สิทธิประโยชน์ทางภาษี

การลงทุนในกองทุน Thai ESGX จะแบ่งวงเงินสำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีออกเป็น 2 วงเงิน ประกอบด้วย

 
(ยอดเงินลงทุนในกองทุน Thai ESGX ไม่ต้องนับรวมกับวงเงินของกองทุน Thai ESG และไม่นับรวมกับวงเงิน 500,000 บาท ที่เป็นเพดานรวมของเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ)

เงื่อนไขการลงทุนของกองทุนรวม Thai ESGX

ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุน Thai ESGX ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อ/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน (นับแบบวันชนวัน) ยกเว้นกรณี ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต

กรณีผิดเงื่อนไขการลงทุนในกองทุนรวม Thai ESGX

กรณีลงทุนเกินสิทธิประโยชน์ทางภาษี

 
กรณีใช้สิทธิยกเว้นภาษีแล้วไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข

  1. คืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับการยกเว้นภาษีไปแล้วให้แก่กรมสรรพากร

  2. ชำระเงินเพิ่มให้กรมสรรพากรในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องนำส่ง แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ โดยเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษีของปีที่ผู้ลงทุนยื่นขอยกเว้นภาษี จนถึงวันชำระหรือนำส่งภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น ผู้ลงทุนควรดำเนินการชำระคืนโดยเร็ว

  3. หากมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนต้อง

    • เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้
    • นำกำไรไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้

 
เงื่อนไขตามข้อ 1 ถึงข้อ 3 ไม่รวมกรณีขายคืนหน่วยลงทุนเพราะทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)