สิทธิประโยชน์ทางภาษี
การลงทุนในกองทุน Thai ESGX จะแบ่งวงเงินสำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีออกเป็น 2 วงเงิน ประกอบด้วย
- วงเงินที่ 1 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่ลงทุนในกองทุน Thai ESGX ยอดเงินลงทุนระหว่างวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และไม่เกิน 300,000 บาท (แยกวงเงินลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในกองทุน Thai ESG ปกติ)
- วงเงินที่ 2 สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนที่สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF เดิม ที่มีทั้งหมดในทุกกองทุนกับทุก บลจ. ณ วันที่ 11 มีนาคม 68 (ไม่รวม Class หน่วยภาษีอื่นภายใต้กองทุนเดียวกัน เช่น Class SSF) มาเป็นหน่วยลงทุนของ Thai ESGX ระหว่างวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นเวลา 5 ปี ปีแรก (2568) วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท และปีที่ 2 - 5 (2569 - 2572) วงเงินลดหย่อนภาษีปีละเท่าๆ กันสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อปี
(ยอดเงินลงทุนในกองทุน Thai ESGX ไม่ต้องนับรวมกับวงเงินของกองทุน Thai ESG และไม่นับรวมกับวงเงิน 500,000 บาท ที่เป็นเพดานรวมของเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ)
เงื่อนไขการลงทุนของกองทุนรวม Thai ESGX
ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุน Thai ESGX ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อ/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน (นับแบบวันชนวัน) ยกเว้นกรณี ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
กรณีผิดเงื่อนไขการลงทุนในกองทุนรวม Thai ESGX
กรณีลงทุนเกินสิทธิประโยชน์ทางภาษี
- เงินลงทุนส่วนที่เกินสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
- กำไรที่ได้จากการขายคืนเงินลงทุนส่วนที่เกินสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้
กรณีใช้สิทธิยกเว้นภาษีแล้วไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
-
คืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับการยกเว้นภาษีไปแล้วให้แก่กรมสรรพากร
-
ชำระเงินเพิ่มให้กรมสรรพากรในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องนำส่ง แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ โดยเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษีของปีที่ผู้ลงทุนยื่นขอยกเว้นภาษี จนถึงวันชำระหรือนำส่งภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น ผู้ลงทุนควรดำเนินการชำระคืนโดยเร็ว
-
หากมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนต้อง
- เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้
- นำกำไรไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้
เงื่อนไขตามข้อ 1 ถึงข้อ 3 ไม่รวมกรณีขายคืนหน่วยลงทุนเพราะทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)