โดนโกงบัตรคอนเสิร์ตทำยังไง? แนะนำวิธีซื้อบัตรคอนเสิร์ตต่อจากคนอื่นให้ปลอดภัย
ทุกวันนี้การกดซื้อบัตรคอนเสิร์ตมีการแข่งขันสูงมาก ทั้งจากแฟนเพลงที่อยากไปร่วมงานคอนเสิร์ต หรือธุรกิจรับกดบัตรที่เกิดขึ้นมากมาย การซื้อบัตรคอนเสิร์ตจึงเริ่มกลายเป็นเรื่องยาก แฟนคลับจำนวนมากซื้อบัตรจากช่องทางที่เป็นทางการไม่ทัน จนต้องหันไปซื้อบัตรคอนเสิร์ตต่อจากคนอื่น ซึ่งอาจมีราคาสูงกว่าหน้าบัตรและมีความเสี่ยงที่จะโดนโกงได้ง่าย หลายครั้งที่การโกงเกิดขึ้นจริง บทความนี้จะมาแนะนำวิธีรับมือเมื่อโดนโกงบัตรคอนเสิร์ต และวิธีการซื้อบัตรต่อจากคนอื่นให้ปลอดภัย
โดนโกงบัตรคอนเสิร์ต ทำยังไง?
- รวบรวมหลักฐาน: เก็บหลักฐานการซื้อขายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาพโปรไฟล์ของผู้ขาย โพสต์ที่ประกาศขายบัตรคอนเสิร์ต ข้อความแชทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เลขที่บัญชีธนาคารที่โอนเงินไป สลิปโอนเงิน และข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับผู้ขายให้ครบถ้วน
- แจ้งความ: ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่มีการกระทำความผิด เช่น สถานที่ที่เราโอนเงิน พร้อมหลักฐานที่รวบรวมมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย หรือแจ้งความออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://thaipoliceonline.com/ โดยต้องแจ้งความภายในระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่รู้ว่าโดนโกง
- ติดต่อธนาคาร: หากโอนเงินผ่านธนาคาร นำเอกสารแจ้งความไปติดต่อธนาคารปลายทางที่โอนเงินไปเพื่อแจ้งขออายัดบัญชี
คอยติดตามความคืบหน้าผ่านระบบออนไลน์: เมื่อแจ้งความออนไลน์แล้วจะได้รับเลขคดี หรือ Case ID จากระบบเพื่อใช้ติดตามความคืบหน้า โดยเราสามารถติดตามสถานะคดี แจ้งเรื่องใหม่ ส่งข้อมูลเพิ่มเติม แจ้งปัญหา หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ผ่านระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง
มุกที่มิจฉาชีพชอบใช้
- สร้างความน่าเชื่อถือ โดยสร้างโปรไฟล์ของตนเองให้ดูเป็นแฟนคลับ
- เร่งให้ตัดสินใจซื้อโดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น มีคนติดต่อซื้อเป็นจำนวนมาก หรือเหลือใบสุดท้าย
- อ้างว่ากดบัตรคอนเสิร์ตมาได้เกิน ต้องการขายต่อ
- อ้างว่าต้องการขายบัตรของตนเองหรือเพื่อนที่ติดธุระ ไม่สะดวกไปคอนเสิร์ตแล้ว
- อ้างว่าได้บัตรคอนเสิร์ตโซนอื่นที่ต้องการแล้ว จึงต้องการขายบัตรที่มีอยู่
- ขายบัตรคอนเสิร์ตในราคาถูกกว่าปกติ
- มักจะขอส่งมอบบัตรในรูปแบบ e-Ticket หรือ QR Code ไม่สะดวกส่งมอบบัตรหน้างาน
วิธีซื้อบัตรคอนเสิร์ตต่อจากคนอื่นให้ปลอดภัย
- ตรวจสอบผู้ขาย: มิจฉาชีพมักจะสมัครบัญชีโซเชียลมีเดียขึ้นมาใหม่เพื่อใช้หลอกขายบัตรคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ และยากต่อการตรวจสอบตัวตนที่แท้จริง แนะนำให้สังเกตวันที่สร้างบัญชีว่า สร้างขึ้นมานานแค่ไหน มีการเคลื่อนไหวอย่างอื่นหรือไม่ ดูเหมือนบัญชีหลักที่ใช้งานจริงหรือเปล่า แนะนำให้เลือกซื้อจากบัญชีผู้ใช้งานที่มีผู้ติดตามเยอะ ใช้ชื่อนามสกุลจริง หรือเป็นบัญชีหลักที่ใช้งานจริงมาเป็นระยะเวลานาน
- ตรวจสอบชื่อผู้ขายในเว็บไซต์ตรวจคนโกงออนไลน์: แนะนำเว็บไซต์ www.blacklistseller.com ที่จะระบุเลขบัญชี ชื่อ นามสกุล ของคนที่มีประวัติการโกงเอาไว้ หรือนำชื่อนามสกุลหรือเลขที่บัญชีไปตรวจสอบบนโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เช่น Facebook, X ฯลฯ
- ขอดูรูปเพิ่มเติม: ขอดูรูปถ่ายมุมต่าง ๆ ของบัตรที่จะซื้อ โดยที่แนบคำขอบางอย่าง เช่น ขอให้เขียนชื่อบัญชีโซเชียลมีเดีย เบอร์โทร หรือเลขประจำตัวประชาชนของผู้ขายใส่กระดาษ ถ่ายคู่กับบัตรคอนเสิร์ต
- นัดเจอเพื่อรับบัตร: หากเป็นไปได้ ควรนัดเจอผู้ขายเพื่อรับบัตรด้วยตัวเองและตรวจสอบความถูกต้องของบัตร
- หลีกเลี่ยงการโอนเงินล่วงหน้า: หากไม่มั่นใจในผู้ขาย ควรหลีกเลี่ยงการโอนเงินล่วงหน้า ควรนัดเจอเพื่อรับบัตรและโอนต่อหน้า
ข้อควรระวัง
- ระวังบัตรคอนเสิร์ตที่ราคาถูกเกินจริง หากราคาบัตรถูกเกินไปในขณะที่ตลาดมีความต้องการซื้อสูง อาจมีความเสี่ยงที่จะโดนโกงและไม่ได้บัตร
- ไม่ควรเร่งรีบในการซื้อบัตรคอนเสิร์ตต่อจากคนอื่นโดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบโปรไฟล์ผู้ขาย ในขณะเดียวกัน ผู้ขายที่สุจริตก็อาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบผู้ซื้อเช่นกัน ควรใช้เวลาในการคิดและตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ
การซื้อบัตรคอนเสิร์ตต่อจากคนอื่นอาจมีความเสี่ยง แต่หากเราระมัดระวังและทำตามคำแนะนำข้างต้น จะช่วยลดความเสี่ยงในการโดนโกงได้มากขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องตั้งสติ ไม่รีบตามการเร่งขายหรือการโดนกดดันให้ซื้อ ตรวจสอบผู้ขายอย่างถี่ถ้วน นัดเจอเพื่อรับบัตรและโอนเงินต่อหน้า จะได้สบายใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ อ่านกลโกงอื่น ๆ ของมิจฉาชีพเพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อได้ที่ “รวมวิธีป้องกันมิจฉาชีพ ไม่โดนหลอกโอนเงิน ป้องกันเงินหายจากบัญชี”
สุดท้าย ถ้าหาบัตรคอนเสิร์ตไม่ได้จริง ๆ ก็ไม่ต้องเสียใจ รอดูบันทึกการแสดงสด หรือ live streaming ที่บ้านแบบสบาย ๆ ไปก่อน แล้วอดใจเก็บเงินรอไว้ในบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ e-Savings ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปีรอไปสนุกในคอนเสิร์ตครั้งหน้ากัน
เตือนภัยการเงิน
รู้ทันภัยทางการเงิน ตั้งสติไว้ ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ