พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 1

ลงทุนอย่างมั่นใจกับพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 1

ธนาคารกรุงเทพได้รับคัดเลือกจากกระทรวงการคลังให้ร่วมเป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 1 โดยเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 - 30 มีนาคม 2561 ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และที่เครื่องเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ

เนื่องจากพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นนี้เป็นแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ผู้ซื้อจะต้องลงทะเบียนก่อนการซื้อ ซึ่งธนาคารกรุงเทพเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา สำหรับลูกค้าที่เคยลงทะเบียนเพื่อซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง แบบไร้ใบตราสาร กับธนาคารกรุงเทพไว้แล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ สามารถใช้เลขที่ผู้ถือพันธบัตรเดิมซื้อพันธบัตรรุ่นนี้ได้

ดาวน์โหลดเอกสาร

สรุปสาระสำคัญ

ผู้ออกพันธบัตร: กระทรวงการคลัง 
ชื่อรุ่นพันธบัตร: พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 1
อายุ: 3 ปี และ 7 ปี – แบบไร้ใบตราสาร (Scripless)
วงเงินรวมที่เสนอขาย: 15,000 ล้านบาท
วันครบกำหนดไถ่ถอน: พันธบัตรรุ่นอายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563
พันธบัตรรุ่นอายุ 7 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567
อัตราผลตอบแทนที่
ผู้ลงทุนได้รับ: 
รุ่นอายุ 3 ปี – อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.85% ต่อปี
รุ่นอายุ 7 ปี – อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.45% ต่อปี
การจ่ายดอกเบี้ย: ปีละ 2 งวด คือในวันที่ 27 พฤษภาคม และ 27 พฤศจิกายน ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตร โดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี 365 วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง หากวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เลื่อนจ่ายในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้ เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
วันที่จำหน่าย:
วงเงินซื้อขั้นต่ำ-ขั้นสูง:
27 พฤศจิกายน 2560 - 30 มีนาคม 2561
วงเงินซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (1 หน่วย) – ไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ ราคาจำหน่ายหน่วยละ 1,000 บาท และซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท

กรณีตรวจพบรายการซื้อที่ผิดเงื่อนไข ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะคืนเงินให้ผู้ซื้อโดยไม่มีการคิดดอกเบี้ย
ราคาจำหน่าย: ราคาหน่วยละ 1,000 บาท และทวีคูณของ 1,000 บาท
วิธีการจัดจำหน่าย: จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็ม ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 30 มีนาคม 2561
วันที่ลงในพันธบัตร
(วันที่เริ่มคิดดอกเบี้ย):
กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์สาขา
  • กรณีชำระเงินด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก เริ่มคิดดอกเบี้ย ณ วันที่ซื้อพันธบัตร ยกเว้นกรณีที่ชำระหลังเวลา 15.00 น. ของวันทำการ หรือซื้อในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดทำการของธนาคาร ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการถัดไป
  • กรณีชำระด้วยเช็ค ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการที่ทราบผลว่าเช็คสามารถเรียกเก็บได้

กรณีซื้อผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ
เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ทำธุรกรรม ยกเว้นกรณีซื้อหลังเวลา 15.00 น. ของวันทำการ หรือซื้อในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดทำการของธนาคาร ดอกเบี้ยจะเริ่มนับตั้งแต่วันทำการถัดไป ทั้งนี้ วงเงินซื้อสูงสุดผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็ม จะต้องไม่เกินยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากและไม่เกินวงเงินซื้อขั้นสูงที่กระทรวงการคลังกำหนด
การลงทะเบียนและ
ฝากหลักทรัพย์:
ผู้จองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์แบบไร้ใบตราสาร (Scripless) รายใหม่ที่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน ผู้จองซื้อสามารถลงทะเบียนได้ทุกวันทำการที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา เพื่อฝากพันธบัตรไว้กับธนาคารกรุงเทพ โดยธนาคารกรุงเทพจะนำฝากพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์ภายใต้บัญชีฝากหลักทรัพย์ของธนาคารเพื่อลูกค้า ที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ ชื่อเจ้าของหลักทรัพย์ที่ลงทะเบียนจะต้องตรงกันกับชื่อเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อรับโอนดอกเบี้ยและต้นเงิน

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ผู้ซื้อจะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรที่สาขาธนาคารกรุงเทพ และสมัครใช้บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้งก่อน แล้วจึง Log on เข้าสู่บริการ
บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ทางเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ เพื่อสมัครใช้บริการจองซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง
ไอแบงก์กิ้ง ด้วยตนเอง

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านเครื่องเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ ผู้ซื้อจะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่
ผู้ถือพันธบัตรพร้อมทั้งระบุเลขที่บัญชีเงินฝากที่ใช้บริการผ่านบัตรเอทีเอ็ม/บัตรเดบิต บีเฟิสต์

หากผู้จองซื้อทำบัตรเดบิต บีเฟิสต์ใหม่ เพื่อซื้อพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ธนาคารกรุงเทพจะยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกให้กับผู้จองซื้อ*

*เงื่อนไข
  • ธนาคารกรุงเทพยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกของบัตรเดบิต บีเฟิสต์ เพื่อใช้ซื้อพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) เพียงใบแรกใบเดียวเท่านั้น
  • กรณีผู้ซื้อไม่มีการทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเครื่องเอทีเอ็มโดยใช้บัตรเดบิต บีเฟิสต์ ที่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรก ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ขอออกบัตรเดบิต บีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกย้อนหลังโดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ระบุไว้ในบัตรดังกล่าว
  • บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท แรบบิท ศิริราช/บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท ทีพีเอ็น แรบบิท ศิริราช/บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท
    แรบบิท เชลซี ไม่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี
วิธีการจัดสรร: ผู้จองซื้อที่มี "คำเสนอขอซื้อพันธบัตร" ณ สาขาธนาคารกรุงเทพ หรือทำรายการซื้อผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง หรือผ่านเครื่องเอทีเอ็ม และชำระเงินสมบูรณ์ก่อน จะได้รับการจัดสรรก่อน
ผู้มีสิทธิ์ซื้อ: บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร


การลงทะเบียนและการฝากหลักทรัพย์

ใช้หลักฐานดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือเอกสารหลักฐานการแสดงตนที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (กรณีนิติบุคคล) และสำเนาเอกสารดังกล่าว พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) เพื่อรับเงินค่าดอกเบี้ยและต้นเงินพันธบัตรของผู้ซื้อที่เปิดบัญชีไว้กับธนาคารกรุงเทพ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง ในกรณีที่ไม่มีบัญชีเงินฝาก ผู้ซื้อต้องเปิดบัญชีใหม่

การชำระเงิน

ผู้ซื้อสามารถชำระเงินได้ดังนี้

กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์
  • ชำระด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก
  • ชำระด้วยเช็ค
    • สั่งจ่าย “บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 3 ปี” หรือ
                “บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 7 ปี”
    • ลงวันที่ไม่เกินวันที่ซื้อ (วันที่ 30 มีนาคม 2561 ไม่รับชำระด้วยเช็ค)
    • เรียกเก็บได้ในสำนักหักบัญชีเดียวกับสาขาที่รับชำระเงินค่าพันธบัตร

กรณีซื้อผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อสามารถเรียกดูประวัติการทำรายการเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ยืนยันการซื้อพันธบัตร

กรณีซื้อผ่านเครื่องเอทีเอ็ม
ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อจะได้รับใบบันทึกรายการ (Slip) จากเครื่องเอทีเอ็ม เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการซื้อพันธบัตร

หลักฐานที่ได้รับจากการซื้อพันธบัตร

สมุดพันธบัตรรัฐบาล (Bond Book) ที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับพันธบัตร โดยมีข้อกำหนดและเงื่อนไขดังนี้
  • ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำไปใช้อ้างอิงสำหรับการทำธุรกรรมได้
  • รายการที่ปรากฏอยู่ในสมุดพันธบัตร เป็นรายการที่แสดงมูลค่าตามราคาตราในวันที่จดทะเบียน และ/หรือมูลค่าตามราคาตลาดของธนาคารกรุงเทพในวันทำรายการ
  • รายการที่ปรากฏในสมุดพันธบัตร จะถือว่าถูกต้องเมื่อรายการดังกล่าวตรงกันกับรายการที่บันทึกไว้ที่ธนาคารกรุงเทพ
  • รายการที่อยู่ในสมุดพันธบัตร จะปรากฏเฉพาะพันธบัตรที่เป็นรุ่นไร้ใบตราสาร (Scripless) ที่ซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพ
  • ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำสมุดพันธบัตรไปปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันผ่านสาขา และเครื่องปรับสมุดอัตโนมัติของธนาคารกรุงเทพ

ทั้งนี้ ผู้ซื้อที่เคยซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง แบบไร้ใบตราสาร และเคยได้รับสมุดพันธบัตรรัฐบาลจากธนาคารกรุงเทพแล้ว สามารถใช้สมุดพันธบัตรเล่มเดิมเพื่อซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 1 ได้

การเปลี่ยนแปลงชื่อที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ย และต้นเงิน

ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถแจ้งการเปลี่ยนแปลงฯ ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา

ธุรกรรมหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์

การโอนกรรมสิทธิ์

ทำได้ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป ยกเว้น การโอนทางมรดก การแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า การล้มละลาย การชำระบัญชี การจำนำสิทธิในพันธบัตรเพื่อเป็นหลักประกัน ให้ทำได้หลังจากวันที่ทำรายการซื้อแล้ว 15 วันทำการ ทั้งนี้ การโอนกรรมสิทธิ์และการจำนำจะกระทำในระหว่างระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้

การโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) สามารถทำได้โดยอาจเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้ารายใหม่หรือลูกค้าเดิมภายในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ซื้อผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายเดียวกัน แต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างธนาคารตัวแทนจำหน่ายได้ โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องนำสมุดพันธบัตรไปติดต่อธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ได้ฝากพันธบัตรไว้

การใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน

ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ เช่น การประกันทางศาล หรือการประกันไฟฟ้า และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงิน หรือบุคคลอื่นได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระเบียบหลักเกณฑ์การรับหลักประกันของหน่วยงานหรือบุคคลนั้นๆ โดยจะต้องติดต่อธนาคารกรุงเทพ เพื่อขอถอนพันธบัตรจากระบบ Scripless

ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมภายหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ซื้อกรรมสิทธิ์

สามารถตรวจสอบได้ที่หนังสือชี้ชวนการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 1

ข้อกำหนดอื่นๆ

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะนายทะเบียนพันธบัตร จะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์หรือกระแสรายวันของผู้ถือพันธบัตรที่ฝากไว้กับธนาคารกรุงเทพตามที่แจ้งไว้ตอนลงทะเบียน
  • หากวันจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคาร จะชำระดอกเบี้ยในวันทำการถัดไป
  • ธนาคารแห่งประเทศไทยจะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ย ตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร
ผู้ออกพันธบัตร: กระทรวงการคลัง 
ชื่อรุ่นพันธบัตร: พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 1
อายุ: 3 ปี และ 7 ปี – แบบไร้ใบตราสาร (Scripless)
วงเงินรวมที่เสนอขาย: 15,000 ล้านบาท
วันครบกำหนดไถ่ถอน: พันธบัตรรุ่นอายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563
พันธบัตรรุ่นอายุ 7 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567
อัตราผลตอบแทนที่
ผู้ลงทุนได้รับ: 
รุ่นอายุ 3 ปี – อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.85% ต่อปี
รุ่นอายุ 7 ปี – อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.45% ต่อปี
การจ่ายดอกเบี้ย: ปีละ 2 งวด คือในวันที่ 27 พฤษภาคม และ 27 พฤศจิกายน ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตร โดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี 365 วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง หากวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เลื่อนจ่ายในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้ เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
วันที่จำหน่าย:
วงเงินซื้อขั้นต่ำ-ขั้นสูง:
27 พฤศจิกายน 2560 - 30 มีนาคม 2561
วงเงินซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (1 หน่วย) – ไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ ราคาจำหน่ายหน่วยละ 1,000 บาท และซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท

กรณีตรวจพบรายการซื้อที่ผิดเงื่อนไข ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะคืนเงินให้ผู้ซื้อโดยไม่มีการคิดดอกเบี้ย
ราคาจำหน่าย: ราคาหน่วยละ 1,000 บาท และทวีคูณของ 1,000 บาท
วิธีการจัดจำหน่าย: จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็ม ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 30 มีนาคม 2561
วันที่ลงในพันธบัตร
(วันที่เริ่มคิดดอกเบี้ย):
กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์สาขา
  • กรณีชำระเงินด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก เริ่มคิดดอกเบี้ย ณ วันที่ซื้อพันธบัตร ยกเว้นกรณีที่ชำระหลังเวลา 15.00 น. ของวันทำการ หรือซื้อในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดทำการของธนาคาร ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการถัดไป
  • กรณีชำระด้วยเช็ค ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการที่ทราบผลว่าเช็คสามารถเรียกเก็บได้

กรณีซื้อผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ
เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ทำธุรกรรม ยกเว้นกรณีซื้อหลังเวลา 15.00 น. ของวันทำการ หรือซื้อในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดทำการของธนาคาร ดอกเบี้ยจะเริ่มนับตั้งแต่วันทำการถัดไป ทั้งนี้ วงเงินซื้อสูงสุดผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และเครื่องเอทีเอ็ม จะต้องไม่เกินยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากและไม่เกินวงเงินซื้อขั้นสูงที่กระทรวงการคลังกำหนด
การลงทะเบียนและ
ฝากหลักทรัพย์:
ผู้จองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์แบบไร้ใบตราสาร (Scripless) รายใหม่ที่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน ผู้จองซื้อสามารถลงทะเบียนได้ทุกวันทำการที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา เพื่อฝากพันธบัตรไว้กับธนาคารกรุงเทพ โดยธนาคารกรุงเทพจะนำฝากพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์ภายใต้บัญชีฝากหลักทรัพย์ของธนาคารเพื่อลูกค้า ที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ ชื่อเจ้าของหลักทรัพย์ที่ลงทะเบียนจะต้องตรงกันกับชื่อเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อรับโอนดอกเบี้ยและต้นเงิน

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ผู้ซื้อจะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรที่สาขาธนาคารกรุงเทพ และสมัครใช้บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้งก่อน แล้วจึง Log on เข้าสู่บริการ
บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ทางเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ เพื่อสมัครใช้บริการจองซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง
ไอแบงก์กิ้ง ด้วยตนเอง

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านเครื่องเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ ผู้ซื้อจะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่
ผู้ถือพันธบัตรพร้อมทั้งระบุเลขที่บัญชีเงินฝากที่ใช้บริการผ่านบัตรเอทีเอ็ม/บัตรเดบิต บีเฟิสต์

หากผู้จองซื้อทำบัตรเดบิต บีเฟิสต์ใหม่ เพื่อซื้อพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ธนาคารกรุงเทพจะยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกให้กับผู้จองซื้อ*

*เงื่อนไข
  • ธนาคารกรุงเทพยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกของบัตรเดบิต บีเฟิสต์ เพื่อใช้ซื้อพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) เพียงใบแรกใบเดียวเท่านั้น
  • กรณีผู้ซื้อไม่มีการทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเครื่องเอทีเอ็มโดยใช้บัตรเดบิต บีเฟิสต์ ที่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรก ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ขอออกบัตรเดบิต บีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกย้อนหลังโดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ระบุไว้ในบัตรดังกล่าว
  • บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท แรบบิท ศิริราช/บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท ทีพีเอ็น แรบบิท ศิริราช/บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท
    แรบบิท เชลซี ไม่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี
วิธีการจัดสรร: ผู้จองซื้อที่มี "คำเสนอขอซื้อพันธบัตร" ณ สาขาธนาคารกรุงเทพ หรือทำรายการซื้อผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง หรือผ่านเครื่องเอทีเอ็ม และชำระเงินสมบูรณ์ก่อน จะได้รับการจัดสรรก่อน
ผู้มีสิทธิ์ซื้อ: บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร


ใช้หลักฐานดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือเอกสารหลักฐานการแสดงตนที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (กรณีนิติบุคคล) และสำเนาเอกสารดังกล่าว พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) เพื่อรับเงินค่าดอกเบี้ยและต้นเงินพันธบัตรของผู้ซื้อที่เปิดบัญชีไว้กับธนาคารกรุงเทพ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง ในกรณีที่ไม่มีบัญชีเงินฝาก ผู้ซื้อต้องเปิดบัญชีใหม่

ผู้ซื้อสามารถชำระเงินได้ดังนี้

กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์
  • ชำระด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก
  • ชำระด้วยเช็ค
    • สั่งจ่าย “บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 3 ปี” หรือ
                “บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 7 ปี”
    • ลงวันที่ไม่เกินวันที่ซื้อ (วันที่ 30 มีนาคม 2561 ไม่รับชำระด้วยเช็ค)
    • เรียกเก็บได้ในสำนักหักบัญชีเดียวกับสาขาที่รับชำระเงินค่าพันธบัตร

กรณีซื้อผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อสามารถเรียกดูประวัติการทำรายการเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ยืนยันการซื้อพันธบัตร

กรณีซื้อผ่านเครื่องเอทีเอ็ม
ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อจะได้รับใบบันทึกรายการ (Slip) จากเครื่องเอทีเอ็ม เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการซื้อพันธบัตร

สมุดพันธบัตรรัฐบาล (Bond Book) ที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับพันธบัตร โดยมีข้อกำหนดและเงื่อนไขดังนี้
  • ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำไปใช้อ้างอิงสำหรับการทำธุรกรรมได้
  • รายการที่ปรากฏอยู่ในสมุดพันธบัตร เป็นรายการที่แสดงมูลค่าตามราคาตราในวันที่จดทะเบียน และ/หรือมูลค่าตามราคาตลาดของธนาคารกรุงเทพในวันทำรายการ
  • รายการที่ปรากฏในสมุดพันธบัตร จะถือว่าถูกต้องเมื่อรายการดังกล่าวตรงกันกับรายการที่บันทึกไว้ที่ธนาคารกรุงเทพ
  • รายการที่อยู่ในสมุดพันธบัตร จะปรากฏเฉพาะพันธบัตรที่เป็นรุ่นไร้ใบตราสาร (Scripless) ที่ซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพ
  • ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำสมุดพันธบัตรไปปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันผ่านสาขา และเครื่องปรับสมุดอัตโนมัติของธนาคารกรุงเทพ

ทั้งนี้ ผู้ซื้อที่เคยซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง แบบไร้ใบตราสาร และเคยได้รับสมุดพันธบัตรรัฐบาลจากธนาคารกรุงเทพแล้ว สามารถใช้สมุดพันธบัตรเล่มเดิมเพื่อซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 1 ได้

ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถแจ้งการเปลี่ยนแปลงฯ ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา

การโอนกรรมสิทธิ์

ทำได้ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป ยกเว้น การโอนทางมรดก การแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า การล้มละลาย การชำระบัญชี การจำนำสิทธิในพันธบัตรเพื่อเป็นหลักประกัน ให้ทำได้หลังจากวันที่ทำรายการซื้อแล้ว 15 วันทำการ ทั้งนี้ การโอนกรรมสิทธิ์และการจำนำจะกระทำในระหว่างระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้

การโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) สามารถทำได้โดยอาจเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้ารายใหม่หรือลูกค้าเดิมภายในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ซื้อผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายเดียวกัน แต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างธนาคารตัวแทนจำหน่ายได้ โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องนำสมุดพันธบัตรไปติดต่อธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ได้ฝากพันธบัตรไว้

การใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน

ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ เช่น การประกันทางศาล หรือการประกันไฟฟ้า และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงิน หรือบุคคลอื่นได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระเบียบหลักเกณฑ์การรับหลักประกันของหน่วยงานหรือบุคคลนั้นๆ โดยจะต้องติดต่อธนาคารกรุงเทพ เพื่อขอถอนพันธบัตรจากระบบ Scripless

ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมภายหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ซื้อกรรมสิทธิ์

สามารถตรวจสอบได้ที่หนังสือชี้ชวนการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 1

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะนายทะเบียนพันธบัตร จะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์หรือกระแสรายวันของผู้ถือพันธบัตรที่ฝากไว้กับธนาคารกรุงเทพตามที่แจ้งไว้ตอนลงทะเบียน
  • หากวันจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคาร จะชำระดอกเบี้ยในวันทำการถัดไป
  • ธนาคารแห่งประเทศไทยจะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ย ตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอรับเอกสารรู้ก่อนซื้อพันธบัตรได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา หรือบัวหลวงโฟน โทร.1333

ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
Quick Access
News
Tweet this! Share on Facebook
พร้อมเพย์  Bualuang GetMoneyMoney TutorAEC ConnectYour Security FirstBualuang Phone