การเปิดบัญชีหลักทรัพย์เพื่อฝากพันธบัตร
สำหรับการจองซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพ ผู้ซื้อต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบมจ. หลักทรัพย์ บัวหลวง เพื่อใช้ฝากพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ที่ได้รับการอนุมัติเปิดบัญชีสำเร็จแล้วอย่างน้อย 1 วันทำการก่อนการจองซื้อ โดยชื่อผู้ซื้อพันธบัตรจะต้องตรงกันกับชื่อเจ้าของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
ทั้งนี้ สำหรับผู้ซื้อที่ไม่เคยเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบมจ. หลักทรัพย์ บัวหลวงหลวง สามารถเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ได้ผ่านช่องทาง ดังนี้
-
โมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ ผ่านเมนู “การลงทุน” > “เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์” (ใช้เวลาอนุมัติประมาณ 15 นาที)
-
สาขาธนาคารกรุงเทพ
-
เอกสารประกอบการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ดังนี้
- บัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาหน้าแรกของบัญชีธนาคารกรุงเทพ และสำเนาหลักฐานทางการเงินย้อนหลัง 3 เดือน
ธนาคารเป็นเพียงผู้ให้บริการแนะนำการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เท่านั้น ธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาอนุมัติการเปิดบัญชี และการซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งดำเนินการโดยบมจ. หลักทรัพย์ บัวหลวง สามารถศึกษารายละเอียดที่ บริการแนะนำเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
หลักฐานที่ได้รับจากการซื้อพันธบัตร
- กรณีซื้อพันธบัตรผ่านช่องทางสาขา ผู้ซื้อจะได้รับสำเนาใบจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” เป็นหลักฐานการทำรายการ
- กรณีซื้อพันธบัตรผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ ผู้ซื้อจะได้รับใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (e-Slip) เป็นหลักฐานการทำรายการ
การประกาศผลการจัดสรร
- ธนาคารจะส่ง SMS แจ้งผลการจัดสรร และการคืนเงินให้ลูกค้าทราบภายในวันที่ 30 ต.ค. 69 ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ท่านได้ให้ไว้กับธนาคาร ซึ่งจะมีการระบุเลขที่อ้างอิงการจองซื้อพันธบัตรแต่ละรายการของท่าน โดยสามารถนำเลขที่อ้างอิงดังกล่าวใช้ตรวจสอบผลการจัดสรรพันธบัตรที่จองซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพ ได้ที่เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ หรือช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. 69
- กรณีไม่ได้รับจัดสรรพันธบัตรเนื่องจากผิดเงื่อนไข หรือได้รับจัดสรรไม่ครบตามวงเงินที่จองซื้อ ธนาคารจะคืนเงินค่าจองซื้อพันธบัตรในส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรรให้ผู้จองซื้อ โดยไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนอื่นใด ภายในวันที่ 30 ต.ค. 69
- ทั้งนี้ สำหรับผลการนำฝากพันธบัตรของลูกค้า สามารถตรวจสอบได้ที่ช่องทางของบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง
การจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นของธนาคารแห่งประเทศไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนดอกเบี้ยและ/หรือเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร (e-Dividend) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้รับหลักประกันตามที่ตกลงกัน หรือผู้รับตามที่ ธปท. กำหนด (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ที่ได้แจ้งไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือผูกไว้กับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในวันที่จ่ายดอกเบี้ยและ/หรือวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันทำการถัดไป
ธุรกรรมหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์
การทำรายการธุรกรรมหลังการขาย ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงชื่อที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ยและต้นเงิน การโอนกรรมสิทธิ์ การใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน และการซื้อขายพันธบัตรตลาดรอง สามารถทำธุรกรรมได้ผ่านบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ที่ลูกค้านำฝากพันธบัตรไว้ โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส
ข้อกำหนดอื่นๆ
- ผู้จองซื้อพันธบัตรจะยกเลิกการจองซื้อและขอเงินคืนไม่ได้
- ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะนายทะเบียนพันธบัตร จะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากของท่านที่แจ้งไว้กับบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง สำหรับรับดอกเบี้ยและเงินต้นพันธบัตร
- ธนาคารแห่งประเทศไทย จะหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ย ตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร (บุคคลธรรมดาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ)