พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ครั้งที่ 2 แบบไร้ใบตราสาร

เสนอขายวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 - 6 กันยายน 2562 (หรือจนกว่าจะเต็มวงเงินจัดจำหน่าย)
ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และบัวหลวงเอทีเอ็ม

อัตราดอกเบี้ย

รุ่นอายุ 5 ปี: อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.50% ต่อปี

รุ่นอายุ 10 ปี: อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.05% ต่อปี

จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง ทุกวันที่ 17 พฤษภาคม และ 17 พฤศจิกายน ของทุกปี

วงเงินซื้อ

วงเงินซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (1 หน่วย) ไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ

ราคาจำหน่าย

ราคาหน่วยละ 1,000 บาท และทวีคูณของ 1,000 บาท

ผู้มีสิทธิซื้อ

บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร

พันธบัตรออมทรัพย์รุ่นนี้เป็นแบบไร้ใบตราสาร ผู้ซื้อจะต้องลงทะเบียนก่อนการซื้อ ซึ่งธนาคารกรุงเทพเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา สำหรับลูกค้าที่เคยลงทะเบียนเพื่อซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง แบบไร้ใบตราสาร กับธนาคารกรุงเทพไว้แล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ สามารถใช้เลขที่ผู้ถือพันธบัตรเดิมซื้อพันธบัตรรุ่นนี้ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

การลงทะเบียนและการฝากหลักทรัพย์

ผู้จองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์แบบไร้ใบตราสารรายใหม่ที่ไม่เคยลงทะเบียนและเปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์มาก่อน ผู้จองซื้อสามารถลงทะเบียนได้ทุกวันทำการที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา เพื่อฝากพันธบัตรไว้กับธนาคารกรุงเทพ โดยธนาคารกรุงเทพจะนำฝากพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์ภายใต้บัญชีฝากหลักทรัพย์ของธนาคารเพื่อลูกค้า ที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ ชื่อเจ้าของหลักทรัพย์ที่ลงทะเบียนจะต้องตรงกันกับชื่อเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อรับโอนดอกเบี้ยและเงินต้น

ใช้หลักฐานดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือเอกสารหลักฐานการแสดงตนที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (กรณีนิติบุคคล) และสำเนาเอกสารดังกล่าว พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ และบัญชีเงินฝากประจำ) เพื่อรับเงินค่าดอกเบี้ยและเงินต้นพันธบัตรของผู้ซื้อที่เปิดบัญชีไว้กับธนาคารกรุงเทพ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง ในกรณีที่ไม่มีบัญชีเงินฝาก ผู้ซื้อต้องเปิดบัญชีใหม่


กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง/บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง

  1. ลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรที่สาขาธนาคารกรุงเทพ
  2. สมัครใช้บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง/บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง
  3. เพิ่มเลขที่ผู้ถือพันธบัตรผ่านบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง โดย Log on ที่ https://ibanking.bangkokbank.com
  4. จองซื้อพันธบัตรผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง/บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง ด้วยตนเอง

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านบัวหลวงเอทีเอ็ม ผู้ซื้อจะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อขอมีเลขที่ผู้ถือพันธบัตรพร้อมทั้งระบุเลขที่บัญชีเงินฝากที่ใช้บริการผ่านบัตรเอทีเอ็ม/บัตรเดบิต บีเฟิสต์

หากผู้จองซื้อทำบัตรเดบิต บีเฟิสต์ใหม่ เพื่อซื้อพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร ธนาคารกรุงเทพจะยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกให้กับผู้จองซื้อ*

*เงื่อนไข
  • ธนาคารกรุงเทพยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกของบัตรเดบิต บีเฟิสต์ เพื่อใช้ซื้อพันธบัตรแบบไร้ใบตราสารเพียงใบแรกใบเดียวเท่านั้น
  • กรณีผู้ซื้อไม่มีการทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านบัวหลวงเอทีเอ็มโดยใช้บัตรเดบิต บีเฟิสต์ ที่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรก ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ขอออกบัตรเดบิต บีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกย้อนหลังโดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ระบุไว้ในบัตรดังกล่าว
  • บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท แรบบิท ศิริราช/บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท ทีพีเอ็น แรบบิท ศิริราช/บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท แรบบิท เชลซี ไม่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปี
การจัดจำหน่าย
จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และบัวหลวงเอทีเอ็ม ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 6 กันยายน 2562

วันที่ลงในพันธบัตร (วันที่เริ่มคิดดอกเบี้ย)

กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์สาขา

  • กรณีชำระเงินด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก เริ่มคิดดอกเบี้ย ณ วันที่ซื้อพันธบัตร ยกเว้นกรณีที่ชำระหลังเวลา 15.00 น. ของวันทำการ หรือซื้อในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดทำการของธนาคาร ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการถัดไป
  • กรณีชำระด้วยเช็ค ดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการที่ทราบผลว่าเช็คสามารถเรียกเก็บได้

กรณีซื้อผ่านบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และบัวหลวงเอทีเอ็ม

เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ทำธุรกรรม ยกเว้นกรณีซื้อหลังเวลา 15.00 น. ของวันทำการ หรือซื้อในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดทำการของธนาคาร ดอกเบี้ยจะเริ่มนับตั้งแต่วันทำการถัดไป ทั้งนี้ วงเงินซื้อสูงสุดผ่านบริการบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และบัวหลวงเอทีเอ็ม จะต้องไม่เกินยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากและไม่เกินวงเงินซื้อขั้นสูงที่กระทรวงการคลังกำหนด

ผู้ซื้อที่ได้ดำเนินการซื้อพันธบัตรดังกล่าวข้างต้นแล้ว จะยกเลิกการซื้อและขอเงินคืนไม่ได้
การชำระเงิน

กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์สาขา

  • ชำระด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก
  • ชำระด้วยเช็ค
    • สั่งจ่าย ‘บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 5 ปี’ หรือ ‘บัญชีจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 10 ปี’
    • ลงวันที่ไม่เกินวันที่ซื้อ (วันที่ 6 กันยายน 2562 ไม่รับชำระด้วยเช็ค)
    • เรียกเก็บได้ในสำนักหักบัญชีเดียวกับสาขาที่รับชำระเงินค่าพันธบัตร

กรณีซื้อผ่านบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง/บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อสามารถเรียกดูประวัติการทำรายการเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการซื้อพันธบัตร

กรณีซื้อผ่านบัวหลวงเอทีเอ็ม ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีผู้มีสิทธิ์ซื้อทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำรายการ โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อจะได้รับใบบันทึกรายการจากเครื่องเอทีเอ็มเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการซื้อพันธบัตร
หลักฐานที่ได้รับจากการซื้อพันธบัตร

สมุดพันธบัตรรัฐบาลที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับพันธบัตร โดยมีข้อกำหนดและเงื่อนไขดังนี้

  • ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำไปใช้อ้างอิงสำหรับการทำธุรกรรมได้
  • รายการที่ปรากฏอยู่ในสมุดพันธบัตร เป็นรายการที่แสดงมูลค่าตามราคาตราสารในวันที่จดทะเบียน และ/หรือมูลค่าตามราคาตลาดของธนาคารกรุงเทพในวันทำรายการ
  • รายการที่ปรากฏในสมุดพันธบัตร จะถือว่าถูกต้องเมื่อรายการดังกล่าวตรงกันกับรายการที่บันทึกไว้ที่ธนาคารกรุงเทพ
  • รายการที่อยู่ในสมุดพันธบัตร จะปรากฏเฉพาะพันธบัตรที่เป็นรุ่นไร้ใบตราสาร ที่ซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพ
  • ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำสมุดพันธบัตรไปปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันผ่านสาขา และเครื่องปรับสมุดอัตโนมัติของธนาคารกรุงเทพ

ทั้งนี้ ผู้ซื้อที่เคยซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง แบบไร้ใบตราสาร และเคยได้รับสมุดพันธบัตรรัฐบาลจากธนาคารกรุงเทพแล้ว สามารถใช้สมุดพันธบัตรเล่มเดิมเพื่อซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ครั้งที่ 2 ได้
วิธีจัดสรร
ผู้จองซื้อที่มี ‘คำเสนอขอซื้อพันธบัตร’ ณ สาขาธนาคารกรุงเทพ หรือทำรายการซื้อผ่านบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง หรือบัวหลวงเอทีเอ็ม และชำระเงินสมบูรณ์ก่อน จะได้รับการจัดสรรก่อน
การเปลี่ยนแปลงชื่อที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ย และเงินต้น
ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถแจ้งการเปลี่ยนแปลงได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา
ธุรกรรมหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์
ทำได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป ยกเว้น การโอนทางมรดก การแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า การล้มละลาย การชำระบัญชี การจำนำสิทธิในพันธบัตรเพื่อเป็นหลักประกัน ให้ทำได้หลังจากวันที่ทำรายการซื้อแล้ว 15 วันทำการ ทั้งนี้ การโอนกรรมสิทธิ์และการจำนำจะกระทำในระหว่างระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดชำระคืนเงินต้นมิได้

การโอนกรรมสิทธิ์

การโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร สามารถทำได้โดยอาจเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้ารายใหม่หรือลูกค้าเดิมภายในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ซื้อผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายเดียวกัน แต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างธนาคารตัวแทนจำหน่ายได้ โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องนำสมุดพันธบัตรไปติดต่อธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ได้ฝากพันธบัตรไว้

การใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน

ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ เช่น การประกันทางศาล หรือการประกันไฟฟ้า และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงิน หรือบุคคลอื่นได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์การรับหลักประกันของหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ หรือบุคคลนั้นๆ กำหนด โดยจะต้องติดต่อธนาคารกรุงเทพ เพื่อขอถอนพันธบัตรจากระบบ Scripless

ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมภายหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์

ตรวจสอบได้ที่หนังสือชี้ชวนการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ครั้งที่ 2
ข้อกำหนดอื่นๆ
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะนายทะเบียนพันธบัตร จะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์หรือกระแสรายวันของผู้ถือพันธบัตรที่ฝากไว้กับธนาคารกรุงเทพตามที่แจ้งไว้ตอนลงทะเบียน
  • หากวันจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคาร จะจ่ายดอกเบี้ยในวันทำการถัดไป
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย จะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ย ตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร (บุคคลธรรมดาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ต่อปี)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอรับเอกสารรู้ก่อนซื้อพันธบัตรได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา หรือบัวหลวงโฟน 1333

ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณ
ในทุกธุรกรรมทางการเงิน