บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง – คำแนะนำ

บริการโอนเงิน (New Transfer)

1. บริการโอนเงิน (New Transfer) คืออะไร
    คือ การโอนเงินระหว่างบัญชีของท่าน หรือโอนเงินจากบัญชีของท่านไปยังบัญชีธนาคารกรุงเทพของบุคคลอื่น หรือโอนไปยังบัญชีธนาคารอื่น ซึ่งท่านได้ลงทะเบียนไว้กับบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ท่านสามารถเลือกโอนเงินทันที กำหนดวันที่โอนล่วงหน้า โอนทุกสัปดาห์ โอนทุกเดือน หรือโอนทุก 3 เดือนได้ตามที่ท่านต้องการ

2. ท่านสามารถโอนเงิน (Transfer) ไปบัญชีใดได้บ้าง

    1) โอนเงินระหว่างบัญชีธนาคารกรุงเทพ ท่านสามารถโอนเงินจากบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์หรือบัญชีเงินฝากกระแสรายวันไปยังบัญชีอื่นได้สองกรณี คือ

        1.1) โอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน บัญชีเงินฝากประจำ หรือบัญชีเงินฝากสินมัธยะทรัพย์ทวีของท่านเอง
        1.2) โอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน บัญชีเงินฝากประจำ หรือบัญชีเงินฝากสินมัธยะทรัพย์ทวีของบุคคลอื่นที่มีบัญชีกับธนาคารกรุงเทพ

    หมายเหตุ: บริการฝาก/โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากประจำ และบัญชีเงินฝากสินมัธยะทรัพย์ทวี ผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ให้บริการระหว่างเวลา 06:00 - 23:00 น.

    2) โอนเงินไปบัญชีธนาคารอื่น ท่านสามารถโอนเงินจากบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ หรือบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของท่านไปยังบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ หรือบัญชีเงินฝากกระแสรายวันที่ธนาคารอื่นได้ทุกธนาคาร ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อธนาคารทั้งหมดได้จากหน้า “โอนเงิน” และเลือก “เพิ่มบัญชีบุคคลอื่น”

    หมายเหตุ ก่อนที่จะทำรายการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นของท่าน ท่านจะต้องทำการเพิ่มบัญชีบุคคลอื่นไว้ในรายการบัญชีบุคคลอื่นของท่านก่อน โดยเลือกเมนู “เพิ่มบัญชีบุคคลอื่น”

3. ท่านสามารถทำรายการ โอนเงินระหว่างบัญชีธนาคารกรุงเทพ ได้อย่างไร    (กรณีบัญชีผู้รับโอนยังไม่อยู่ในรายการบัญชีบุคคลอื่นของท่าน ท่านจะต้องทำการเพิ่มบัญชีบุคคลอื่นไว้ในรายการบัญชีบุคคลอื่นของท่านก่อน โดยเลือกเมนู “เพิ่มบัญชีบุคคลอื่น”)

    1) เลือก “บัญชีผู้โอน” ระบบจะแสดงชื่อย่อบัญชี หรือเลขที่บัญชี และยอดเงินที่ถอนได้

    2) เลือก “บัญชีผู้รับโอน” โดย

        2.1) เลือก “บัญชีตนเอง” ระบบจะแสดงเลขที่บัญชี (หรือชื่อย่อบัญชีตามที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง) และจำนวนเงินในบัญชี หรือ
        2.2) เลือก “บัญชีบุคคลอื่น-ธนาคารกรุงเทพ” ระบบจะแสดงเลขที่บัญชีและชื่อเจ้าของบัญชี (หรือแสดงชื่อย่อบัญชีตามที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง) หมายเหตุ กรณีบัญชีผู้รับโอนยังไม่อยู่ในรายการบัญชีบุคคลอื่นของท่าน ท่านจะต้องทำการเพิ่มบัญชีบุคคลอื่นไว้ในรายการบัญชีบุคคลอื่นของท่านก่อน โดยเลือกเมนู “เพิ่มบัญชีบุคคลอื่น”

    3) ระบุ “จำนวนเงิน” ที่ท่านต้องการโอน

    4) เลือก “วันที่” ที่ต้องการโอนเงิน ซึ่งระบบจะแสดงวันที่ปัจจุบัน ท่านสามารถกำหนดวันโอนเงินล่วงหน้าได้ โดยคลิกเลือกจาก “ปฏิทิน” (ท่านสามารถกำหนดวันโอนเงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน 12 เดือน)

    5) เลือก “รูปแบบการโอน” โดยเลือก “โอนหนึ่งครั้ง” หรือ กรณีที่ท่านต้องการโอนเงินเป็นประจำ เลือก “โอนทุกสัปดาห์” “โอนทุกเดือน” หรือ “โอนทุก 3 เดือน” จากนั้นระบุ “จำนวนครั้งที่ต้องการโอน” สำหรับการโอนเงินเป็นประจำ ท่านจะต้องกำหนด “วันที่” โอนเงินครั้งแรกไม่เกิน 30 วันนับจากวันปัจจุบัน

    6) กรอก “ข้อความอ้างอิงรายการ” หากท่านต้องการบันทึกข้อความสั้นๆ เพื่อใช้อ้างอิงสำหรับการโอนเงินดังกล่าว โดยข้อความอ้างอิงนี้จะถูกแสดงให้กับผู้รับโอนด้วย (สำหรับกรณีที่ผู้รับโอนใช้บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง หรือบิซ ไอแบงก์กิ้ง จะสามารถเข้าดูข้อความอ้างอิงรายการโอนเงินดังกล่าวได้)

    7) เลือกแจ้งเตือนผู้รับโอน สำหรับการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่น ท่านสามารถเลือก “ส่งอีเมล” และ/หรือ “ส่ง SMS” เพื่อให้ระบบดำเนินการส่งข้อความแจ้งผู้รับโอน หลังจากการโอนเงินเข้าบัญชีผู้รับโอนเรียบร้อยแล้ว (ท่านสามารถระบุอีเมล และ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้รับโอนได้จากเมนู “รายการบัญชีบุคคลอื่น”)

    8) เมื่อท่านเลือก “ขั้นตอนต่อไป” ระบบจะแสดงหน้า “ตรวจสอบ” เพื่อให้ท่านตรวจสอบความถูกต้องของรายการโอนเงิน

    9) สำหรับการทำรายการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นครั้งแรก ท่านจะต้องระบุรหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password – OTP) ที่ท่านจะได้รับผ่าน SMS ที่ถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของท่าน เพื่อเป็นการยืนยันการทำรายการอีกครั้ง (เฉพาะการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นครั้งแรกเท่านั้น)

    10) เลือก “ยืนยัน” เพื่อยืนยันการโอนเงิน หรือเลือก “ย้อนกลับไป” หากต้องการแก้ไขการโอนเงินหรือยกเลิกการโอนเงิน

    11) เมื่อท่านเลือก “ยืนยัน” ระบบจะดำเนินการตามคำสั่งโอนเงินของท่าน โดยธนาคารจะกำหนดหมายเลขอ้างอิงธนาคารไว้ ท่านสามารถเลือก “พิมพ์” เพื่อเก็บหมายเลขดังกล่าวไว้ใช้อ้างอิงในภายหลังได้

         สำหรับการโอนเงินเป็นประจำ ระบบจะแสดงหมายเลขอ้างอิง 2 รายการ คือ
         1. หมายเลขอ้างอิงธนาคาร ใช้อ้างอิงรายการโอนเงินแต่ละครั้ง
         2. หมายเลขอ้างอิงรายการโอนเงินทั้งหมด ใช้อ้างอิงคำสั่งโอนเงินแต่ละชุด

    12) หากท่านเลือกใช้บริการ “ส่งอีเมล” และ/หรือ “ส่ง SMS” แจ้งผู้รับโอน ระบบจะส่งข้อความแจ้งไปยังอีเมล และ/หรือ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้รับเงินหลังจากที่โอนเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว

    13) หากรายการโอนเงินเป็นรายการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่น ระบบจะส่ง SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือของท่านด้วย เพื่อแจ้งสถานะการโอนเงิน

    หมายเหตุ: บริการฝาก/โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากประจำ และบัญชีเงินฝากสินมัธยะทรัพย์ทวี ผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ให้บริการระหว่างเวลา 06:00 - 23:00 น.

4. ท่านสามารถทำรายการโอนเงินไปบัญชีธนาคารอื่นได้อย่างไร
    1) เลือก “บัญชีผู้โอน” ระบบจะแสดงชื่อย่อบัญชี หรือเลขที่บัญชี และยอดเงินที่ถอนได้

    2) เลือก “บัญชีผู้รับโอน” โดยเลือก “บัญชีบุคคลอื่น-ธนาคารอื่น” ระบบจะแสดงเลขที่บัญชี และชื่อย่อธนาคาร (หรือแสดงชื่อย่อบัญชีตามที่ท่านลงทะเบียนไว้กับบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง)

    หมายเหตุ: กรณีบัญชีผู้รับโอนยังไม่อยู่ในรายการบัญชีบุคคลอื่นของท่าน ท่านจะต้องทำการเพิ่มบัญชีบุคคลอื่นไว้ในรายการบัญชีบุคคลอื่นของท่านก่อน โดยเลือกเมนู “เพิ่มบัญชีบุคคลอื่น”

    3) ระบุ “จำนวนเงิน” ที่ท่านต้องการโอน

    4) เลือก “วันที่” ที่ต้องการโอนเงิน ซึ่งระบบจะแสดงวันที่ปัจจุบัน ท่านสามารถกำหนดวันโอนเงินล่วงหน้าได้ โดยเลือก “ปฏิทิน” (ท่านสามารถกำหนดวันโอนเงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน 12 เดือน)

    5) เลือก “รูปแบบการโอน” โดยเลือก “โอนหนึ่งครั้ง” หรือกรณีที่ท่านต้องการโอนเงินเป็นประจำ เลือก “โอนทุกสัปดาห์” “โอนทุกเดือน” หรือ “โอนทุก 3 เดือน” จากนั้นระบุ “จำนวนครั้งที่ต้องการโอน” สำหรับการโอนเงินเป็นประจำ ท่านต้องกำหนด “วันที่” โอนเงินครั้งแรกไม่เกิน 30 วันนับจากวันนี้

    6) กรอก “ข้อความอ้างอิงรายการ” หากท่านต้องการบันทึกข้อความสั้นๆ เพื่อใช้อ้างอิงสำหรับการโอนเงินดังกล่าว โดยข้อความอ้างอิงนี้จะถูกแสดงให้กับผู้รับโอนด้วย (สำหรับกรณีที่ผู้รับโอนใช้บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง หรือบิซ ไอแบงก์กิ้ง จะสามารถเข้าดูข้อความอ้างอิงรายการโอนเงินดังกล่าวได้)

    7) เลือกแจ้งเตือนผู้รับโอน สำหรับการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่น ท่านสามารถเลือก “ส่งอีเมล” และ/หรือ “ส่ง SMS” เพื่อให้ระบบดำเนินการส่งข้อความแจ้งผู้รับโอน หลังจากการโอนเงินเข้าบัญชีผู้รับโอนเรียบร้อยแล้ว (ท่านสามารถระบุอีเมล และ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้รับโอนได้จากเมนู “รายการบัญชีบุคคลอื่น”)

    8) เมื่อท่านเลือก “ขั้นตอนต่อไป” ระบบจะแสดงหน้า “ตรวจสอบ” ซึ่งจะมี “ผู้ช่วยบริการโอนเงิน” (Transfer Assistant) เลือกรูปแบบบริการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารอื่นที่เหมาะสมที่สุดตามความต้องการของท่านให้โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งแนะนำรูปแบบบริการโอนเงินอื่นๆ ให้ท่านพิจารณาเป็นทางเลือกด้วย

    9) ท่านสามารถพิจารณาเลือกรูปแบบบริการโอนเงินได้จาก “วันที่เงินเข้าบัญชี”, “วันที่หักบัญชี” และ “ค่าธรรมเนียม” ของบริการโอนเงินตามที่ผู้ช่วยบริการโอนเงินจะแนะนำได้แก่ T-Express, T-Priority และ T-Basic โดยท่านสามารถอ่านรายละเอียดของรูปแบบบริการโอนเงินแต่ละแบบได้ เพียงนำเมาส์ (Mouse) ไปวางที่ “รายละเอียด”

    10) กรณีท่านต้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบบริการโอนเงิน เลือก “T-Express” หรือ “T-Priority” หรือ “T-Basic” จากนั้นเลือก “แก้ไขรายการโอนเงิน” ระบบจะแสดงรูปแบบบริการโอนเงินที่ท่านเลือก

    11) ตรวจสอบความถูกต้องของรายการโอนเงินอีกครั้ง และเลือก “ยืนยัน” เพื่อยืนยันการโอนเงิน หรือเลือก “ย้อนกลับไป” หากต้องการแก้ไขการโอนเงิน หรือยกเลิกการโอนเงิน

    หมายเหตุ: สำหรับการทำรายการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นครั้งแรก ท่านจะต้องระบุรหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password – OTP) ที่ท่านจะได้รับผ่าน SMS ที่ถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของท่าน เพื่อเป็นการยืนยันการทำรายการอีกครั้ง (เฉพาะการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นครั้งแรกเท่านั้น)

    12) เมื่อท่านเลือก “ยืนยัน” ระบบจะดำเนินการตามคำสั่งโอนเงินของท่าน โดยธนาคารจะกำหนดหมายเลขอ้างอิงไว้ (กรณี T-Express จะใช้ “หมายเลขอ้างอิงธนาคาร” กรณี T-Priority และ T-Basic จะใช้ “หมายเลขอ้างอิงรายการ”) ท่านสามารถเลือก “พิมพ์” เพื่อเก็บหมายเลขดังกล่าวไว้ใช้อ้างอิงในภายหลังได้

         สำหรับการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารอื่นเป็นประจำ ระบบจะแสดงหมายเลขอ้างอิง 2 รายการ คือ
         1. หมายเลขอ้างอิงธนาคาร ใช้อ้างอิงรายการโอนเงินแต่ละครั้ง
         2. หมายเลขอ้างอิงรายการโอนเงินทั้งหมด ใช้อ้างอิงคำสั่งโอนเงินแต่ละชุด

    13) หากท่านเลือกใช้บริการ “ส่งอีเมล” และ/หรือ “ส่ง SMS” แจ้งผู้รับโอน ระบบจะส่งข้อความแจ้งไปยังอีเมล และ/หรือ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้รับเงินหลังจากที่โอนเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้จะให้บริการส่งอีเมล และ/หรือ SMS ไปยังผู้รับโอนเฉพาะรูปแบบการโอนเงิน T-Express เท่านั้น

    14) หากรายการโอนเงินเป็นรายการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่น ระบบจะส่ง SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือของท่านด้วย เพื่อแจ้งสถานะการโอนเงิน

    หมายเหตุ ท่านสามารถเปลี่ยนบริการแจ้งสถานะการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นผ่านอีเมล์แทนบริการแจ้งสถานะการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นผ่าน SMS ได้ที่เมนู “กำหนดค่า” และเลือกเมนูย่อย “บริการแจ้งเตือน”

    สำหรับการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารอื่นผ่านบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ระบบมี “ผู้ช่วยบริการโอนเงิน” (Transfer Assistant) ที่พร้อมแนะนำ ทางเลือกบริการโอนเงินรูปแบบต่างๆ ให้แก่ท่านอย่างตรงความต้องการ และได้รับประโยชน์สูงสุด

    โดยหลังจากท่านระบุรายละเอียดการโอนเงินตามความต้องการของท่านแล้ว ผู้ช่วยบริการโอนเงินจะเลือกรูปแบบบริการโอนเงินที่เหมาะสมที่สุดให้แก่ท่านโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งแนะนำทางเลือกบริการโอนเงินอื่นๆ เพื่อให้ท่านสามารถเลือกรูปแบบบริการโอนเงินที่ให้ผู้รับโอนได้รับเงินเร็วขึ้น หรือเลือกให้ท่านเสียค่าธรรมเนียมต่ำลงได้ รูปแบบบริการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารอื่นที่ผู้ช่วยบริการโอนเงินจะแนะนำมี 3 รูปแบบ ได้แก่ T-Express, T-Priority และ T-Basic

6. การโอนเงินไปบัญชีธนาคารอื่นในรูปแบบ T-Express, T-Priority และ T-Basic แตกต่างกันอย่างไร

header-light-gray,border-black,header-center-aligned
ลักษณะ
การให้บริการ
T-Express T-Priority T-Basic
1. การหักเงินจากบัญชีและ การนำเงินเข้าบัญชี เมื่อธนาคารหักเงินจากบัญชีของท่านจะนำเงินเข้าบัญชีของผู้รับโอนในทันที ธนาคารจะนำรายการของท่านไปดำเนินการในเวลา 9.00 น.โดยจะหักเงินจากบัญชีของท่านทันที และจะนำเงินเข้าบัญชีของผู้รับโอนภายในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ธนาคารจะนำรายการของท่านไปดำเนินการในเวลา 9.00 น. โดยจะหักเงินจากบัญชีของท่านทันที และจะนำเงินเข้าบัญชีของผู้รับโอนภายในช่วงบ่ายของวันทำการถัดไป
2. ธนาคารผู้รับโอนเงิน 24 ธนาคาร ได้แก่

- ธนาคารกสิกรไทย
- ธนาคารกรุงไทย
- ธนาคารทหารไทย
- ธนาคารไทยพาณิชย์
- ธนาคารธนชาต
- ธนาคารยูโอบี
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
- ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
- ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
- ธนาคารออมสิน
- ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
- ธนาคารทิสโก้
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
- ธนาคารซิตี้แบงก์
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์
- ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)
- ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย
- ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด
- ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้
- ธนาคารซูมิโตโม มิตซุยแบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น
- ธนาคารมิซูโฮ คอร์ปอเรต
- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
- ธนาคารดอยช์แบงก์ เอจี, สาขาประเทศไทย
- ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย)
ทุกธนาคาร ยกเว้น

- ธนาคารเจพีมอร์แกนเชส
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ทุกธนาคาร
3. เวลาในการให้บริการ ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ในวันทำการของธนาคาร ในวันทำการของธนาคาร
4. จำนวนเงินสูงสุดในการโอนต่อ 1 รายการ (บาท) 500,000 บาท ต่อรายการ 500,000 บาท ต่อรายการ 500,000 บาท ต่อรายการ
5. อัตราค่าธรรมเนียมต่อ 1 รายการ (บาท) ฟรี - โอนเงินไม่เกิน 100,000 บาท อัตราค่าธรรมเนียม 20 บาท

  - โอนเงินเกิน 100,000–500,000 บาท อัตราค่าธรรมเนียม 75 บาท
- โอนเงินไม่เกิน 100,000 บาท อัตราค่าธรรมเนียม 12 บาท

  - โอนเงินเกิน 100,000–500,000 บาท อัตราค่าธรรมเนียม 40 บาท
6. มีบริการ “ส่ง SMS” ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้รับโอน มี ไม่มี ไม่มี
7. ทำรายการโอนเงินเป็นประจำ สามารถทำได้ ไม่สามารถทำได้ ไม่สามารถทำได้

7. ข้อความ SMS ที่ผู้โอนเงินจะได้รับเมื่อทำรายการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นครั้งแรก    สำหรับยืนยันการทำรายการ จะมีข้อมูลอะไรบ้าง

    1) กรณีโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นธนาคารกรุงเทพ

        ตัวอย่างข้อความ SMS ที่จะได้รับ คือ
        ผู้ส่ง Bank-BBL
        ข้อความ iBanking โอนเงินไป < หมายเลขบัญชี > <ชื่อบัญชีผู้รับโอน > OTP xxxxxxxx ณ HH:MM

    หมายเหตุ: ชื่อบัญชีผู้รับโอนที่แสดงในข้อความ SMS นั้นจะแสดงเป็นภาษาไทย ซึ่งระบบอาจจะแสดงชื่อบัญชีในข้อความ SMS ไม่ครบถ้วนได้

    2) กรณีโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นธนาคารอื่น

        ตัวอย่างข้อความ SMS ที่จะได้รับ คือ
        ผู้ส่ง Bank-BBL
        ข้อความ iBanking โอนเงินไป <ชื่อธนาคารเจ้าของบัญชี> < หมายเลขบัญชี > OTP xxxxxxxx ณ HH:MM


ข้อมูลรายการโอนเงิน (Transfer History)

1. ข้อมูลรายการโอนเงิน (Transfer History) คืออะไร
    คือ การให้บริการตรวจสอบรายการโอนเงินที่ได้ดำเนินการแล้ว รวมถึงรายการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ โดยจะแสดงข้อมูลย้อนหลังได้ 120 วัน และท่านสามารถพิมพ์ข้อมูลรายการโอนเงินได้ โดยเลือกที่ “พิมพ์”

2. ข้อความที่แสดงในคอลัมน์ “สถานะ” (Status) คืออะไร
    คือ ข้อความที่แจ้งผลการทำรายการของท่าน มีดังนี้ :
    - SUBMITTED = กำลังดำเนินรายการ
    - POSTED = ดำเนินรายการแล้ว
    - CANCELED = รายการถูกยกเลิก
    - REJECTED = ไม่สามารถทำรายการได้
    - CHECK A/C = กรุณาตรวจสอบยอดเงินในบัญชี

3. จะเรียงลำดับรายการของข้อมูลได้อย่างไร    เลือกที่หัวเรื่องของข้อมูลที่ท่านต้องการเรียงลำดับรายการ


รายการที่รอดำเนินการ (Pending Transfers)

1. รายการโอนเงินที่รอดำเนินการ (Pending Transfers) คืออะไร    คือ การให้บริการตรวจสอบรายการโอนเงินทั้งจากบัญชีสกุลเงินบาท และสกุลเงินต่างประเทศที่กำหนดการโอนเงินไว้ล่วงหน้าซึ่งยังคงค้างทั้งหมด และท่านสามารถพิมพ์ รายการโอนเงินที่รอดำเนินการได้ โดยเลือกที่ “พิมพ์”

2. จะเรียกดูรายการโอนเงินที่รอดำเนินการอย่างไร    ท่านสามารถเรียกดูรายการโอนเงินทั้งหมดที่รอดำเนินการโดยเลือก “หมายเลขอ้างอิงธนาคาร” ระบบจะแสดงหน้าจอ “บริการโอนเงิน - รายละเอียด” ซึ่งแสดงรายละเอียดของรายการโอนเงินแบบล่วงหน้าที่ท่านได้กำหนดไว้ โดยหากมีเครื่องหมาย "" แสดงอยู่หน้ารายการ แสดงว่า เป็นรายการโอนเงินเป็นประจำ

3. จะเรียงลำดับรายการของข้อมูลได้อย่างไร    เลือกที่หัวเรื่องของข้อมูลที่ท่านต้องการเรียงลำดับรายการ


การยกเลิกรายการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากสกุลเงินบาท

1. จะยกเลิกรายการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากสกุลเงินบาทได้อย่างไร
    1) เลือก “หมายเลขอ้างอิงธนาคาร” ของรายการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากสกุลเงินบาทที่รอดำเนินการที่ท่านต้องการจะยกเลิก

    2) เลือก “ยกเลิกรายการทั้งหมด” เพื่อยกเลิกรายการโอนเงินเป็นประจำที่ยังไม่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือยกเลิกรายการโอนเงินครั้งเดียวที่ยังไม่เกิดขึ้น ท่านสามารถเลือก “ย้อนกลับไป” เพื่อย้อนกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้านี้

    3) จากนั้นเลือก “OK” เพื่อยืนยันการยกเลิกรายการโอนเงิน ระบบจะแสดงหน้าจอ “ยืนยัน” การทำรายการของท่าน

    หมายเหตุ 1. หากท่านต้องการยกเลิกรายการโอนเงินเป็นประจำรายการหนึ่งรายการใด ท่านควรทำการยกเลิกรายการทั้งหมดก่อน แล้วจึงสร้างรายการโอนเงินใหม่ตามที่ท่านต้องการ
                 2. การยกเลิกรายการโอนเงินแบบกำหนดล่วงหน้าจะต้องดำเนินการก่อนเวลา 9.00 น. ของวันที่ครบกำหนดโอนเงิน


การยกเลิกรายการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

1. จะยกเลิกรายการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศอย่างไร
    1) เลือก “หมายเลขอ้างอิงธนาคาร” ของรายการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศที่รอดำเนินการที่ท่านต้องการจะยกเลิก

    2) เลือก “ยกเลิกรายการทั้งหมด” เพื่อยกเลิกรายการโอนเงินที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือเลือก “ย้อนกลับไป” เพื่อย้อนกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้านี้

    3) จากนั้นเลือก “OK” เพื่อยืนยันการยกเลิกรายการโอนเงิน ระบบจะแสดงหน้าจอ “ยืนยัน” การทำรายการของท่าน

    หมายเหตุ การยกเลิกรายการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศที่รอดำเนินการ ต้องดำเนินการก่อนเวลา 9.00 น. ของวันที่โอนเงินที่ท่านได้กำหนดไว้


รายการบัญชีบุคคลอื่น (3rd Party Account List)

1. ท่านสามารถเปลี่ยนแปลงรายการบัญชีบุคคลอื่นได้อย่างไร
    1) ในหน้า "รายการบัญชีบุคคลอื่น" เลือก "หมายเลขบัญชีบุคคลอื่น"

    2) กรอก "ชื่อย่อบัญชี" หากท่านต้องการเปลี่ยนชื่อย่อบัญชี

    3) กรอก "หมายเลขโทรศัพท์มือถือผู้รับโอน" หากท่านต้องการเปลี่ยนหมายเลข โทรศัพท์มือถือของผู้รับเงิน

    4) เลือก "เปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชี" เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือเลือก "ย้อนกลับ ไป" เพื่อยกเลิกการเปลี่ยนแปลงข้อมูลและกลับไปยังหน้า "รายการบัญชีบุคคลอื่น"

    5) เมื่อท่านคลิก "เปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชี" ระบบจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในรายการ บัญชีบุคคลอื่นทันที และกลับไปยังหน้า "รายการบัญชีบุคคลอื่น"

2. ท่านสามารถยกเลิกรายการบัญชีบุคคลอื่นได้อย่างไร
    1) ในหน้ารายการบัญชีบุคคลอื่น เลือก "หมายเลขบัญชีบุคคลอื่น"

    2) เลือก "ยกเลิกบัญชีบุคคลอื่น" เพื่อทำการยกเลิกรายการบัญชีบุคคลอื่น หรือเลือก "ย้อนกลับไป" เพื่อกลับไปยังหน้า "รายการบัญชีบุคคลอื่น"

    3) เลือก "ตกลง" เพื่อยืนยันการยกเลิกบัญชีบุคคลอื่น

    4) เมื่อท่านคลิก "ตกลง" ระบบจะดำเนินการยกเลิกรายการบัญชีบุคคลอื่นทันที และกลับไป ยังหน้า "รายการบัญชีบุคคลอื่น"


การเพิ่มบัญชีบุคคลอื่น (Add 3rd Party Account)

1. บริการเพิ่มบัญชีบุคคลอื่น (Add 3rd Party Account) คืออะไร    คือ บริการที่ช่วยให้ท่านสามารถเพิ่มบัญชีบุคคลอื่นในรายการบัญชีของท่านได้ด้วยตนเอง ผ่านบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง โดยใช้รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP) ซึ่งธนาคารจะส่ง SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร

2. รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP) คืออะไร     คือ รหัสลับที่ธนาคารส่ง SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับ ธนาคาร เมื่อท่านต้องการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น เพิ่มบัญชีบุคคลอื่นในบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง โดย รหัสดังกล่าวจะหมดอายุภายใน 5 นาที หลังจากระบบส่ง SMS ให้ท่าน

3. ท่านสามารถเพิ่มบัญชีบุคคลอื่น ได้อย่างไร
    1) ในหน้าจอ "โอนเงิน" ให้ท่านเลือก "เพิ่มบัญชีบุคคลอื่น" แล้วใส่ "หมายเลขบัญชีบุคคลอื่น" และเลือก "ธนาคาร" เจ้าของบัญชีบุคคลอื่น

    2) ท่านสามารถกำหนด "ชื่อย่อบัญชี" เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมกับบัญชีบุคคลอื่น และ เพิ่ม "อีเมลแอดเดรส และ/หรือ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้รับโอน" หากท่านต้องการให้ธนาคารส่งอีเมล และ/หรือ SMS แจ้งผู้รับเงิน หลังจากที่โอนเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว

    3) เลือก "ขั้นตอนต่อไป" เพื่อดำเนินการเพิ่มบัญชีบุคคลอื่น โดยระบบจะส่ง SMS รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP) ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร

    4) ให้ท่านตรวจสอบข้อความ SMS ที่ท่านได้รับอย่างระมัดระวัง และต้องแน่ใจว่า หมายเลขบัญชีที่แสดงใน SMS เป็นหมายเลขบัญชีเดียวกันกับหมายเลขบัญชีที่ท่านต้องการเพิ่ม หากข้อมูลถูกต้อง ให้ท่านใส่หมายเลขบัญชี และ รหัสผ่านครั้งเดียว (One Time Password - OTP) ตามที่แสดงในข้อความ SMS และเลือก "ยืนยัน" โดยระบบจะเพิ่มหมายเลขบัญชีดังกล่าวในรายการบัญชีบุคคลอื่นของท่านทันที

    5) เมื่อท่านเลือก "ยืนยัน" ระบบจะแสดงหน้าจอยืนยันการเพิ่มบัญชีบุคคลอื่น โดยท่านสามารถคลิก “โอนเงินเข้าบัญชีนี้ทันที” เพื่อทำรายการโอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าว

4. ข้อความ SMS ที่ผู้โอนเงินจะได้รับเมื่อทำการเพิ่มบัญชีบุคคลอื่น สำหรับยืนยันการทำรายการจะมีข้อมูลอะไรบ้าง
    1) กรณีเพิ่มบัญชีบุคคลอื่นธนาคารกรุงเทพ

        ตัวอย่างข้อความ SMS ที่จะได้รับ คือ
        ผู้ส่ง Bank-BBL
        ข้อความ iBanking เพิ่มบ/ช <หมายเลขบัญชี> <ชื่อบัญชีผู้รับโอน> OTP xxxxxxxx ณ HH:MM

     หมายเหตุ: ชื่อบัญชีผู้รับโอนที่แสดงในข้อความ SMS นั้นจะแสดงเป็นภาษาไทย ซึ่งระบบอาจจะแสดงชื่อบัญชีในข้อความ SMS ไม่ครบถ้วนได้

    2) กรณีเพิ่มบัญชีบุคคลอื่นธนาคารอื่น

        ตัวอย่างข้อความ SMS ที่จะได้รับ คือ
        ผู้ส่ง Bank-BBL
        ข้อความ iBanking เพิ่มบ/ช <ชื่อธนาคารเจ้าของบัญชี> <หมายเลขบัญชี> OTP xxxxxxxx ณ HH:MM

5. กรณีที่เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์มือถือจะต้องทำอย่างไร    ในกรณีที่ท่านเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และยังไม่ได้ลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์มือถือใหม่ไว้กับธนาคาร กรุณาดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอเปลี่ยนแปลงข้อมูล (pdf. file) ที่ http://www.bangkokbank.com/download/iBanking_amendmentform.pdf จากนั้นให้ท่านพิมพ์และกรอกแบบฟอร์ม พร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชน/หนังสือเดินทาง และ สมุดเงินฝากสำหรับบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ หรือ สมุดเช็ค/ใบคำขอซื้อเช็คสำหรับบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน บัญชีใดบัญชีหนึ่งที่ได้ลงทะเบียนใช้กับบริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ไปติดต่อธนาคารกรุงเทพสาขาที่ท่านสะดวก ท่านจะสามารถใช้บริการรหัสผ่านครั้งเดียวได้ภายใน 3-5 วันทำการธนาคาร

    หมายเหตุ
    - หากท่านใส่รหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ผิดติดต่อกัน 3 ครั้ง เพื่อความปลอดภัยทางบัญชี ธนาคารจะไม่อนุญาตให้ท่านเข้าสู่บริการนี้ชั่วคราว โปรดติดต่อบัวหลวงโฟน โทร. 1333 (ในประเทศ) หรือ +66 (0) 2645 5555 (ต่างประเทศ) เพื่อเริ่มใช้บริการดังกล่าวอีกครั้ง
    - รหัสผ่านครั้งเดียวจะหมดอายุภายใน 5 นาที หลังจากที่ระบบส่ง SMS ไปยัง โทรศัพท์มือถือของท่าน