ผู้จ่ายเงินและผู้รับเงินจะทราบได้อย่างไรว่าธนาคารได้หัก และนำส่งเงินและข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้กับกรมสรรพากรแล้ว
ผู้จ่ายเงินและผู้รับเงินสามารถตรวจสอบข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรได้ หลังจากวันที่รายการโอนเงินมีผล 5 วัน รวมทั้งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลมาใช้ได้ โดยสามารถเข้าระบบโดยใช้ Username และ Password ของระบบ e-Filing (ต้องลงทะเบียนกับกรมสรรพากรก่อนการเข้าใช้ระบบ)
ผู้จ่ายเงินจำเป็นต้องจัดทำและจัดเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบ (50 ทวิ) หรือไม่
เมื่อผู้จ่ายเงิน จ่ายเงินให้กับผู้รับเงินผ่านบริการ e-Withholding Tax ผู้จ่ายเงินและผู้รับเงินไม่จำเป็นต้องออก และจัดเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะถูกจัดเก็บไว้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากรเป็นระยะเวลา 3 ปี
ระบบ e-Withholding Tax ดีกว่าแบบเดิมอย่างไร
ประโยชน์ของการใช้ e-Withholding Tax
ผู้สำหรับผู้จ่ายเงิน
- ลดขั้นตอนภายใน สามารถเตรียมข้อมูลและเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายในคราวเดียวกับเตรียมการชำระธุรกรรมการค้า
- ไม่ต้องออกและจัดเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
- ไม่ต้องยื่นแบบและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้กรมสรรพากรด้วยตนเอง
- ลดการเก็บเอกสารกระดาษ
- สามารถชำระเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายเพิ่มเติมผ่านช่องทางที่ธนาคารกำหนด
สำหรับผู้รับเงิน
- ไม่ต้องติดตามและไม่ต้องจัดเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากผู้จ่ายเงิน หลังได้รับการโอนเงินแล้ว
- สามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลได้เองผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร และสามารถดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลเก็บไว้ได้
- เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน (ตามประกาศที่กรมสรรพากรประกาศลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย)
ถ้าผู้จ่ายเงินและผู้รับเงินได้ลงทะเบียนใช้ระบบ e-Filing ไว้แล้ว การตรวจสอบรายการภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ถูกนำส่งจากธนาคาร ผู้ประกอบการต้องสมัครใช้บริการเพิ่มเติมกับทางกรมสรรพากรหรือไม่
ไม่ต้อง โดยผู้จ่ายเงินและผู้รับเงินสามารถตรวจสอบข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรได้ โดยใช้ Username และ Password ของระบบ e-Filing ที่มีอยู่เดิม ในกรณีที่ยังไม่เคยลงทะเบียนใช้ระบบ e-Filing ผู้ประกอบการสามารถสมัครใช้งานได้ทันที ตามขั้นตอนที่แนะนำอยู่บนเว็บไซต์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ