หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
-
ผู้เปิดบัญชีต้องเป็นบุคคลธรรมดาผู้มีสัญชาติไทย ที่เป็นผู้มีรายได้น้อยตามโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ หรือมีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
-
เปิดบัญชีได้ 1 บัญชีต่อรายลูกค้าและในนามบุคคลเดียวเท่านั้น
-
ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงสถานะประเภทผลิตภัณฑ์จากบัญชีเงินฝากพื้นฐานเป็นบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ โดยธนาคารจะแจ้งให้ผู้ฝากทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน กรณีเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- ยอดเงินฝากเฉลี่ยเกิน 50,000 บาท/เดือน หรือ
- ผลรวมของยอดเงินเข้าบัญชีเกิน 50,000 บาท/เดือน หรือ
- ผลรวมของยอดเงินออกจากบัญชีเกิน 50,000 บาท/เดือน หรือ
- บัญชีไม่มีการเคลื่อนไหวติดต่อกัน 24 เดือน หรือ
- ผู้เป็นเจ้าของบัญชีไม่เข้าเงื่อนไขของการเป็นผู้มีสิทธิเปิดบัญชีเงินฝากพื้นฐาน
-
กรณีบัญชีเงินฝากพื้นฐานถูกเปลี่ยนสถานะเป็นบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ หากบัญชีดังกล่าวไม่เคลื่อนไหวตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และยอดเงินคงเหลือต่ำกว่า 2,000 บาท ธนาคารสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการรักษาบัญชีเงินฝากเช่นเดียวกับบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์
การผูกบัตรเดบิต
เลือกสมัครบัตรเดบิตได้ 1 บัตร ต่อ 1 บัญชีเงินฝากพื้นฐาน
บัตรเดบิตที่ให้สิทธิประโยชน์ร่วมกับบัญชีเงินฝากพื้นฐาน
- บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท ทีพีเอ็น ยูเนี่ยนเพย์
- บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท ทีพีเอ็น ยูเนี่ยนเพย์ แรบบิท
ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมดังนี้
- ค่าธรรมเนียมแรกเข้า
- ค่าธรรมเนียมรายปี
- ค่าธรรมเนียมการออกบัตรใหม่ กรณีบัตรหมดอายุ
หมายเหตุ
- ค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้รับการยกเว้นตลอดระยะเวลาที่บัญชียังคงสถานะเป็นบัญชีเงินฝากพื้นฐาน
- การใช้บัตรเดบิตที่ผูกกับบัญชีเงินฝากพื้นฐานทำธุรกรรมอาจมีค่าธรรมเนียม โดยอัตราค่าธรรมเนียมเป็นไปตามประกาศของธนาคาร
เอกสารประกอบการเปิดบัญชี
- บัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก
เอกสารแสดงผลิตภัณฑ์ บัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ (Product Catalog)
เอกสารแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ บัญชีเงินฝากพื้นฐาน (Sales Sheet)
การคุ้มครองเงินฝาก
ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 บัญชีเงินฝากที่เป็นเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศทุกประเภทจะได้รับความคุ้มครองภายใต้ พ.ร.บ. สถาบันคุ้มครองเงินฝากในวงเงิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝากเงิน ต่อ 1 สถาบันการเงิน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สถาบันคุ้มครองเงินฝาก www.dpa.or.th