บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง – คำแนะนำ
บริการชำระค่าสินค้าและบริการ (Bill Payment)
1. บริการชำระค่าสินค้าและบริการ (Bill Payment) คืออะไร คือ การให้บริการชำระค่าสินค้าและบริการ โดยที่ท่านสามารถเลือกชำระเงินทันที หรือจะกำหนดวันที่ชำระล่วงหน้า หรือจะเลือกรูปแบบการชำระเงินเป็นประจำทุกสัปดาห์ ทุกเดือน หรือทุก 3 เดือน (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทผู้รับชำระ) ซึ่งท่านสามารถทำรายการชำระเงินได้เฉพาะบริษัทที่มีข้อตกลงกับธนาคารให้รับชำระผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ซึ่งท่านได้กำหนดไว้ในรายชื่อบริษัทผู้รับชำระของท่านแล้ว
หมายเหตุ: ท่านสามารถกำหนดการชำระเงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน 12 เดือน
จะสามารถซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ตและเติมเงินโทรศัพท์มือถือได้อย่างไร?
ท่านสามารถซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ต และเติมเงินโทรศัพท์มือถือ ได้ด้วยบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง เพียงท่านทำตามขั้นตอนเดียวกับการชำระค่าสินค้าและบริการ
โปรดทราบ ท่านสามารถทำรายการชำระเงินทันทีได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในการซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ต User ID และ Password สำหรับเข้าสู่บริการอินเทอร์เน็ต จะปรากฏอยู่บนหน้า "ยืนยัน" เพื่อประโยชน์สำหรับตัวท่านเอง กรุณาสั่งพิมพ์หน้าดังกล่าว เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงต่อไป
2. ท่านสามารถเพิ่มรายชื่อบริษัทผู้รับชำระ (Add Payee) มาเป็นรายชื่อบริษัทผู้รับชำระของท่าน (Personal Payee List) ได้อย่างไร
1) เข้าสู่บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง แล้วคลิกที่ "เมนูลัด" แล้วคลิก “เพิ่มผู้รับชำระเงิน”
2) จากนั้นให้ท่านเลือกประเภทธุรกิจและชื่อบริษัทผู้รับชำระเงินที่ท่านต้องการ แล้วกดปุ่ม "ตกลง"
3) ขั้นตอนถัดไปให้ท่านระบุรายละเอียดต่างๆ ตามที่แสดงไว้ในใบแจ้งค่าใช้บริการของท่าน เช่นหมายเลขประจำตัวลูกค้า (เลขที่อ้างอิง 1) และกำหนดชื่อย่อของบริษัทผู้รับชำระเงินตามที่ท่านต้องการ และคลิก "ขั้นตอนต่อไป"
4) ระบุรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) เพื่อยืนยันการทำรายการเพิ่มผู้รับชำระเงินดังกล่าวไว้ในรายชื่อผู้รับชำระเงินของท่าน
หมายเหตุ: ในการเพิ่มบริษัทผู้รับชำระสำหรับทุกบริษัท ท่านจะต้องใช้รหัสผ่านครั้งเดียว (OTP – one time password) ที่ได้รับทาง SMS จากหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ท่านลงทะเบียนไว้กับบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง เพื่อใช้ยืนยันการเพิ่มผู้ระชำระเงินดังกล่าว
3. ท่านสามารถทำรายการชำระเงินค่าสินค้าและบริการได้อย่างไร
1) คลิกที่เมนู “ชำระเงิน” และเลือก "ผู้รับชำระ" (ท่านควรกำหนดรายชื่อบริษัทผู้รับชำระของท่านก่อนใช้บริการ)
2) คลิกเลือก "บัญชีผู้ชำระเงิน" หากเป็นบัญชีเงินฝาก จะปรากฏชื่อย่อบัญชี หรือเลขที่บัญชี ตามด้วยยอดเงินที่ถอนได้
3) รหัสบริษัท จะปรากฏขึ้นหลังจากที่ท่านเลือกบริษัทผู้รับชำระเงินที่ต้องการ (ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้)
4) หมายเลขประจำตัวลูกค้า (เลขที่อ้างอิง 1) จะปรากฏขึ้นตามที่ท่านได้กำหนดไว้ ณ ตอนเพิ่มรายชื่อผู้รับชำระ (เปลี่ยนแปลงได้)
5) ระบุ "หมายเลขอ้างอิง (เลขที่อ้างอิง 2)" ตามที่แสดงไว้ในใบแจ้งค่าสินค้าและบริการ (ถ้ามี)
6) ระบุ "จำนวนเงิน" ที่ท่านต้องการชำระค่าสินค้าหรือบริการ
7) ระบบจะแสดงวันที่ปัจจุบัน โดยที่ท่านสามารถกำหนดวันที่ชำระเงินล่วงหน้าได้ โดยคลิกที่ "ปฏิทิน" (กำหนดวันที่ชำระเงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน 12 เดือน)
8) ระบุ "บันทึกช่วยจำ" สำหรับรายการชำระเงินดังกล่าวหรือจะไม่ระบุก็ได้
9) กดปุ่ม "ขั้นตอนต่อไป" เมื่อท่านต้องการทำรายการ หรือปุ่ม "ยกเลิก" เมื่อท่านต้องการยกเลิกรายการ
10) เมื่อกดปุ่ม "ขั้นตอนต่อไป" จะเข้าสู่หน้าจอ "ตรวจสอบ" เพื่อให้ท่านตรวจสอบความถูกต้องของรายการชำระเงินดังกล่าว
10.1) หากต้องการแก้ไขหรือยกเลิกรายการ ให้กดปุ่ม "ย้อนกลับไป"
10.2) หากรายการถูกต้อง ให้กดปุ่ม "ยืนยัน"
11) เมื่อกดปุ่ม "ยืนยัน" จะเข้าสู่หน้าจอยืนยันการทำรายการของท่าน พร้อมแสดงสถานะการทำรายการ หากท่านต้องการพิมพ์เก็บไว้ใช้อ้างอิง ท่านสามารถคลิกที่ "พิมพ์" ที่ด้านบนขวาของหน้าจอ
บริการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax Payment)
1. บริการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร คือการให้บริการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแก่กรมสรรพากร โดยท่านสามารถเลือกชำระเงินทันทีหรือกำหนดวันที่ชำระล่วงหน้า แต่ต้องไม่เกินกำหนดชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรมสรรพากร (ภ.ง.ด. 90 และ 91 ชำระได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคมของทุกปี และ ภ.ง.ด. 94 ชำระได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายนของทุกปี) ก่อนการชำระภาษีสรรพากรผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ท่านต้องเข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร (http://www.rd.go.th) โดยใช้ User ID และ Password ที่ได้รับจากการลงทะเบียนกับกรมสรรพากรเพื่อทำการยื่นแบบประเภทภาษีที่ต้องการชำระ หลังจากที่ท่านทำการยื่นแบบฯ แล้ว กรณีมีภาษีต้องชำระตามแบบฯ ระบบงานของกรมสรรพากรจะทำการคำนวณจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระเพิ่มและแจ้งรหัสควบคุม (Control Code) เพื่อให้ท่านใช้ในการชำระภาษีผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ต่อไป
2. ท่านสามารถทำรายการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อย่างไร
1) คลิกที่เมนู "ชำระเงิน" และให้ท่านเลือกเลือกชื่อย่อของกรมสรรพากรตามที่ท่านตั้งไว้จากช่อง "ผู้รับชำระ"
2) คลิกเลือก "บัญชีผู้ชำระเงิน" หากเป็นบัญชีเงินฝากจะปรากฏชื่อย่อบัญชีหรือเลขที่บัญชีตามด้วยยอดเงินที่ถอนได้
3) รหัสบริษัทของกรมสรรพากรจะปรากฏขึ้น
4) เลขที่อ้างอิง 1 (เลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือเลขประจำตัวประชาชน) จะปรากฏขึ้นตามข้อมูลที่ท่านได้ระบุไว้ในหน้า "ข้อมูลบริษัทผู้รับชำระ"
5) ระบุ "เลขที่อ้างอิง 2" (รหัสควบคุม) ที่ได้รับจากการยื่นแบบผ่าน เว็บไซต์ ของกรมสรรพากร
6) ระบุ "จำนวนเงิน" ที่ท่านต้องชำระเพิ่มเติมแก่กรมสรรพากรตามที่ได้รับจากการยื่นแบบผ่าน เว็บไซต์ ของกรมสรรพากร
7) ระบบจะแสดงวันที่ปัจจุบัน โดยที่ท่านสามารถกำหนดวันที่ชำระเงินล่วงหน้าได้ โดยคลิกที่ "ปฏิทิน" แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกำหนดชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรมสรรพากร (ภ.ง.ด. 90 และ 91 ชำระได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคมของทุกปี และ ภ.ง.ด. 94 ชำระได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายนของทุกปี)
8) ท่านสามารถระบุ "บันทึกช่วยจำ" สำหรับรายการชำระเงินดังกล่าวหรือไม่จะระบุก็ได้
9) กดปุ่ม "ขั้นตอนต่อไป" เมื่อท่านต้องการทำรายการ หรือปุ่ม "ยกเลิก" เมื่อท่านต้องการยกเลิกรายการ
10) เมื่อกดปุ่ม "ขั้นตอนต่อไป" จะเข้าสู่หน้าจอ "ตรวจสอบ" เพื่อให้ท่านตรวจสอบความถูกต้องของรายการ
10.1) หากต้องการแก้ไขหรือยกเลิกรายการให้กดปุ่ม "ย้อนกลับไป"
10.2) หากรายการถูกต้อง ให้กดปุ่ม "ยืนยัน"
11) เมื่อกดปุ่ม "ยืนยัน" จะเข้าสู่หน้าจอยืนยันการทำรายการของท่าน พร้อมแสดงสถานะการทำรายการ หากท่านต้องการพิมพ์เก็บไว้ใช้อ้างอิง ท่านสามารถคลิกที่ "พิมพ์" ที่ด้านบนขวาของหน้าจอ
ยกเลิกรายการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Delete Personal Income Tax Payment)
ท่านสามารถยกเลิกรายการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อย่างไร
1) จากหน้าจอ "ชำระเงิน" ให้ท่านคลิกเลือก "รายการที่รอดำเนินการ" จากเมนูด้านซ้าย
2) จากนั้นให้ท่านเลือกรายการชำระเงินที่รอดำเนินการ โดยคลิกที่หมายเลขอ้างอิงธนาคารของรายการที่ท่านต้องการยกเลิก
3) กดปุ่ม "ยกเลิกรายการชำระเงินทั้งหมด" เพื่อยกเลิกรายการรอดำเนินการ หรือคลิกปุ่ม "ย้อนกลับไป" เพื่อกลับสู้หน้าจอก่อนหน้า
4) จากนั้นคลิกปุ่ม "OK" อีกครั้ง เพื่อยืนยันการยกเลิกรายการรอดำเนินการดังกล่าว
หมายเหตุ: การยกเลิกรายการชำระค่าสินค้าและบริการที่รอดำเนินการจะต้องดำเนินการก่อนเวลา 09.30 น. ของวันที่ครบกำหนดชำระเงิน (สำหรับรายการชำระบัตรเครดิต ท่านจะต้องดำเนินการยกเลิกก่อนเวลา 9.00 น.)
เพิ่มรายชื่อบริษัทผู้รับชำระ (Add Payee)
ท่านสามารถเพิ่มรายชื่อบริษัทผู้รับชำระ (Add Payee) ได้อย่างไร
1) คลิกที่ "เมนูลัด" แล้วคลิก “เพิ่มผู้รับชำระเงิน”
2) จะเข้าสู่หน้าจอเพิ่มผู้รับชำระเงิน ให้เลือก"ภาษี" ในช่องประเภทธุรกิจ
3) ในช่อง "ชื่อบริษัทผู้รับชำระ" ให้ท่านเลือก "PIT*กรมสรรพากร"
4) กดปุ่ม "ตกลง" จะเข้าสู่หน้าจอ "ข้อมูลบริษัทผู้รับชำระ"
5) ให้ท่านระบุ "เลขผู้เสียภาษี/เลขประจำตัวประชาชน (เลขที่อ้างอิง 1)" ของผู้เสียภาษีที่ต้องการทำการชำระภาษี และคลิก "ขั้นตอนต่อไป"
6) ระบุรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) เพื่อยืนยันการทำรายการ
7) กดปุ่ม "ตกลง" เพื่อเพิ่มรายชื่อกรมสรรพากร
บริการชำระค่าสาธารณูปโภค (Utilities Payment)
1. บริการชำระค่าสาธารณูปโภค คืออะไร
คือการให้บริการชำระค่าสาธารณูปโภคแก่องค์กรสาธารณูปโภค เช่น รับชำระค่าไฟฟ้าแก่การไฟฟ้านครหลวง โดยท่านสามารถเลือกชำระเงินทันทีหรือกำหนดวันที่ชำระล่วงหน้า แต่ต้องไม่เกินกำหนดชำระในใบแจ้งหนี้
2. ท่านสามารถทำรายการชำระค่าสาธารณูปโภคได้อย่างไร
1) คลิกที่เมนูชำระเงิน จากนั้นให้ท่านเลือกชื่อย่อขององค์กรสาธารณูปโภคที่ท่านต้องการจากช่อง "ผู้รับชำระ"
2) คลิกเลือก "บัญชีผู้ชำระเงิน" หากเป็นบัญชีเงินฝากจะปรากฏชื่อย่อบัญชีหรือเลขที่บัญชีตามด้วยยอดเงินที่ถอนได้
3) รหัสบริษัทและเลขที่อ้างอิง 1 (เช่น รหัสเครื่องวัดฯ) จะปรากฏขึ้นตามข้อมูลที่ท่านได้ระบุไว้ในหน้า "ข้อมูลบริษัทผู้รับชำระ"
4) ระบุ "เลขที่อ้างอิง 2" (เช่น เลขที่ใบแจ้งหนี้)
5) ระบุ "จำนวนเงิน" ตามที่แสดงในใบแจ้งหนี้
6) ระบบจะแสดงวันที่ปัจจุบัน โดยที่ท่านสามารถกำหนดวันที่ชำระเงินล่วงหน้าได้ โดยคลิกที่ "ปฏิทิน" แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกำหนดชำระในใบแจ้งหนี้
7) ท่านสามารถระบุ "บันทึกช่วยจำ" สำหรับรายการชำระเงินดังกล่าวหรือจะไม่ระบุก็ได้
8) กดปุ่ม "ขั้นตอนต่อไป" เมื่อท่านต้องการทำรายการ หรือปุ่ม "ยกเลิก" เมื่อท่านต้องการยกเลิกรายการ
9) เมื่อกดปุ่ม "ขั้นตอนต่อไป" จะเข้าสู่หน้าจอ "ตรวจสอบ" เพื่อให้ท่านตรวจสอบความถูกต้องของรายการ
9.1) หากต้องการแก้ไขหรือยกเลิกรายการให้กดปุ่ม "ย้อนกลับไป"
9.2) หากรายการถูกต้อง ให้กดปุ่ม "ยืนยัน"
10) เมื่อกดปุ่ม "ยืนยัน" จะเข้าสู่หน้าจอยืนยันการทำรายการของท่าน พร้อมแสดงสถานะการทำรายการ หากท่านต้องการพิมพ์เก็บไว้ใช้อ้างอิง ท่านสามารถคลิกที่ "พิมพ์" ที่ด้านบนขวาของหน้าจอ
ยกเลิกรายการชำระค่าสาธารณูปโภค (Delete Utilities Payment)
ท่านสามารถยกเลิกรายการชำระค่าสาธารณูปโภคได้อย่างไร
1) จากหน้าจอ "ชำระเงิน" ให้ท่านคลิกเลือก "รายการที่รอดำเนินการ" จากเมนูด้านซ้าย
2) จากนั้นให้ท่านเลือกรายการชำระเงินที่รอดำเนินการ โดยคลิกที่หมายเลขอ้างอิงธนาคารของรายการที่ท่านต้องการยกเลิก
3) กดปุ่ม "ยกเลิกรายการชำระเงินทั้งหมด" เพื่อยกเลิกรายการรอดำเนินการ หรือคลิกปุ่ม "ย้อนกลับไป" เพื่อกลับสู้หน้าจอก่อนหน้า
4) จากนั้นคลิกปุ่ม "OK" อีกครั้ง เพื่อยืนยันการยกเลิกรายการรอดำเนินการดังกล่าว
หมายเหตุ: การยกเลิกรายการชำระค่าสินค้าและบริการที่รอดำเนินการจะต้องดำเนินการก่อนเวลา 09.30 น. ของวันที่ครบกำหนดชำระเงิน (สำหรับรายการชำระบัตรเครดิต ท่านจะต้องดำเนินการยกเลิกก่อนเวลา 9.00 น.)
เพิ่มรายชื่อบริษัทผู้รับชำระ (Add Payee)
ท่านสามารถเพิ่มรายชื่อบริษัทผู้รับชำระ (Add Payee) ได้อย่างไร
1) คลิกที่ "เมนูลัด" แล้วคลิก "เพิ่มผู้รับชำระเงิน"
2) จะเข้าสู่หน้าจอเพิ่มผู้รับชำระเงิน ให้เลือก"สาธารณูปโภค" ในช่องประเภทธุรกิจ
3) คลิกเลือก "ชื่อบริษัทผู้รับชำระ" โดยให้เลือกรายชื่อองค์กรสาธารณูปโภคที่ท่านต้องการชำระ เช่น "MEA*การไฟฟ้านครหลวง"
4) กดปุ่ม "ตกลง" จะเข้าสู่หน้าจอ "ข้อมูลบริษัทผู้รับชำระ"
5) ระบุ "เลขที่อ้างอิง 1" (เช่น รหัสเครื่องวัดฯ) และคลิก "ขั้นตอนต่อไป"
6) ระบุรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) เพื่อยืนยันการทำรายการ
7) กดปุ่ม "ตกลง" เพื่อเพิ่มรายชื่อองค์กรสาธารณูปโภคดังกล่าว
ยกเลิกรายการชำระค่าสินค้าและบริการ (Delete Bill Payment)
ท่านสามารถยกเลิกรายการชำระค่าสินค้าและบริการได้อย่างไร
1) จากหน้าจอ "ชำระเงิน" ให้ท่านคลิกเลือก "รายการที่รอดำเนินการ" จากเมนูด้านซ้าย
2) จากนั้นให้ท่านเลือกรายการชำระเงินที่รอดำเนินการ โดยคลิกที่หมายเลขอ้างอิงธนาคารของรายการที่ท่านต้องการยกเลิก
3) กดปุ่ม "ยกเลิกรายการชำระเงินทั้งหมด" เพื่อยกเลิกรายการรอดำเนินการ หรือคลิกปุ่ม "ย้อนกลับไป" เพื่อกลับสู้หน้าจอก่อนหน้า
4) จากนั้นคลิกปุ่ม "OK" อีกครั้ง เพื่อยืนยันการยกเลิกรายการรอดำเนินการดังกล่าว
หมายเหตุ: การยกเลิกรายการชำระค่าสินค้าและบริการที่รอดำเนินการจะต้องดำเนินการก่อนเวลา 09.30 น. ของวันที่ครบกำหนดชำระเงิน (สำหรับรายการชำระบัตรเครดิต ท่านจะต้องดำเนินการยกเลิกก่อนเวลา 9.00 น.)
บริการชำระบัตรเครดิต (Credit Card Payment)
1. บริการชำระบัตรเครดิต (Credit Card Payment) คืออะไร คือ บริการที่อำนวยความสะดวกให้ท่านสามารถชำระค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพผ่านบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ทั้งการชำระค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตของตนเองและการชำระค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตให้คนใกล้ชิด โดยท่านสามารถเลือกชำระเงินได้ทั้งแบบทันที หรือ กำหนดวันที่ชำระเงินล่วงหน้า ซึ่งสามารถกำหนดล่วงหน้าได้สูงสุดไม่เกิน 12 เดือนนับจากวันที่ทำรายการ
2. ท่านสามารถเริ่มต้นทำรายการชำระบัตรเครดิตได้อย่างไร
1) เข้าสู่เมนู "ชำระเงิน" จากนั้น เลือก "ชำระบัตรเครดิต"
2) เลือก “ผู้รับชำระ” โดย
2.1 เลือก “บัตรเครดิตตนเอง” ระบบจะแสดงหมายเลขบัตรเครดิต หรือ แสดงชื่อย่อบัตรตามที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
2.2 เลือก “บัตรเครดิตบุคคลอื่น - ธนาคารกรุงเทพ” ระบบจะแสดงหมายเลขบัตรเครดิตและชื่อเจ้าของบัตร หรือ แสดงชื่อย่อเจ้าของบัตรที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
หมายเหตุ: กรณีที่ท่านต้องการชำระค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพแทนบุคคลอื่น ซึ่งยังไม่อยู่ในรายการบัตรเครดิตบุคคลอื่นของท่าน โปรดทำการเพิ่มบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพของบุคคลอื่นไว้ในรายการบัตรเครดิตบุคคลอื่นก่อน โดยท่านสามารถคลิกเลือกเมนู “เพิ่มบัตรเครดิตบุคคลอื่น”
3) เลือก “บัญชีผู้ชำระเงิน” ระบบจะแสดงชื่อย่อบัญชี หรือเลขที่บัญชีตามด้วยยอดเงินที่ถอนได้
4) ระบุ "จำนวนเงิน" ที่ท่านต้องการชำระไปยังบัตรเครดิตใบดังกล่าว
5) ระบบจะแสดงวันที่ชำระเป็นปัจจุบัน โดยที่ท่านสามารถกำหนดวันชำระเงินล่วงหน้าได้ โดยคลิกที่ "ปฏิทิน" (ท่านสามารถกำหนดวันที่ชำระเงินล่วงหน้าได้สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน)
6) ระบุ “บันทึกช่วยจำ” หากต้องการบันทึกข้อความสั้นๆ สำหรับรายการชำระเงินดังกล่าวหรือจะไม่ระบุก็ได้
7) ในกรณีที่ท่านทำรายการชำระบัตรเครดิตบุคคลอื่น ท่านสามารถเลือก “ส่งอีเมล” และ/หรือ “ส่ง SMS” เพื่อให้ระบบดำเนินการส่งข้อความแจ้งเจ้าของบัตรเครดิต หลังจากรายการชำระบัตรเครดิตถูกดำเนินการแล้ว (ท่านสามารถระบุอีเมล และ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของเจ้าของบัตรได้จากเมนู “รายการบัตรเครดิตบุคคลอื่น”)
8) เมื่อท่านเลือก “ขั้นตอนต่อไป” ระบบจะแสดงหน้า “ตรวจสอบ” เพื่อให้ท่านตรวจสอบความถูกต้องของรายการชำระบัตรเครดิต
9) คลิก “ยืนยัน” เพื่อยืนยันการชำระบัตรเครดิต หรือคลิก “ย้อนกลับไป” หากต้องการแก้ไขหรือยกเลิกการชำระบัตรเครดิต
10) เมื่อท่านเลือก “ยืนยัน” ระบบจะดำเนินการตามคำสั่งชำระบัตรเครดิตของท่าน พร้อมแสดงสถานะการทำรายการ หากท่านต้องการพิมพ์เก็บไว้ใช้อ้างอิง ท่านสามารถคลิกที่ "พิมพ์" ที่ด้านบนขวาของหน้าจอ
หมายเหตุ: การชำระบัตรเครดิต ผู้ถือบัตรจะสามารถใช้วงเงินที่ชำระได้ทันที ยกเว้น รายการชำระระหว่างเวลา 23.00 น. - 05.00 น. ผู้ถือบัตรจะสามารถใช้วงเงินที่ชำระได้ภายใน 2 วัน นับจากวันที่ชำระ
รายการบัตรบุคคลอื่น (3rd Party BBL Card List)
1. ท่านสามารถเปลี่ยนแปลงรายการบัตรบุคคลอื่นได้อย่างไร
1) เข้าสู่เมนู “ชำระเงิน” แล้วเลือกเมนูย่อย "รายการบัตรบุคคลอื่น" จากนั้น คลิกเลือกหมายเลขบัตรที่ท่านต้องการ
2) กรอก "ชื่อย่อเจ้าของบัตร" หากท่านต้องการเปลี่ยนชื่อย่อของบัตร
3) กรอก “อีเมล แอดเดรส” และ/หรือ "หมายเลขโทรศัพท์เจ้าของบัตร" ในกรณีที่ท่านต้องการ เพิ่ม/ลบ/เปลี่ยนแปลง ข้อมูลของเจ้าของบัตรเครดิต สำหรับการส่ง อีเมล/SMS แจ้งผลการชำระเงิน/เติมเงิน ให้กับบัตรเครดิต/บัตรเงินสดธนาคารกรุงเทพของบุคคลอื่นดังกล่าว
4) คลิกปุ่ม "เปลี่ยนแปลงข้อมูลบัตรเครดิต" เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือคลิก "ย้อนกลับ ไป" เพื่อยกเลิกการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
5) เมื่อท่านคลิก "เปลี่ยนแปลงข้อมูลบัตรเครดิต" ระบบจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในรายการ บัตรเครดิตบุคคลอื่นทันที และกลับไปยังหน้า "รายการบัตรบุคคลอื่น" โดยอัตโนมัติ
2. ท่านสามารถลบหมายเลขบัตรธนาคารกรุงเทพของบุคคลอื่นออกได้อย่างไร
1) เข้าสู่เมนู “ชำระเงิน” แล้วเลือกเมนูย่อย “รายการบัตรบุคคลอื่น” จากนั้น คลิกเลือกหมายเลขบัตรเครดิตที่ท่านต้องการลบออกจากบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
2) คลิกปุ่ม "ยกเลิกบัตรเครดิตบุคคลอื่น" เพื่อทำการยกเลิกรายการบัตรเครดิตบุคคลอื่น หรือเลือก "ย้อนกลับไป" เพื่อกลับไปยังหน้า "รายการบัตรเครดิตบุคคลอื่น"
3) คลิกปุ่ม "ตกลง" เพื่อยืนยันการยกเลิกบัตรเครดิตบุคคลอื่น
4) เมื่อท่านคลิก "ตกลง" ระบบจะดำเนินการยกเลิกรายการบัตรเครดิตบุคคลอื่นทันที และกลับไปยังหน้า "รายการบัตรเครดิตบุคคลอื่น" โดยอัตโนมัติ
หมายเหตุ: ในกรณีที่ท่านยกเลิกหมายเลขบัตรเครดิตบุคคลอื่นออกจากรายการของท่าน หากมีรายการชำระเงินไปยังบัญชีบัตรเครดิตบุคคลอื่นนั้นซึ่งรอดำเนินการอยู่ ระบบจะยังคงดำเนินการรายการตามวันที่ระบุ แม้ว่าท่านจะลบบัตรเครดิตบุคคลอื่นนั้นออกไปแล้ว โดยท่านสามารถคลิกที่เมนู “รายการที่รอดำเนินการ” เพื่อดูรายการชำระเงินที่รอดำเนินการได้
บริการเพิ่มบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพบุคคลอื่น (Add 3rd Party BBL Card)
1. บริการเพิ่มบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพบุคคลอื่น (Add 3rd Party BBL Card) คืออะไร หากท่านต้องการชำระค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพแทนบุคคลใกล้ชิด บริการเพิ่มบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพบุคคลอื่น คือบริการที่ธนาคารกรุงเทพมอบความสะดวกสบายให้ท่านสามารถชำระค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพแทนบุคคลอื่นได้ทันที ด้วยขั้นตอนที่สะดวก รวดเร็วผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
เริ่มต้นทำรายการได้โดยเพิ่มบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพบุคคลอื่นไว้ใน “รายการบัตรบุคคลอื่น” หลังจากนั้น ท่านจะสามารถเริ่มทำรายการชำระเงินได้ทันที
ท่านสามารถเพิ่มบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพบุคคลอื่นได้ง่ายดาย เพียงระบุหมายเลขบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพที่ท่านต้องการชำระ และมีโทรศัพท์มือถือของท่านไว้ใกล้ตัว เพื่อใช้รับรหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP) ที่ธนาคารจะส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของท่านตามหมายเลขที่ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร สำหรับใช้ยืนยันการทำรายการเพิ่มหมายเลขบัตรเครดิตดังกล่าวเข้าสู่รายการบัตรเครดิตบุคคลอื่นของท่าน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการทำรายการของท่านเอง
นอกจากนี้ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ถือบัตร ท่านจะไม่สามารถมองเห็นข้อมูลทางบัญชี หรือ ยอดค่าใช้จ่ายของบัตรเครดิตบุคคลอื่นใบดังกล่าวผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้งได้ ดังนั้น หากท่านต้องการชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน โปรดสอบถามยอดค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตที่ต้องการชำระจากเจ้าของบัตร
2. รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP) คืออะไร รหัสผ่านครั้งเดียว คือ รหัสลับที่ธนาคารส่ง SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร เพื่อใช้ยืนยันการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การเพิ่มบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพบุคคลอื่นในบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง และการสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ เป็นต้น โดยรหัสดังกล่าวจะหมดอายุภายใน 5 นาที หลังจากระบบส่ง SMS ให้ท่าน
3. ท่านสามารถเพิ่มหมายเลขบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพของบุคคลอื่นเข้าสู่รายการบัตรเครดิตบุคคลอื่นของท่านได้อย่างไร
1) เข้าสู่เมนู "ชำระเงิน" แล้วเลือกเมนูย่อย "เพิ่มบัตรบุคคลอื่น""
2) ระบุ "หมายเลขบัตร" ของบัตรเครดิตที่ท่านต้องการเพิ่มในรายการบัตรเครดิตบุคคลอื่น ทั้งนี้ ท่านสามารถทำรายการชำระค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตของธนาคารกรุงเทพเท่านั้น
3) ท่านสามารถกำหนด "ชื่อย่อเจ้าของบัตร" เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรม และเพิ่ม "อีเมลแอดเดรส และ/หรือ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของเจ้าของบัตร" หากท่านต้องการให้ธนาคารส่งอีเมล และ/หรือ SMS ยืนยันการชำระเงินค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตให้เจ้าของบัตรทราบ หลังจากที่ดำเนินการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว
4) คลิก "ขั้นตอนต่อไป" เมื่อต้องการเพิ่มบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพบุคคลอื่น หรือเลือก "ยกเลิก" หากต้องการยกเลิก
5) เมื่อท่านคลิก "ขั้นตอนต่อไป" ระบบจะส่ง SMS รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP) ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร
6) ให้ท่านตรวจสอบความถูกต้อง และระบุ "รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP)" ที่ท่านได้รับ จากนั้น คลิก "ยืนยัน" โดยระบบจะดำเนินการเพิ่มบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพบุคคลอื่นในรายการบัตรเครดิตบุคคลอื่นของท่านทันที
7) เมื่อท่านคลิก "ยืนยัน" ระบบจะแสดงหน้าจอยืนยันการเพิ่มบัตรเครดิตบุคคลอื่น โดยท่านสามารถคลิก “ชำระบัตรเครดิตนี้ทันที” เพื่อทำรายการชำระบัตรเครดิตดังกล่าว
4. กรณีที่เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์มือถือจะต้องทำอย่างไร ในกรณีที่ท่านเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และยังไม่ได้ลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์มือถือใหม่ไว้กับธนาคาร กรุณาดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอเปลี่ยนแปลงข้อมูล ที่ http://www.bangkokbank.com/download/iBanking_amendmentform.pdf จากนั้นให้ดำเนินการสั้งพิมพ์และกรอกแบบฟอร์มดังกล่าว พร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชน/หนังสือเดินทาง และ สมุดเงินฝากสำหรับบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ หรือ สมุดเช็ค/ใบคำขอซื้อเช็คสำหรับบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน บัญชีใดบัญชีหนึ่งที่ได้ลงทะเบียนใช้กับบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ไปติดต่อธนาคารกรุงเทพสาขาที่ท่านสะดวก ธนาคารจะดำเนินการปรับปรุงข้อมูลให้ท่านภายใน 3-5 วันทำการ
หมายเหตุ
- หากท่านระบุรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ผิดติดต่อกัน 3 ครั้ง เพื่อความปลอดภัยทางบัญชีของท่าน ธนาคารจะไม่อนุญาตให้ท่านเข้าสู่บริการนี้ชั่วคราว โปรดติดต่อบัวหลวงโฟน โทร. 1333 กด 1-0-6 (ในประเทศ) หรือ 66 (0) 2645 5555 กด 1-0-6 (ต่างประเทศ) เพื่อเริ่มใช้บริการดังกล่าวอีกครั้ง
- รหัสผ่านครั้งเดียวจะหมดอายุภายใน 5 นาที หลังจากที่ระบบส่ง SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือของท่าน
เติมเงินบัตรเงินสด (Prepaid Card Top Up)
1. บัตรเงินสด (Prepaid ATM Card) คืออะไร? เป็นบัตร ATM พร้อมคุณสมบัติที่ออกแบบเพื่อเด็กยุคใหม่โดยเฉพาะ
- เป็นบัตรประจำตัวนักเรียนพร้อมรูปถ่ายบนบัตร
- ใช้บัตรยืม/คืนหนังสือ ห้องสมุดได้ *
- ใช้บัตรลงบันทึกเวลาเข้าเรียนได้ *
- ใช้บัตรชำระค่าอาหาร/ค่าสินค้าที่ Canteen และ Stationery Shop ได้ **
- เป็นบัตร ATM ธนาคารกรุงเทพ ถอนได้ไม่เกิน 500 บาทต่อครั้ง สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน
- ผู้ปกครองสามารถเติมเงินให้นักเรียน ผ่านเครื่อง ATM ธนาคารกรุงเทพ หรือผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
- ไม่ต้องมีสมุดคู่ฝาก
หมายเหตุ: *ระบบการใช้งานบัตรขึ้นอยู่กับระบบงานภายในโรงเรียน
**นักเรียนสามารถเติมเงินลงในบัตรผ่านจุดเติมเงินภายในโรงเรียน
2. ท่านสามารถเพิ่มบัตรเงินสดเพื่อทำรายการเติมเงินผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้งได้อย่างไร 1) Log on เข้าสู่บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
2) คลิกที่เมนู “ชำระเงิน”
3) เลือก “เพิ่มบัตรบุคคลอื่น” จากเมนูด้านซ้าย
3.1 ระบุหมายเลขบัตรเงินสด 16 หลัก
3.2 กำหนดชื่อย่อเจ้าของบัตร
3.3 ระบุอีเมล แอดเดรสของผู้ถือบัตร เพื่อใช้แจ้งผลการเติมเงินทางอีเมล
3.4 ระบุหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้ถือบัตร เพื่อใช้แจ้งผลการเติมเงินทาง SMS
3.5 เลือกภาษา สำหรับการส่ง SMS แจ้งผลการเติมเงิน
3.6 คลิก “ขั้นตอนต่อไป” เพื่อดำเนินการ
4) เมื่อท่านคลิก "ขั้นตอนต่อไป" ระบบจะส่ง SMS รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP) ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร
5) ให้ท่านตรวจสอบความถูกต้อง และระบุ "รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP)" ที่ท่านได้รับ จากนั้น คลิก "ยืนยัน" โดยระบบจะดำเนินการเพิ่มบัตรเงินสดดังกล่าว ในรายการบัตรบุคคลอื่นของท่านทันที
6) เมื่อท่านคลิก "ยืนยัน" ระบบจะแสดงหน้าจอยืนยันการเพิ่มบัตรเงินสดบุคคลอื่น โดยท่านสามารถคลิก “เติมเงินบัตรเงินสดนี้ทันที” เพื่อทำรายการเติมเงินให้บัตรดังกล่าว
3. ท่านสามารถการเติมเงินบัตรเงินสดได้อย่างไร (Prepaid Card Top Up) 1) Log on เข้าสู่บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
2) คลิกที่เมนู “ชำระเงิน”
3) เลือก “เติมเงินบัตรเงินสด” จากเมนูด้านซ้าย
3.1 เลือกบัตรเงินสดที่ต้องการเติมจากเมนู Drop Down
3.2 เลือกบัญชีจะใช้ในการเติมเงิน
3.3 ระบุจำนวนเงินที่ต้องการเติม
3.4 เลือกวันที่ที่ต้องการ
3.5 ระบุบันทึกช่วยจำ (ตัวเลือก)
3.6 เลือกส่ง อีเมล และ/หรือ SMS เพื่อแจ้งผลการเติมเงินไปยังผู้ถือบัตร
3.7 คลิก “ขั้นตอนต่อไป” เพื่อดำเนินการ
4) เข้าสู้หน้าจอตรวจสอบข้อมูล หากข้อมูลที่ระบุถูกต้อง ให้คลิก “ยืนยัน” เพื่อทำรายการ
5) เมื่อท่านเลือก “ยืนยัน” ระบบจะดำเนินการตามคำสั่งเติมเงินบัตรเงินสดของท่าน พร้อมแสดงสถานะการทำรายการ หากท่านต้องการพิมพ์เก็บไว้ใช้อ้างอิง ท่านสามารถคลิกที่ "พิมพ์" ที่ด้านบนขวาของหน้าจอ
ข้อมูลรายการชำระเงิน (Payment History)
1. ข้อมูลรายการชำระเงิน (Payment History) คืออะไร คือ การให้บริการตรวจสอบรายการชำระเงินที่ได้ดำเนินการแล้ว รวมถึงรายการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ โดยจะแสดงข้อมูลย้อนหลังได้ 120 วัน และท่านสามารถพิมพ์ข้อมูลรายการชำระเงินได้ โดยคลิกที่ "พิมพ์"
2. ข้อความที่ปรากฏในคอลัมน์ "สถานะ" (Status) หมายความว่าอย่างไร คือ ความหมายของข้อความที่แจ้งผลการทำรายการของท่านมีดังนี้ :
PAID, POSTED = ดำเนินรายการแล้ว
CANCELED = รายการถูกยกเลิก
REJECTED, FUNDINGREJECTED = ไม่สามารถทำรายการได้
CHECK A/C = กรุณาตรวจสอบยอดเงินในบัญชี
3. ท่านสามารถเรียงลำดับรายการของข้อมูลได้อย่างไร คลิกที่หัวเรื่องของข้อมูลที่ท่านต้องการเรียงลำดับรายการ
รายการชำระเงินที่รอดำเนินการ (Pending Payments)
1. รายการชำระเงินที่รอดำเนินการ (Pending Payments) คืออะไร คือ การให้บริการตรวจสอบรายการชำระเงินที่กำหนดวันที่มีผลการชำระเงินไว้ล่วงหน้า หรือท่านได้กำหนดรูปแบบการชำระเงินเป็นประจำทุกสัปดาห์ ทุกเดือน หรือทุก 3 เดือนไว้ และยังคงค้างรอดำเนินการอยู่ทั้งหมด
2. ท่านสามารถเรียกดูหรือยกเลิกรายการชำระเงินที่รอดำเนินการได้อย่างไร
1) จากหน้าจอ "ชำระเงิน" ให้ท่านคลิกเลือก "รายการที่รอดำเนินการ" จากเมนูด้านซ้าย
2) จากนั้นให้ท่านเลือกรายการชำระเงินที่รอดำเนินการ โดยคลิกที่หมายเลขอ้างอิงธนาคารของรายการชำระเงินที่ท่านต้องการเรียกดูหรือยกเลิก
3) ในกรณีทีท่านต้องการยกเลิกรายการรอชำระเงินดังกล่าว ให้คลิกปุ่ม "ยกเลิกรายการชำระเงินทั้งหมด" หรือกดปุ่ม "ย้อนกลับไป" เพื่อกลับสู้หน้าจอก่อนหน้า
4) จากนั้นคลิกปุ่ม "OK" อีกครั้งเพื่อยืนยันการยกเลิกรายการรอดำเนินการดังกล่าว
หมายเหตุ: การยกเลิกรายการชำระค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตที่รอดำเนินการจะต้องดำเนินการก่อนเวลา 09.00 น. ของวันที่ครบกำหนดชำระเงิน และสำหรับการยกเลิกรายการชำระค่าสินค้าและบริการที่รอดำเนินการจะต้องดำเนินการก่อนเวลา 09.30 น. ของวันที่ครบกำหนดชำระเงิน
3. ท่านสามารถเรียงลำดับรายการของข้อมูลได้อย่างไร คลิกที่หัวเรื่องของข้อมูลที่ท่านต้องการเรียงลำดับรายการ
รายชื่อบริษัทผู้รับชำระของท่าน (Personal Payee List)
รายชื่อผู้รับชำระเงิน (Personal Payee List) คืออะไร
คือ รายชื่อบริษัทผู้รับชำระทั้งหมดที่ท่านได้ดำเนินการเพิ่มรายชื่อบริษัทผู้รับชำระ จากบริษัทที่มีข้อตกลงกับธนาคารให้รับชำระผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้งไว้เป็นรายชื่อบริษัทผู้รับชำระของท่าน โดยรายชื่อเหล่านี้จะปรากฏที่ช่อง "บริษัทผู้รับชำระ" ในหน้าจอ "ชำระเงิน" นอกจากนี้ ท่านยังสามารถเปลี่ยนแปลง/ ยกเลิก ข้อมูลบริษัทผู้รับชำระได้ โดยคลิกที่ "รหัสบริษัท" ที่ท่านต้องการ
เพิ่มรายชื่อบริษัทผู้รับชำระ (Add Payee)
ท่านสามารถเพิ่มรายชื่อบริษัทผู้รับชำระ (Add Payee) ได้อย่างไร
1) คลิกที่ "เมนูลัด" แล้วคลิก "เพิ่มผู้รับชำระเงิน"
2) จากนั้นให้ท่านเลือกประเภทธุรกิจที่ท่านต้องการ หรือเลือกค้นหาจาก รหัสบริษัท/ชื่อบริษัทผู้รับชำระ
3) ขั้นตอนถัดไปให้ท่านระบุรายละเอียดต่างๆ ตามที่แสดงไว้ในใบแจ้งค่าใช้บริการของท่าน เช่น หมายเลขประจำตัวลูกค้า (เลขที่อ้างอิง 1) และกำหนดชื่อย่อของบริษัทผู้รับชำระเงินตามที่ท่านต้องการ จากนั้นคลิก "ขั้นตอนต่อไป"
4) ระบุรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) เพื่อยืนยันการทำรายการเพิ่มผู้รับชำระเงินดังกล่าวไว้ในรายชื่อผู้รับชำระเงินของท่าน
เปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัทผู้รับชำระ(Change/Delete Payee Information)
1. ท่านสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัทผู้รับชำระได้อย่างไร
1) ในหน้าจอเมนู “ชำระเงิน” ให้คลิก "รายชื่อผู้รับชำระเงิน" จากเมนูด้านซ้าย
2) จะเข้าสู่หน้าจอรายชื่อผู้รับชำระเงิน ให้เลือก "รหัสบริษัท" ที่ท่านต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
3) ในหน้าจอเปลี่ยนแปลง/ยกเลิกข้อมูลผู้รับชำระเงิน ท่านสามารถเปลี่ยน "ชื่อย่อ" ของบริษัทผู้รับชำระได้ตามที่ท่านต้องการ
4) คลิก "เปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัทผู้รับชำระหนี้" เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้รับชำระเงินดังกล่าว
2. ท่านสามารถยกเลิกข้อมูลบริษัทผู้รับชำระได้อย่างไร
1) ในหน้าจอเมนู “ชำระเงิน” ให้คลิก "รายชื่อผู้รับชำระเงิน" จากเมนูด้านซ้าย
2) จะเข้าสู่หน้าจอรายชื่อผู้รับชำระเงิน ให้เลือก "รหัสบริษัท" ที่ท่านต้องการยกเลิก
3) ในหน้าจอเปลี่ยนแปลง/ยกเลิกข้อมูลผู้รับชำระเงิน ให้ท่านคลิก “ยกเลิกบริษัทผู้รับชำระหนี้” จากนั้นกดปุ่ม “OK” เพื่อยืนยันการยกเลิกบริษัทผู้รับชำระหนี้ดังกล่าวออกจากรายชื่อผู้รับชำระเงินของท่าน
สมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Register Direct Debit)
1. บริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติคืออะไร คือ บริการหักเงินจากบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ หรือบัญชีกระแสรายวัน เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆตามรอบการชำระ โดยบริษัทผู้รับชำระจะส่งยอดเงินตามจำนวนที่ท่านต้องชำระ มาให้ธนาคารดำเนินการหักบัญชีเงินฝากตามที่ท่านได้สมัครไว้
ท่านสามารถสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติได้ด้วยตนเอง ผ่านบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง โดยใช้รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP) ซึ่งธนาคารจะส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของท่านตามหมายเลขที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร
2. รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP) คืออะไร คือ รหัสลับที่ธนาคารส่ง SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร เมื่อท่านต้องการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ การเพิ่มบัญชีบุคคลอื่นในบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง เป็นต้น โดยรหัสดังกล่าวจะหมดอายุภายใน 5 นาที หลังจากระบบส่ง SMS ให้ท่าน
3. สมัครใช้บริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติผ่านบัวหลวง ไอแบงก์กิ้งได้อย่างไร
1) ในหน้า "ชำระเงิน" เลือก "สมัครบริการหักบัญชี"
2) ค้นหาบริษัทผู้รับชำระเงินที่ท่านต้องการ โดยค้นหาได้จากการเลือก “ประเภทธุรกิจ” หรือการระบุ “เลขประจำตัวผู้เสียภาษี” แล้วกดปุ่ม “ค้นหา”
3) หน้าจอจะแสดงรายชื่อบริษัทผู้รับชำระเงิน เพื่อให้ท่านคลิกเลือกบริษัทผู้รับชำระเงินที่ท่านต้องการ แล้วกดปุ่ม “ตกลง”
4) หน้าจอจะแสดงข้อมูลบริษัทผู้รับชำระเงินที่ท่านเลือก
5) ระบุ “ชื่อ - นามสกุล” , “เลขที่อ้างอิง1” และ “เลขที่อ้างอิง2 (ถ้ามี)” ตามใบแจ้งการชำระเงิน
6) เลือก “บัญชีที่ยินยอมให้หักบัญชี” และระบุ “บันทึกช่วยจำ” (ไม่ระบุก็ได้)
7) คลิกปุ่ม "ขั้นตอนต่อไป" เมื่อต้องการสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ หรือเลือก "ยกเลิก" หากต้องการยกเลิกการสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ
8) หน้าจอจะแสดง“หนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝาก” พร้อมรายละเอียดการสมัครตามที่ท่านได้ระบุไว้ ท่านสามารถเลือก "ยืนยัน" เพื่อยืนยันการสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ หรือเลือก "ย้อนกลับไป"
หากต้องการกลับไปแก้ไขหรือยกเลิกการสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ
9) เมื่อท่านกดปุ่ม "ยืนยัน" ระบบจะส่ง SMS รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP) ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร
10) ระบุ "รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP)" ที่ท่านได้รับ แล้วกดปุ่ม "ยืนยัน"
11) ระบบจะแสดงหน้ายืนยันการสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ซึ่งท่านสามารถสั่งพิมพ์ “หนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝาก” พร้อมรายละเอียดการสมัครตามที่ท่านได้ระบุ เพื่อไว้ใช้อ้างอิงได้
4. ธนาคารจะหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติเมื่อใด ธนาคารจะดำเนินการหักบัญชีของท่าน หลังจากบริษัทผู้รับชำระตรวจสอบความถูกต้องในส่วนของ “ข้อมูลลูกค้า” ที่ท่านได้สมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติไว้กับธนาคาร และบริษัทผู้รับชำระได้จัดส่งข้อมูลการชำระเงินมายังธนาคาร โดยธนาคารจะดำเนินการหักบัญชีของท่านตามวันที่บริษัทผู้รับชำระระบุไว้ในใบแจ้งหนี้ ทั้งนี้ท่านสามารถติดต่อบริษัทผู้รับชำระเพื่อสอบถามรายละเอียดรอบบิลที่ธนาคารจะเริ่มดำเนินการหักบัญชีเงินฝากของท่าน หรือ ตรวจสอบจากข้อความในใบแจ้งหนี้ที่ท่านได้รับจากบริษัทผู้รับชำระได้เช่นกัน
5. ในการสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ในการสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติผ่านบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ธนาคารไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ จากท่าน สำหรับค่าธรรมเนียมการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติแต่ละรายการ ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้รับชำระแต่ละราย ซึ่งท่านสามารถติดต่อสอบถามอัตราค่าธรรมเนียมได้จากบริษัทผู้รับชำระโดยตรง
6. สามารถยกเลิกบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติได้อย่างไร ในการยกเลิกบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ กรุณาติดต่อบริษัทผู้รับชำระโดยตรง และไม่สามารถยกเลิกผ่านบัวหลวง ไอแบงก์กิ้งได้
7. กรณีที่เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์มือถือจะต้องทำอย่างไร ในกรณีที่ท่านเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และยังไม่ได้ลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์มือถือใหม่ไว้กับธนาคาร กรุณาดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอเปลี่ยนแปลงข้อมูล (pdf. file) ที่ http://www.bangkokbank.com/download/iBanking_amendmentform.pdf จากนั้นให้ท่านพิมพ์และกรอกแบบฟอร์ม พร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชน/หนังสือเดินทาง และ สมุดเงินฝากสำหรับบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ หรือ สมุดเช็ค/ใบคำขอซื้อเช็คสำหรับบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน บัญชีใดบัญชีหนึ่งที่ได้ลงทะเบียนใช้กับบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ไปติดต่อธนาคารกรุงเทพสาขาที่ท่านสะดวก ท่านจะสามารถใช้บริการรหัสผ่านครั้งเดียวได้ภายใน 3-5 วันทำการธนาคาร
หมายเหตุ:
- หากท่านใส่รหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ผิดติดต่อกัน 3 ครั้ง เพื่อความปลอดภัยสำหรับบัญชีของท่าน ธนาคารจะไม่อนุญาตให้ท่านเข้าสู่บริการนี้ชั่วคราว โปรดติดต่อบัวหลวงโฟน โทร. 1333 (ในประเทศ) หรือ (66) 0-2645 5555 (ต่างประเทศ) เพื่อเริ่มใช้บริการดังกล่าวอีกครั้ง
- รหัสผ่านครั้งเดียวจะหมดอายุภายใน 5 นาที หลังจากที่ระบบส่ง SMS ไปยัง โทรศัพท์มือถือของท่าน
ข้อมูลการสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Direct Debit History)
ข้อมูลการสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติคืออะไร
คือ การแสดงรายการที่ท่านได้เคยสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติผ่านบัวหลวง ไอแบงก์กิ้งเท่านั้น ซึ่งหากท่านได้ยกเลิกกับบริษัทผู้รับชำระไปแล้วรายการจะยังคงแสดงอยู่ในหน้านี้ท่านสามารถดูรายละเอียดการสมัครบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติในแต่ละรายการได้ โดยคลิกที่ชื่อบริษัทผู้รับชำระ