 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 10 พฤษภาคม 2566
พันธบัตรรุ่นอายุ 10 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 10 พฤษภาคม 2571
อัตราผลตอบแทนที่
ผู้ลงทุนได้รับ
รุ่นอายุ 5 ปี – อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.15% ต่อปี
รุ่นอายุ 10 ปี – อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.00% ต่อปี
การจ่ายดอกเบี้ย ปีละ 2 งวด คือในวันที่ 10 พฤษภาคม และ 10 พฤศจิกายน ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตร โดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี 365 วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง หากวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เลื่อนจ่ายในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้ เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
วันที่จำหน่าย
วงเงินซื้อขั้นต่ำ-ขั้นสูง
13 มิถุนายน - 10 กันยายน 2561
วงเงินซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (1 หน่วย) ไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ ราคาจำหน่ายหน่วยละ 1,000 บาท และซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท

กรณีตรวจพบรายการซื้อที่ผิดเงื่อนไข ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะคืนเงินให้ผู้ซื้อโดยไม่มีการคิดดอกเบี้ย
ราคาจำหน่าย ราคาหน่วยละ 1,000 บาท และทวีคูณของ 1,000 บาท
วิธีการจัดจำหน่าย จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง บริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็ม ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 13 มิถุนายน 2561 จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2561
วันที่ลงในพันธบัตร
(วันที่เริ่มคิดดอกเบี้ย)
กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์สาขา
  • กรณีชำระเงินด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก เริ่มคิดดอกเบี้ย ณ วันที่ซื้อพันธบัตร ยกเว้นกรณีที่ชำระหลังเวลา 15.00 น. ของวันทำการ หรือซื้อในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดทำการของธนาคาร ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการถัดไป
  • กรณีชำระด้วยเช็ค ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการที่ทราบผลว่าเช็คสามารถเรียกเก็บได้

กรณีซื้อผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง บริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ
เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ทำธุรกรรม ยกเว้นกรณีซื้อหลังเวลา 15.00 น. ของวันทำการ หรือซื้อในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดทำการของธนาคาร ดอกเบี้ยจะเริ่มนับตั้งแต่วันทำการถัดไป ทั้งนี้ วงเงินซื้อสูงสุดผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง บริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็ม จะต้องไม่เกินยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากและไม่เกินวงเงินซื้อขั้นสูงที่กระทรวงการคลังกำหนด
การลงทะเบียนและ
ฝากหลักทรัพย์

ผู้จองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์แบบไร้ใบตราสาร (Scripless) รายใหม่ที่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน ผู้จองซื้อสามารถลงทะเบียนได้ทุกวันทำการที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา เพื่อฝากพันธบัตรไว้กับธนาคารกรุงเทพ โดยธนาคารกรุงเทพจะนำฝากพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์ภายใต้บัญชีฝากหลักทรัพย์ของธนาคารเพื่อลูกค้า ที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ ชื่อเจ้าของหลักทรัพย์ที่ลงทะเบียนจะต้องตรงกันกับชื่อเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อรับโอนดอกเบี้ยและต้นเงิน

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ผู้ซื้อจะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรที่สาขาธนาคารกรุงเทพ และสมัครใช้บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้งก่อน แล้วจึง Log on เข้าสู่บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ทางเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ เพื่อสมัครใช้บริการจองซื้อพันธบัตร ผ่านบริการบัวหลวงไอแบงก์กิ้ง ด้วยตนเอง

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง ผู้ซื้อจะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรที่สาขาธนาคารกรุงเทพ และสมัครใช้บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และบริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง ก่อน แล้วจึง Log on เข้าสู่บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ทางเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ เพื่อผูกบัญชีพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ด้วยตนเอง จากนั้นจึงจะสามารถใช้บริการจองซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง ได้

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านเครื่องเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ ผู้ซื้อจะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรพร้อมทั้งระบุเลขที่บัญชีเงินฝากที่ใช้บริการผ่านบัตรเอทีเอ็ม/บัตรเดบิต บีเฟิสต์

หากผู้จองซื้อทำบัตรเดบิต บีเฟิสต์ใหม่ เพื่อซื้อพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ธนาคารกรุงเทพจะยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกให้กับผู้จองซื้อ*

*เงื่อนไข

  • ธนาคารกรุงเทพยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกของบัตรเดบิต บีเฟิสต์ เพื่อใช้ซื้อพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) เพียงใบแรกใบเดียวเท่านั้น
  • กรณีผู้ซื้อไม่มีการทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเครื่องเอทีเอ็มโดยใช้บัตรเดบิต บีเฟิสต์ ที่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรก ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ขอออกบัตรเดบิต บีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกย้อนหลังโดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ระบุไว้ในบัตรดังกล่าว
  • บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท แรบบิท ศิริราช/บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท ทีพีเอ็น แรบบิท ศิริราช/บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท
    แรบบิท เชลซี ไม่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี
วิธีการจัดสรร ผู้จองซื้อที่มี "คำเสนอขอซื้อพันธบัตร" ณ สาขาธนาคารกรุงเทพ หรือทำรายการซื้อผ่านบริการบัวหลวง
ไอแบงก์กิ้ง บริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง หรือผ่านเครื่องเอทีเอ็ม และชำระเงินสมบูรณ์ก่อน จะได้รับการจัดสรรก่อน
ผู้มีสิทธิ์ซื้อ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร


การลงทะเบียนและการฝากหลักทรัพย์

ใช้หลักฐานดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง และสำเนาเอกสารดังกล่าว พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) เพื่อรับเงินค่าดอกเบี้ยและต้นเงินพันธบัตรของผู้ซื้อที่เปิดบัญชีไว้กับธนาคารกรุงเทพ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง ในกรณีที่ไม่มีบัญชีเงินฝาก ผู้ซื้อต้องเปิดบัญชีใหม่

ช่องทางการซื้อและการชำระเงิน

ผู้ซื้อสามารถชำระเงินได้ดังนี้

กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์
  • ชำระด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก
  • ชำระด้วยเช็ค
    • สั่งจ่าย “บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 5 ปี” หรือ
                “บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 10 ปี”
    • ลงวันที่ไม่เกินวันที่ซื้อ (วันที่ 10 กันยายน 2561 ไม่รับชำระด้วยเช็ค)
    • เรียกเก็บได้ในสำนักหักบัญชีเดียวกับสาขาที่รับชำระเงินค่าพันธบัตร


กรณีซื้อผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อสามารถเรียกดูประวัติการทำรายการเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ยืนยันการซื้อพันธบัตร

กรณีซื้อผ่านบริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง
ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อสามารถเรียกดูประวัติการทำรายการเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการซื้อพันธบัตร

ขั้นตอนการซื้อพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง คลิกที่นี่

กรณีซื้อผ่านเครื่องเอทีเอ็ม
ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อจะได้รับใบบันทึกรายการ (Slip) จากเครื่องเอทีเอ็ม เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการซื้อพันธบัตร

หลักฐานที่ได้รับจากการซื้อพันธบัตร

สมุดพันธบัตรรัฐบาล (Bond Book) ที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับพันธบัตร โดยมีข้อกำหนดและเงื่อนไขดังนี้
  • ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำไปใช้อ้างอิงสำหรับการทำธุรกรรมได้
  • รายการที่ปรากฏอยู่ในสมุดพันธบัตร เป็นรายการที่แสดงมูลค่าตามราคาตราในวันที่จดทะเบียน และ/หรือมูลค่าตามราคาตลาดของธนาคารกรุงเทพในวันทำรายการ
  • รายการที่ปรากฏในสมุดพันธบัตร จะถือว่าถูกต้องเมื่อรายการดังกล่าวตรงกันกับรายการที่บันทึกไว้ที่ธนาคารกรุงเทพ
  • รายการที่อยู่ในสมุดพันธบัตร จะปรากฏเฉพาะพันธบัตรที่เป็นรุ่นไร้ใบตราสาร (Scripless) ที่ซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพ
  • ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำสมุดพันธบัตรไปปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันผ่านสาขา และเครื่องปรับสมุดอัตโนมัติของธนาคารกรุงเทพ

ทั้งนี้ ผู้ซื้อที่เคยซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง แบบไร้ใบตราสาร และเคยได้รับสมุดพันธบัตรรัฐบาลจากธนาคารกรุงเทพแล้ว สามารถใช้สมุดพันธบัตรเล่มเดิมเพื่อซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 (เพิ่มเติม) ได้

การเปลี่ยนแปลงชื่อที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ย และต้นเงิน

ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถแจ้งการเปลี่ยนแปลงฯ ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา

ธุรกรรมหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์

การโอนกรรมสิทธิ์

ทำได้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป ยกเว้น การโอนทางมรดก การแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า การล้มละลาย การชำระบัญชี การจำนำสิทธิในพันธบัตรเพื่อเป็นหลักประกัน ให้ทำได้หลังจากวันที่ทำรายการซื้อแล้ว 15 วันทำการ ทั้งนี้ การโอนกรรมสิทธิ์และการจำนำจะกระทำในระหว่างระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้

การโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) สามารถทำได้โดยอาจเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้ารายใหม่หรือลูกค้าเดิมภายในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ซื้อผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายเดียวกัน แต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างธนาคารตัวแทนจำหน่ายได้ โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องนำสมุดพันธบัตรไปติดต่อธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ได้ฝากพันธบัตรไว้

การใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน

ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ เช่น การประกันทางศาล หรือการประกันไฟฟ้า และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงิน หรือบุคคลอื่นได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระเบียบหลักเกณฑ์การรับหลักประกันของหน่วยงานหรือบุคคลนั้นๆ โดยจะต้องติดต่อธนาคารกรุงเทพ เพื่อขอถอนพันธบัตรจากระบบ Scripless สามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมได้ที่นี่

ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมภายหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ซื้อกรรมสิทธิ์

สามารถตรวจสอบได้ที่หนังสือชี้ชวนการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 (เพิ่มเติม)

ข้อกำหนดอื่นๆ

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะนายทะเบียนพันธบัตร จะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์หรือกระแสรายวันของผู้ถือพันธบัตรที่ฝากไว้กับธนาคารกรุงเทพตามที่แจ้งไว้ตอนลงทะเบียน
  • หากวันจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคาร จะชำระดอกเบี้ยในวันทำการถัดไป
  • ธนาคารแห่งประเทศไทยจะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ย ตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร
ผู้ออกพันธบัตร กระทรวงการคลัง
ชื่อรุ่นพันธบัตร พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 (เพิ่มเติม)
อายุ 5 ปี และ 10 ปี – แบบไร้ใบตราสาร (Scripless)
วงเงินรวมที่เสนอขาย 3,000 ล้านบาท
วันครบกำหนดไถ่ถอน พันธบัตรรุ่นอายุ 5 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 10 พฤษภาคม 2566
พันธบัตรรุ่นอายุ 10 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 10 พฤษภาคม 2571
อัตราผลตอบแทนที่
ผู้ลงทุนได้รับ
รุ่นอายุ 5 ปี – อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.15% ต่อปี
รุ่นอายุ 10 ปี – อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.00% ต่อปี
การจ่ายดอกเบี้ย ปีละ 2 งวด คือในวันที่ 10 พฤษภาคม และ 10 พฤศจิกายน ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตร โดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี 365 วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง หากวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เลื่อนจ่ายในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้ เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
วันที่จำหน่าย
วงเงินซื้อขั้นต่ำ-ขั้นสูง
13 มิถุนายน - 10 กันยายน 2561
วงเงินซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (1 หน่วย) ไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ ราคาจำหน่ายหน่วยละ 1,000 บาท และซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท

กรณีตรวจพบรายการซื้อที่ผิดเงื่อนไข ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะคืนเงินให้ผู้ซื้อโดยไม่มีการคิดดอกเบี้ย
ราคาจำหน่าย ราคาหน่วยละ 1,000 บาท และทวีคูณของ 1,000 บาท
วิธีการจัดจำหน่าย จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง บริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็ม ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 13 มิถุนายน 2561 จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2561
วันที่ลงในพันธบัตร
(วันที่เริ่มคิดดอกเบี้ย)
กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์สาขา
  • กรณีชำระเงินด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก เริ่มคิดดอกเบี้ย ณ วันที่ซื้อพันธบัตร ยกเว้นกรณีที่ชำระหลังเวลา 15.00 น. ของวันทำการ หรือซื้อในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดทำการของธนาคาร ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการถัดไป
  • กรณีชำระด้วยเช็ค ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการที่ทราบผลว่าเช็คสามารถเรียกเก็บได้

กรณีซื้อผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง บริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ
เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ทำธุรกรรม ยกเว้นกรณีซื้อหลังเวลา 15.00 น. ของวันทำการ หรือซื้อในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดทำการของธนาคาร ดอกเบี้ยจะเริ่มนับตั้งแต่วันทำการถัดไป ทั้งนี้ วงเงินซื้อสูงสุดผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง บริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็ม จะต้องไม่เกินยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากและไม่เกินวงเงินซื้อขั้นสูงที่กระทรวงการคลังกำหนด
การลงทะเบียนและ
ฝากหลักทรัพย์

ผู้จองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์แบบไร้ใบตราสาร (Scripless) รายใหม่ที่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน ผู้จองซื้อสามารถลงทะเบียนได้ทุกวันทำการที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา เพื่อฝากพันธบัตรไว้กับธนาคารกรุงเทพ โดยธนาคารกรุงเทพจะนำฝากพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์ภายใต้บัญชีฝากหลักทรัพย์ของธนาคารเพื่อลูกค้า ที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ ชื่อเจ้าของหลักทรัพย์ที่ลงทะเบียนจะต้องตรงกันกับชื่อเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อรับโอนดอกเบี้ยและต้นเงิน

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ผู้ซื้อจะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรที่สาขาธนาคารกรุงเทพ และสมัครใช้บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้งก่อน แล้วจึง Log on เข้าสู่บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ทางเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ เพื่อสมัครใช้บริการจองซื้อพันธบัตร ผ่านบริการบัวหลวงไอแบงก์กิ้ง ด้วยตนเอง

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง ผู้ซื้อจะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรที่สาขาธนาคารกรุงเทพ และสมัครใช้บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และบริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง ก่อน แล้วจึง Log on เข้าสู่บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ทางเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ เพื่อผูกบัญชีพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ด้วยตนเอง จากนั้นจึงจะสามารถใช้บริการจองซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง ได้

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านเครื่องเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ ผู้ซื้อจะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรพร้อมทั้งระบุเลขที่บัญชีเงินฝากที่ใช้บริการผ่านบัตรเอทีเอ็ม/บัตรเดบิต บีเฟิสต์

หากผู้จองซื้อทำบัตรเดบิต บีเฟิสต์ใหม่ เพื่อซื้อพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ธนาคารกรุงเทพจะยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกให้กับผู้จองซื้อ*

*เงื่อนไข

  • ธนาคารกรุงเทพยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกของบัตรเดบิต บีเฟิสต์ เพื่อใช้ซื้อพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) เพียงใบแรกใบเดียวเท่านั้น
  • กรณีผู้ซื้อไม่มีการทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเครื่องเอทีเอ็มโดยใช้บัตรเดบิต บีเฟิสต์ ที่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรก ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ขอออกบัตรเดบิต บีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกย้อนหลังโดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ระบุไว้ในบัตรดังกล่าว
  • บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท แรบบิท ศิริราช/บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท ทีพีเอ็น แรบบิท ศิริราช/บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท
    แรบบิท เชลซี ไม่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี
วิธีการจัดสรร ผู้จองซื้อที่มี "คำเสนอขอซื้อพันธบัตร" ณ สาขาธนาคารกรุงเทพ หรือทำรายการซื้อผ่านบริการบัวหลวง
ไอแบงก์กิ้ง บริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง หรือผ่านเครื่องเอทีเอ็ม และชำระเงินสมบูรณ์ก่อน จะได้รับการจัดสรรก่อน
ผู้มีสิทธิ์ซื้อ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร


ใช้หลักฐานดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง และสำเนาเอกสารดังกล่าว พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) เพื่อรับเงินค่าดอกเบี้ยและต้นเงินพันธบัตรของผู้ซื้อที่เปิดบัญชีไว้กับธนาคารกรุงเทพ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง ในกรณีที่ไม่มีบัญชีเงินฝาก ผู้ซื้อต้องเปิดบัญชีใหม่

ผู้ซื้อสามารถชำระเงินได้ดังนี้

กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์
  • ชำระด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก
  • ชำระด้วยเช็ค
    • สั่งจ่าย “บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 5 ปี” หรือ
                “บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 10 ปี”
    • ลงวันที่ไม่เกินวันที่ซื้อ (วันที่ 10 กันยายน 2561 ไม่รับชำระด้วยเช็ค)
    • เรียกเก็บได้ในสำนักหักบัญชีเดียวกับสาขาที่รับชำระเงินค่าพันธบัตร


กรณีซื้อผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อสามารถเรียกดูประวัติการทำรายการเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ยืนยันการซื้อพันธบัตร

กรณีซื้อผ่านบริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง
ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อสามารถเรียกดูประวัติการทำรายการเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการซื้อพันธบัตร

ขั้นตอนการซื้อพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง คลิกที่นี่

กรณีซื้อผ่านเครื่องเอทีเอ็ม
ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อจะได้รับใบบันทึกรายการ (Slip) จากเครื่องเอทีเอ็ม เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการซื้อพันธบัตร

สมุดพันธบัตรรัฐบาล (Bond Book) ที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับพันธบัตร โดยมีข้อกำหนดและเงื่อนไขดังนี้
  • ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำไปใช้อ้างอิงสำหรับการทำธุรกรรมได้
  • รายการที่ปรากฏอยู่ในสมุดพันธบัตร เป็นรายการที่แสดงมูลค่าตามราคาตราในวันที่จดทะเบียน และ/หรือมูลค่าตามราคาตลาดของธนาคารกรุงเทพในวันทำรายการ
  • รายการที่ปรากฏในสมุดพันธบัตร จะถือว่าถูกต้องเมื่อรายการดังกล่าวตรงกันกับรายการที่บันทึกไว้ที่ธนาคารกรุงเทพ
  • รายการที่อยู่ในสมุดพันธบัตร จะปรากฏเฉพาะพันธบัตรที่เป็นรุ่นไร้ใบตราสาร (Scripless) ที่ซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพ
  • ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำสมุดพันธบัตรไปปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันผ่านสาขา และเครื่องปรับสมุดอัตโนมัติของธนาคารกรุงเทพ

ทั้งนี้ ผู้ซื้อที่เคยซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง แบบไร้ใบตราสาร และเคยได้รับสมุดพันธบัตรรัฐบาลจากธนาคารกรุงเทพแล้ว สามารถใช้สมุดพันธบัตรเล่มเดิมเพื่อซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 (เพิ่มเติม) ได้

ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถแจ้งการเปลี่ยนแปลงฯ ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา

การโอนกรรมสิทธิ์

ทำได้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป ยกเว้น การโอนทางมรดก การแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า การล้มละลาย การชำระบัญชี การจำนำสิทธิในพันธบัตรเพื่อเป็นหลักประกัน ให้ทำได้หลังจากวันที่ทำรายการซื้อแล้ว 15 วันทำการ ทั้งนี้ การโอนกรรมสิทธิ์และการจำนำจะกระทำในระหว่างระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้

การโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) สามารถทำได้โดยอาจเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้ารายใหม่หรือลูกค้าเดิมภายในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ซื้อผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายเดียวกัน แต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างธนาคารตัวแทนจำหน่ายได้ โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องนำสมุดพันธบัตรไปติดต่อธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ได้ฝากพันธบัตรไว้

การใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน

ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ เช่น การประกันทางศาล หรือการประกันไฟฟ้า และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงิน หรือบุคคลอื่นได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระเบียบหลักเกณฑ์การรับหลักประกันของหน่วยงานหรือบุคคลนั้นๆ โดยจะต้องติดต่อธนาคารกรุงเทพ เพื่อขอถอนพันธบัตรจากระบบ Scripless สามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมได้ที่นี่

ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมภายหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ซื้อกรรมสิทธิ์

สามารถตรวจสอบได้ที่หนังสือชี้ชวนการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 (เพิ่มเติม)

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะนายทะเบียนพันธบัตร จะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์หรือกระแสรายวันของผู้ถือพันธบัตรที่ฝากไว้กับธนาคารกรุงเทพตามที่แจ้งไว้ตอนลงทะเบียน
  • หากวันจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคาร จะชำระดอกเบี้ยในวันทำการถัดไป
  • ธนาคารแห่งประเทศไทยจะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ย ตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอรับเอกสารรู้ก่อนซื้อพันธบัตรได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา หรือบัวหลวงโฟน โทร.1333

ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Quick Access
News
Tweet this! Share on Facebook
พร้อมเพย์  Bualuang GetMoneyMoney TutorAEC ConnectYour Security FirstBualuang Phone