บิซ ไอแบงก์กิ้ง- ผู้บริหารระบบ
1. ผู้บริหารระบบ ผู้บริหารระบบต้องวางโครงสร้างการใช้ระบบอย่างไรบ้าง จะกลับสู่หน้าสรุปรายการบัญชีได้อย่างไร 2. จัดการข้อมูลผู้ใช้ระบบ2.1 บริการบิซ ไอแบงก์กิ้งแบ่งผู้ใช้ระบบออกเป็นกี่ประเภท 2.2 จะตรวจสอบ/เพิ่ม/เปลี่ยนแปลง/ยกเลิกผู้ใช้ระบบได้หรือไม่2.3 "หมายเลขเครื่องโทเค็น" คืออะไร2.4 "รหัสประจำตัวผู้ใช้ระบบ" คืออะไร2.5 จะกำหนด "รหัสลับส่วนตัวใหม่" ได้อย่างไร 2.6 "กลุ่มผู้ทำรายการ" คืออะไร 2.7 "กลุ่มผู้อนุมัติรายการ" คืออะไร2.8 "กลุ่มผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลบัญชี" คืออะไร2.9 "กลุ่มผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลรายงาน" คืออะไร 2.10 จะดูรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้ระบบได้อย่างไร2.11 ระบบจะแสดงข้อมูลประเภทใดใน "การทำรายการของผู้ใช้ระบบ" 3. จัดการข้อมูลการอนุมัติ 3.1 "จัดการข้อมูลการอนุมัติ" คืออะไร3.2 "เงื่อนไขการอนุมัติรายการจ่ายเงินเดือน" คืออะไร3.3 "เงื่อนไขการอนุมัติรายการอื่นๆ" คืออะไร3.4 จะตรวจสอบ/เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการอนุมัติรายการได้หรือไม่3.5 "รายชื่อผู้อนุมัติรายการ" คืออะไร 3.6 "เงื่อนไขการอนุมัติ" คืออะไร 4. จัดการข้อมูลบัญชีบริษัท4.1 "จัดการข้อมูลบัญชีบริษัท" คืออะไร 4.2 "ชื่อย่อบัญชี" คืออะไร 4.3 จะตั้งชื่อย่อบัญชีได้อย่างไร 5. จัดการข้อมูลรายงาน5.1 "จัดการข้อมูลรายงาน" คืออะไร 5.2 จะเปิดใช้บริการดูข้อมูลรายงานได้อย่างไร 5.3 หลังจากเปิดใช้บริการดูข้อมูลรายงานแล้ว จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป 6. จัดการเครื่องโทเค็น6.1 "จัดการเครื่องโทเค็น" คืออะไร 6.2 เมื่อได้รับสิทธิ์ในการเปลี่ยนเครื่องโทเค็นที่ครบกำหนดอายุการใช้งานแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป 7. ตั้งค่าพิเศษของบริษัท7.1 "ตั้งค่าพิเศษของบริษัท" คืออะไร 7.2 จะกำหนดวงเงินสูงสุดประจำวันได้อย่างไร 8. ลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์8.1 ช่องทางในการลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์ 8.2 เอกสารที่ใช้ในการลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์ผ่านช่องทางบิซ ไอแบงก์กิ้ง 8.3 ลงทะเบียนบริการบิซพร้อมเพย์ในระบบบิซ ไอแบงก์กิ้งได้อย่างไร 8.4 สามารถใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทผูกได้หลายบัญชีหรือไม่ 8.5 ประเภทบัญชีที่สามารถนำมาผูกกับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีได้ผ่านบริการบิซ ไอแบงก์กิ้งมีอะไรบ้าง 8.6 หากต้องการเปลี่ยนแปลงบัญชีที่ผูกกับบริการบิซพร้อมเพย์ สามารถเปลี่ยนแปลงภายหลังได้หรือไม่ 8.7 ถ้าลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์แล้ว บริษัทยังคงสามารถใช้บริการโอนเงินในรูปแบบเดิมได้หรือไม่ |
| 1. ผู้บริหารระบบ [#1.1]1.1 ผู้บริหารระบบต้องวางโครงสร้างการใช้ระบบอย่างไรบ้าง1.1.1) จัดการข้อมูลผู้ใช้ระบบ: หากท่านต้องการให้มีผู้ใช้ระบบมากกว่า 1 ท่านในการทำรายการแต่ละครั้งให้เสร็จสมบูรณ์ ผู้บริหารระบบสามารถเพิ่มผู้ใช้ระบบได้ โดยผู้ใช้ระบบมี5 ประเภท คือ ผู้อนุมัติรายการ ผู้เพิ่มรายการบัญชีผู้รับเงิน ผู้ทำรายการ ผู้ดูข้อมูลบัญชี ผู้ดูข้อมูลรายงาน 1.1.2) จัดการข้อมูลการอนุมัติ: การอนุมัติแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การอนุมัติการทำรายการจ่ายเงินเดือน และการอนุมัติการทำรายการอื่นๆ เมื่อผู้บริหารระบบกำหนดรายชื่อผู้อนุมัติรายการในระบบแล้ว จะสามารถกำหนดจำนวนผู้อนุมัติรายการตามจำนวนเงินในการทำรายการแต่ละครั้งได้ 1.1.3) จัดการข้อมูลบัญชีบริษัท: ผู้บริหารระบบสามารถตั้งชื่อย่อของแต่ละบัญชีได้ที่นี่ โดยระบบจะแสดงชื่อย่อบัญชีแทนหมายเลขบัญชี 1.1.4) ตั้งค่าพิเศษของบริษัท: ผู้บริหารระบบสามารถจำกัดวงเงินสูงสุดประจำวันของบริษัทตามประเภทรายการ [#1.2]1.2 จะกลับสู่หน้าสรุปรายการบัญชีได้อย่างไรคลิก "ออกจากผู้บริหารระบบ" ที่มุมซ้ายด้านล่าง ระบบจะนำท่านกลับไปยังหน้าสรุปรายการบัญชี 2. จัดการข้อมูลผู้ใช้ระบบ 2.1 [#2.1]บริการบิซ ไอแบงก์กิ้งแบ่งผู้ใช้ระบบออกเป็นกี่ประเภทผู้ใช้ระบบในบริการบิซ ไอแบงก์กิ้ง แบ่งออกได้เป็น6 ประเภท ได้แก่ 2.1.1) ผู้บริหารระบบ: เป็นผู้กำหนดสิทธิและกฎเกณฑ์ในการใช้บริการบิซ ไอแบงก์กิ้งของบริษัท โดยผู้บริหารระบบต้องกำหนดกฎเกณฑ์ดังกล่าวเมื่อเข้าสู่ระบบครั้งแรก หากบริษัทมีผู้ใช้ระบบมากกว่า 1 ท่านในการทำรายการ ผู้บริหารระบบสามารถเพิ่มชื่อผู้ใช้ระบบท่านอื่นได้ โดยผู้บริหารระบบเท่านั้นที่สามารถเข้าสู่หน้า "ผู้บริหารระบบ" ได้ 2.1.2) ผู้ทำรายการ: มี 2 ประเภท คือ ผู้ทำรายการจ่ายเงินเดือน และผู้ทำรายการอื่นๆ โดยผู้ทำรายการจ่ายเงินเดือนสามารถทำรายการจ่ายเงินเดือนเท่านั้น ส่วนผู้ทำรายการอื่นๆ สามารถทำรายการอื่นๆ ได้ทุกประเภท อาทิ รายการโอนเงิน รายการโอนเงินแบบชุดข้อมูล และรายการชำระเงินค่าสินค้าและบริการ ยกเว้นรายการจ่ายเงินเดือนพนักงาน 2.1.3) ผู้อนุมัติรายการ: มี 2 ประเภท คือ ผู้อนุมัติรายการจ่ายเงินเดือน และผู้อนุมัติรายการอื่นๆ โดยผู้อนุมัติรายการจ่ายเงินเดือนสามารถอนุมัติ หรือไม่อนุมัติเฉพาะรายการจ่ายเงินเดือนเท่านั้น ส่วนผู้อนุมัติรายการอื่นๆสามารถอนุมัติหรือไม่อนุมัติรายการอื่นๆ ได้ทุกประเภท อาทิ รายการโอนเงิน รายการโอนเงินแบบชุดข้อมูล และรายการชำระเงินค่าสินค้าและบริการ ยกเว้นรายการจ่ายเงินเดือนพนักงาน 2.1.4) ผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลบัญชี: สามารถดูสรุปรายการบัญชีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีและภาพเช็คได้ โดยอาจเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ทำรายการ ผู้อนุมัติรายการ หรือผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลรายงานได้ 2.1.5) ผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลรายงาน: สามารถดูสรุปรายการบัญชีและรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีได้ โดยอาจเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ทำรายการ ผู้อนุมัติรายการ หรือผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลบัญชีได้ 2.1.6) ผู้เพิ่มรายการบัญชีผู้รับเงิน: ผู้ที่มีหน้าที่เพิ่มรายการบัญชีผู้รับเงินตามที่ผู้บริหารระบบกำหนด [#2.2]2.2 จะตรวจสอบ/เพิ่ม/เปลี่ยนแปลง/ยกเลิกผู้ใช้ระบบได้หรือไม่ ผู้บริหารระบบสามารถทำได้ ระบบจะแสดงรายชื่อผู้ใช้ระบบทั้งหมดในหน้า "จัดการข้อมูลผู้ใช้ระบบ" และคลิกที่ "รหัสประจำตัวผู้ใช้ระบบ" เพื่อตรวจสอบ หรือเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกผู้ใช้ระบบ สำหรับการเพิ่มผู้ใช้ระบบ ให้คลิกที่ "เพิ่มผู้ใช้ระบบใหม่" [#2.3]2.3 "หมายเลขเครื่องโทเค็น" คืออะไรผู้บริหารระบบ ผู้อนุมัติรายการ และผู้เพิ่มรายการบัญชีผู้รับเงิน จะต้องใช้เครื่องโทเค็นเมื่อเข้าสู่ระบบ โดยหมายเลขเครื่องโทเค็น คือ หมายเลขที่อยู่ด้านหลังเครื่องโทเค็นของแต่ละเครื่อง แต่ละท่านจะมีหมายเลขเครื่องโทเค็นที่แตกต่างกัน สำหรับการเพิ่มผู้ทำรายการ หรือผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลบัญชีนั้นให้ระบุ "ไม่ใช้เครื่องโทเค็น" การมอบเครื่องโทเค็นให้ถูกต้องแก่ผู้อนุมัติรายการจึงมีความสำคัญมาก [#2.4]2.4 "รหัสประจำตัวผู้ใช้ระบบ" คืออะไรในการเพิ่มผู้ใช้ระบบ ผู้บริหารระบบจะต้องกำหนดรหัสประจำตัวผู้ใช้ระบบและรหัสลับส่วนตัวสำหรับผู้ใช้ระบบแต่ละท่านเพื่อใช้ในการเข้าสู่ระบบ โดยรหัสประจำตัวผู้ใช้ระบบต้องมีคุณสมบัติดังนี้ - มีความยาวตั้งแต่4 – 20 หลัก - ต้องประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ (a-z, A_Z) หรือ ตัวเลข (0-9) หรือ ตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลขผสมกัน - จะต้องไม่ใช้ตัวอักษรพิเศษ หรือช่องว่าง - ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก ถือเป็นตัวอักษรที่ไม่แตกต่างกัน [#2.5]2.5 จะกำหนด "รหัสลับส่วนตัวใหม่" ได้อย่างไรรหัสลับใหม่ส่วนตัวต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ - มีความยาวอย่างน้อย 6 หลัก - ต้องประกอบด้วยตัวเลข (0 - 9) อย่างน้อย 1 หลัก และตัวอักษร (a-z, A – Z) อย่างน้อย 1 หลัก - สามารถเลือกใช้ตัวอักษรพิเศษได้ ยกเว้น & % + - ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก ถือเป็นตัวอักษรที่แตกต่างกัน กรุณาระบุรหัสลับส่วนตัวใหม่และยืนยันระบุรหัสลับส่วนตัวใหม่ซ้ำอีกครั้ง [#2.6]2.6 "กลุ่มผู้ทำรายการ" คืออะไร ผู้ทำรายการสามารถทำรายการและส่งรายการให้กับธนาคารได้ แต่ธนาคารจะยังไม่ดำเนินการจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากผู้อนุมัติรายการที่ผู้บริหารระบบกำหนดไว้ โดยผู้ทำรายการมี 2 ประเภท ได้แก่ ผู้ทำรายการจ่ายเงินเดือน และผู้ทำรายการอื่นๆ หากท่านต้องการให้ผู้ใช้ระบบทำรายการจ่ายเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ให้ระบุบทบาท "PayrollMakerGroup" หรือหากท่านต้องการให้ผู้ใช้ระบบทำรายการอื่นๆ ได้ทุกประเภทยกเว้นรายการจ่ายเงินเดือน ให้ระบุบทบาท "OtherServicesMakerGroup" [#2.7]2.7 "กลุ่มผู้อนุมัติรายการ" คืออะไรผู้อนุมัติรายการสามารถอนุมัติ หรือไม่อนุมัติการทำรายการตามที่ผู้บริหารระบบได้กำหนดไว้ ผู้อนุมัติรายการมี 2 ประเภท ได้แก่ ผู้อนุมัติรายการจ่ายเงินเดือน และผู้อนุมัติรายการอื่นๆ หากท่านต้องการให้ผู้ใช้ระบบมีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ให้ระบุบทบาท "PayrollApproverGroup" หากท่านต้องการให้ผู้ใช้ระบบมีอำนาจอนุมัติการทำรายการอื่นๆ ได้ทุกประเภท ยกเว้นรายการจ่ายเงินเดือน ให้ระบุบทบาท "OtherServicesApproverGroup" [#2.8]2.8 "กลุ่มผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลบัญชี" คืออะไร ผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลบัญชีสามารถดูสรุปรายการบัญชี รายการเคลื่อนไหวทางบัญชีและภาพเช็คได้ ซึ่งผู้บริหารระบบสามารถมอบสิทธิ์นี้ให้แก่ผู้ทำรายการ ผู้อนุมัติรายการ หรือผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลรายงานได้ [#2.9]2.9 "กลุ่มผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลรายงาน” คืออะไร ผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลรายงานสามารถดูข้อมูลรายงานได้ เช่น รายงานการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต เป็นต้นซึ่งผู้บริหารระบบสามารถมอบสิทธิ์นี้ให้แก่ผู้ทำรายการ ผู้อนุมัติรายการ หรือผู้มีสิทธิ์ดูข้อมูลบัญชีได้ [#2.10]2.10 จะดูรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้ระบบได้อย่างไร เลือกผู้ใช้ระบบที่ท่านต้องการตรวจสอบ โดยเลือกรหัสประจำตัวผู้ใช้ระบบในหน้าจัดการข้อมูลผู้ใช้ระบบข้อมูล ระบบจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้ระบบในหน้านี้ หากท่านต้องการดูการทำรายการของผู้ใช้ระบบ คลิก "ดูข้อมูลการทำรายการ" ท่านสามารถเลือกช่วงเวลาที่ท่านต้องการดูข้อมูลการทำรายการของผู้ใช้ระบบได้ [#2.11]2.11 ระบบจะแสดงข้อมูลประเภทใดใน "การทำรายการของผู้ใช้ระบบ"ท่านสามารถตรวจสอบการใช้งานของผู้ใช้ระบบได้ในช่วงเวลาที่ท่านกำหนดไว้ ระบบจะแสดงข้อมูลต่างๆ ไว้ในหน้านี้ อาทิ ประเภทรายการ ผลการทำรายการ วันที่ และเวลา 3. จัดการข้อมูลการอนุมัติ3.1[#3.1] "จัดการข้อมูลการอนุมัติ" คืออะไร ท่านสามารถกำหนดเงื่อนไขการอนุมัติรายการตามระเบียบของบริษัทได้ โดยกำหนดจำนวนผู้อนุมัติรายการสำหรับรายการแต่ละประเภท ท่านสามารถกำหนดเงื่อนไขการอนุมัติสำหรับรายการได้ 2 ประเภท คือ การอนุมัติรายการจ่ายเงินเดือน และการอนุมัติรายการอื่นๆ [#3.2]3.2 "เงื่อนไขการอนุมัติรายการจ่ายเงินเดือน" คืออะไรท่านสามารถกำหนดจำนวนผู้อนุมัติรายการจ่ายเงินเดือนแต่ละครั้งได้ตามวงเงินสูงสุดในการทำรายการ ตัวอย่างเงื่อนไขการอนุมัติรายการจ่ายเงินเดือน: วงเงินสูงสุดที่อนุมัติได้ จำนวนผู้อนุมัติรายการที่ต้องการในการอนุมัติรายการ 1,000,000 1 5,000,000 2 ในกรณีนี้การจ่ายเงินเดือนแต่ละครั้งที่มียอดต่ำกว่า 1,000,000 บาท จะต้องผู้มีอนุมัติรายการ 1ท่าน แต่ถ้าเป็นการจ่ายเงินเดือนที่มียอดสูงกว่า 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท จะต้องมีผู้อนุมัติรายการ 2 ท่าน [#3.3]3.3 "เงื่อนไขการอนุมัติรายการอื่นๆ" คืออะไร สำหรับการทำรายการอื่นๆ ที่ไม่ใช่การจ่ายเงินเดือน เช่น การโอนเงิน การโอนเงินแบบชุดข้อมูล การชำระค่าสินค้าและบริการ ท่านสามารถกำหนดจำนวนผู้อนุมัติรายการอื่นๆ แต่ละครั้งได้ตามวงเงินสูงสุดในการทำรายการ ตัวอย่างเงื่อนไขการอนุมัติรายการอื่นๆ: วงเงินสูงสุดที่อนุมัติได้ จำนวนผู้อนุมัติรายการที่ต้องการในการอนุมัติรายการ 1,000,000 1 5,000,0002 ในกรณีนี้การทำรายการ (ยกเว้นการจ่ายเงินเดือน) แต่ละครั้งที่มียอดต่ำกว่า 1,000,000 บาท จะต้องผู้มีอนุมัติรายการ 1ท่าน แต่ถ้าเป็นการทำรายการอื่นๆ ที่มียอดสูงกว่า 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท จะต้องมีผู้อนุมัติรายการ 2 ท่าน [#3.4]3.4 จะตรวจสอบ/เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการอนุมัติรายการได้หรือไม่ได้ โดยไปที่หน้า "จัดการข้อมูลการอนุมัติ" และเลือกประเภทการอนุมัติที่ท่านต้องการตรวจสอบหรือเปลี่ยนแปลง หลังจากทำการเปลี่ยนแปลงแล้ว คลิก "เปลี่ยนแปลงข้อมูล" เพื่อดำเนินการ หรือคลิก "ย้อนกลับไป" เพื่อกลับไปยังหน้าก่อน [#3.5]3.5 "รายชื่อผู้อนุมัติรายการ" คืออะไร รายชื่อผู้อนุมัติรายการ ได้แก่ ชื่อ และรหัสประจำตัวผู้ใช้ระบบของผู้มีอนุมัติรายการทุกท่านในแต่ละประเภทรายการ เช่น รายชื่อผู้อนุมัติรายการจ่ายเงินเดือน หรือรายชื่อผู้อนุมัติรายการอืื่นๆ [#3.6]3.6 "เงื่อนไขการอนุมัติ" คืออะไร การกำหนดเงื่อนไขการอนุมัติรายการ ท่านสามารถกำหนดจำนวนผู้อนุมัติรายการแต่ละประเภทได้ตามวงเงินสูงสุดในการทำรายการซึ่งกำหนดขึ้นตามระเบียบของบริษัท ตัวอย่างเงื่อนไขการอนุมัติ: วงเงินสูงสุดที่อนุมัติได้ จำนวนผู้อนุมัติรายการที่ต้องการในการอนุมัติรายการ1,000,000 1 5,000,000 2 ในกรณีนี้การทำรายการแต่ละครั้งที่มียอดต่ำกว่า 1,000,000 บาท จะต้องผู้มีอนุมัติรายการ 1 ท่าน แต่ถ้าเป็นการทำรายการ ที่มียอดสูงกว่า 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท จะต้องมีผู้อนุมัติรายการ 2 ท่าน 4. จัดการข้อมูลบัญชีบริษัท4.1[#4.1] "จัดการข้อมูลบัญชีบริษัท" คืออะไรเป็นการกำหนดชื่อย่อบัญชีสำหรับแต่ละบัญชี เพื่อหลีกเลี่ยงการแสดงหมายเลขบัญชีและชื่อบัญชีในบริการบิซ ไอแบงก์กิ้ง [#4.2]4.2 "ชื่อย่อบัญชี" คืออะไรชื่อย่อบัญชี คือ ชื่อบัญชีที่ท่านกำหนดขึ้นแทนหมายเลขบัญชี 10 หลัก เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ ชื่อย่อบัญชีสามารถตั้งขึ้นเพื่อแยกแยะบัญชีแต่ละประเภทได้ เช่น บัญชีสำหรับการจ่ายเงินเดือน บัญชีสำหรับการชำระค่าสาธารณูปโภค [#4.3]4.3 จะตั้งชื่อย่อบัญชีได้อย่างไรรายการบัญชีที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมดจะแสดงในหน้านี้ เลือกเลขที่บัญชีที่ท่านต้องการตั้งชื่อย่อ แล้วระบุชื่อย่อบัญชีที่ท่านต้องการ แล้วคลิก "เปลี่ยนแปลงข้อมูล" 5. จัดการข้อมูลรายงาน [#5.1]5.1 "จัดการข้อมูลรายงาน" คืออะไร "จัดการข้อมูลรายงาน" ไว้ใช้สำหรับการเปิดใช้บริการ/ปิดใช้บริการดูข้อมูลรายงานต่างๆ ในบิซ ไอแบงก์กิ้ง ซึ่งได้แก่ รายงานรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต [#5.2]5.2 จะเปิดใช้บริการดูข้อมูลรายงานได้อย่างไรท่านสามารถเปิดใช้บริการดูข้อมูลรายงานได้ดังนี้ 5.2.1) เลือกชื่อรายงานที่ต้องการเปิดใช้บริการดูข้อมูลรายงาน และคลิก "เปิดใช้บริการ" 5.2.2) เลือกเลขที่บัญชีเงินฝาก (เฉพาะบัญชีที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น)ที่ผูกไว้กับรายงานที่ต้องการดูข้อมูลแล้วคลิก "ดำเนินการ" หมายเหตุ: เฉพาะครั้งแรกเท่านั้นที่ผู้บริหารระบบจะต้องเปิดใช้บริการเรียกดูข้อมูลของแต่ละรายงาน [#5.3]5.3 หลังจากเปิดใช้บริการดูข้อมูลรายงานแล้ว จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปผู้บริหารระบบควรจะกำหนดสิทธิ์การดูข้อมูลรายงานให้แก่ผู้ใช้ระบบ โดยคลิก "กำหนดผู้ใช้ระบบสำหรับดูข้อมูลรายงานรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต" ด้านล่างในหน้ายืนยันการเปิดใช้บริการดูข้อมูลรายงาน หรือคลิก "จัดการข้อมูลผู้ใช้ระบบ" ทางด้านซ้ายมือ 6. จัดการเครื่องโทเค็น6.1[#6.1] "จัดการเครื่องโทเค็น" คืออะไรเป็นคำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการใช้บริการบิซ ไอแบงก์กิ้งอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอเปลี่ยนเครื่องโทเค็นที่จะครบกำหนดอายุการใช้งาน โดยจะได้รับสิทธิ์ในการขอเปลี่ยนเครื่องโทเค็นเมื่ออายุการใช้งานของเครื่องโทเค็นครบ 4 ปีนับจากวันที่สมัครใช้บริการบิซ ไอแบงก์กิ้ง การขอเปลี่ยนเครื่องโทเค็นที่จะครบกำหนดอายุการใช้งาน มี 2 ขั้นตอนดังนี้ - ขั้นตอนที่ 1: เพื่อขอให้ธนาคารดำเนินการเปลี่ยนเครื่องโทเค็น - ขั้นตอนที่ 2: เพื่อขอให้ธนาคารดำเนินการกำหนดเครื่องโทเค็นใหม่ให้แก่ผู้ใช้ระบบ หมายเหตุ:ท่านจะได้รับสิทธิ์ในการขอเปลี่ยนเครื่องโทเค็นที่จะครบกำหนดอายุการใช้งานเฉพาะเครื่องโทเค็นที่ได้รับจากธนาคารเมื่อสมัครใช้บริการเท่านั้นสำหรับเครื่องโทเค็นของผู้ใช้ระบบจะต้องยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการใช้บริการบิซ ไอแบงก์กิ้งที่สาขาที่สมัครใช้บริการ [#6.2]6.2 เมื่อได้รับสิทธิ์ในการเปลี่ยนเครื่องโทเค็นที่จะครบกำหนดอายุการใช้งานจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปเมื่อได้รับสิทธิ์ในการเปลี่ยนเครื่องโทเค็นที่จะครบกำหนดอายุการใช้งานระบบจะแสดงขั้นตอนการขอเปลี่ยนเครื่องโทเค็นให้ซึ่งการขอเปลี่ยนเครื่องโทเค็นที่จะครบกำหนดอายุการใช้งาน มี 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: เพื่อให้ธนาคารดำเนินการเปลี่ยนเครื่องโทเค็น 1.1) เลือกเมนู "จัดการเครื่องโทเค็น" ทางด้านซ้ายมือ 1.2) คลิก "ขั้นตอนที่ 1" เพื่อขอเปลี่ยนเครื่องโทเค็นโดยระบบจะแสดงรายละเอียดของเครื่องโทเค็นที่จะครบกำหนดอายุการใช้งานให้ 1.3) คลิก "ยืนยัน" เพื่อยืนยันคำขอเปลี่ยนเครื่องโทเค็นระบบจะยืนยันการทำรายการพร้อมทั้งแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการติดต่อรับแครื่องโทเค็นใหม่ให้ทราบและสามารถสั่งพิมพ์ได้โดยคลิก "พิมพ์" ซึ่งอยู่ทางมุมขวาด้านบน ขั้นตอนที่ 2: เพื่อให้ธนาคารดำเนินการกำหนดเครื่องโทเค็นใหม่ให้แก่ผู้ใช้ระบบ ผู้บริหารระบบจะต้องได้รับเครื่องโทเค็นใหม่จากธนาคารก่อนดำเนินการกำหนดเครื่องโทเค็นใหม่ให้แก่ผู้ใช้ระบบตามขั้นตอนที่ 2 โดยผู้บริหารระบบเข้าสู่บริการบิซ ไอแบงก์กิ้งด้วยเครื่องโทเค็นเดิม (ที่จะครบกำหนดอายุการใช้งาน) แล้วดำเนินการดังนี้ 2.1) เลือกเมนู "จัดการเครื่องโทเค็น" ทางด้านซ้ายมือ 2.2) คลิก"ขั้นตอนที่ 2" เพื่อกำหนดเครื่องโทเค็นใหม่ให้แก่ผู้ใช้ระบบโดยระบบจะแสดงรายละเอียดของเครื่องโทเค็นที่จะต้องกำหนดให้แก่ผู้ใช้ระบบ 2.3) ในการกำหนดเครื่องโทเค็นใหม่ให้แก่ผู้บริหารระบบให้ระบุหมายเลขเครื่องโทเค็นใหม่ที่ได้รับจากธนาคาร 2.4) ในการกำหนดเครื่องโทเค็นใหม่ให้แก่ผู้ใช้ระบบให้เลือกหมายเลขเครื่องโทเค็นปัจจุบันของผู้ใช้ระบบที่ต้องการกำหนด เครื่องโทเค็นใหม่ให้ และระบุหมายเลขเครื่องโทเค็นใหม่ที่ได้รับจากธนาคาร 2.5) คลิก "ยืนยัน" เพื่อยืนยันคำขอกำหนดเครื่องโทเค็นใหม่ให้แก่ผู้บริหารระบบแลพผู้ใช้ระบบระบบจะยืนยันการทำรายการพร้อมทั้งแสดงรายละเอียดการกำหนดเครื่องโทเค็นใหม่ให้แก่ผู้ใช้ระบบและสามารถสั่งพิมพ์ได้โดยคลิก "พิมพ์" ซึ่งอยู่ทางมุมขวาด้านบน หมายเหตุ:ผู้บริหารระบบและผู้ใช้ระบบดังกล่าวจะต้องใช้เครื่องโทเค็นใหม่เพื่อเข้าสู่ระบบในครั้งต่อไป 7. ตั้งค่าพิเศษของบริษัท[#7.1]7.1 "ตั้งค่าพิเศษของบริษัท" คืออะไรท่านสามารถกำหนดวงเงินสูงสุดประจำวันได้ตามข้อกำหนดของบริษัทในหัวข้อนี้ ธุรกรรมที่ท่านสามารถกำหนดวงเงินสูงสุดประจำวันได้มี 4 ประเภท คือ การโอนเงิน การชำระค่าสินค้าและบริการ การจ่ายเงินเดือน และการโอนเงินแบบชุดข้อมูล [#7.2]7.2 จะกำหนดวงเงินสูงสุดประจำวันได้อย่างไร เพื่อความปลอดภัยในการใช้บริการ ท่านสามารถกำหนดวงเงินสูงสุดประจำวันสำหรับแต่ละประเภทรายการได้ในหัวข้อนี้ โดยยอดเงินรวมของแต่ละรายการจะต้องไม่สูงกว่าวงเงินสูงสุดประจำวันที่ท่านกำหนดไว้ในแต่ละวันสำหรับแต่ละประเภทรายการ ตัวอย่างเช่น ถ้าท่านกำหนดวงเงินสูงสุดประจำวันสำหรับการโอนเงินไว้ที่วันละไม่เกิน 5,000,000 บาท ยอดเงินทั้งหมดที่ท่านสามารถโอนเงินในแต่ละวันก็จะไม่เกิน 5,000,000 บาท เมื่อท่านกำหนดวงเงินสูงสุดประจำวันเรียบร้อยแล้ว ให้คลิก "เปลี่ยนแปลงข้อมูล" ซึ่งท่านสามารถกลับมาเปลียนแปลงวงเงินสูงสุดประจำวันได้ตลอดเวลา 8. ลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์ [#8.1]8.1 ช่องทางในการลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์ ท่านสามารถลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์ได้ 2 ช่องทาง คือ สาขาธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ และบริการบิซ ไอแบงก์กิ้ง [#8.2]8.2 เอกสารที่ใช้ในการลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์ผ่านบริการบิซ ไอแบงก์กิ้ง ไม่ต้องใช้เอกสารประกอบในการลงทะเบียน [#8.3]8.3 ลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์ผ่านบริการบิซ ไอแบงก์กิ้งได้อย่างไร ผู้บริหาระบบเท่านั้นที่สามารถลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์ผ่านบริการบิซ ไอแบงก์กิ้งได้ โดยผู้บริหารระบบสามารถเข้าไปในเมนู จัดการข้อมูลลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์และเลือกบัญชีที่ต้องการผูกกับเลขประจำตัวผู้เสียภาษี [#8.4]8.4 สามารถใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทผูกได้หลายบัญชีหรือไม่ หนึ่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสามารถผูกกับบัญชีบริษัทได้เพียงบัญชีเดียวเท่านั้น [#8.5]8.5 ประเภทบัญชีที่สามารถนำมาผูกกับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีได้ผ่านบริการบิซ ไอแบงก์กิ้งมีอะไรบ้างบัญชีที่สามารถนำมาผูกได้มี 2 ประเภท คือ บัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวัน โดยจะต้องเป็นบัญชีที่มีการเพิ่มเข้าไปในบริการบิซ ไอแบงก์กิ้ง แล้วเท่านั้น [#8.6]8.6 หากต้องการเปลี่ยนแปลงบัญชีที่ผูกกับบิซพร้อมเพย์ สามารถเปลี่ยนแปลงภายหลังได้หรือไม่ ผู้บริหารระบบสามารถเปลี่ยนแปลงบัญชีได้ แต่บัญชีที่ต้องการเปลี่ยนนั้นต้องเป็นบัญชีที่เคยเพิ่มเข้าไปในบริการบิซ ไอแบงก์กิ้ง แล้วเท่านั้น [#8.7]8.7 ถ้าลงทะเบียนบิซพร้อมเพย์แล้ว บริษัทยังคงสามารถใช้บริการโอนเงินในรูปแบบเดิมได้หรือไม่ ได้ ท่านสามารถใช้บริการโอนเงินในรูปแบบเดิมได้ตามปกติ |