การเงินเพื่อความยั่งยืน
ความมุ่งมั่น
การบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG ในกระบวนการสินเชื่อ และส่งเสริมการให้บริการทางการเงินอย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป้าหมายของความตกลงปารีส
ความสำคัญ
ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังมีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปี 2568 ประเทศไทยต้องเผชิญกับอุทกภัยขนาดใหญ่หลายครั้งในหลายพื้นที่ อีกทั้งมีภัยแล้งเกิดขึ้นในบางพื้นที่ นำมาซึ่งความเสียหายต่อภาคธุรกิจ เกษตรกร และประชาชนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน การผลักดันกฎหมายและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศในประเทศไทยก็มีความคืบหน้าและชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่างพ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ปล่อยคาร์บอนหรือผู้ก่อมลพิษทางอากาศต้องรับผิดชอบต้นทุนส่วนเพิ่ม ในส่วนของมาตรการต่างประเทศ ได้แก่ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU Carbon Border Adjustment Mechanism: EU CBAM) และกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation: EUDR) กำลังจะมีผลบังคับใช้ในปี 2570 ซึ่งทำให้ผู้ส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องไปยังสหภาพยุโรปต้องเร่งปรับตัว นอกจากนี้ ประเทศไทยได้ปรับเลื่อนปีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2593 ซึ่งเร็วขึ้นกว่าเป้าหมายเดิมถึง 15 ปี เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเร่งปรับตัวพร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เป็นความเสี่ยงสำหรับธุรกิจที่ไม่ปรับตัว แต่เป็นโอกาสของธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้ดี
กระแสการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม การเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ Net Zero และการปรับตัวรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังก่อตัวขึ้นในปัจจุบันเป็นโอกาสของธนาคารที่จะให้การสนับสนุนด้านความรู้ นำเสนอผลิตภัณฑ์การเงินและการลงทุน และสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า เพื่อช่วยขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่เป้าหมาย พร้อมกันนี้ธนาคารยังมีการพิจารณาสินเชื่อโดยคำนึงถึงประเด็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อช่วยป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการหรือกิจกรรมที่ธนาคารให้การสนับสนุน