Deepfake คืออะไร? รู้ทันภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ และวิธีป้องกันตัว

Key takeaway

 

ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพได้ยกระดับกลโกงทางไซเบอร์ขึ้นไปอีกขั้น โดยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Deepfake มาปรับใช้เพื่อสร้างภาพวิดีโอ คลิปเสียง หรือข้อความที่เลียนแบบใบหน้าและน้ำเสียงของคนรู้จัก บุคคลที่มีชื่อเสียง ตลอดจนเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินได้อย่างแนบเนียนและสมจริง โดยยากที่จะรู้หรือจับผิดว่า ภาพวิดีโอ หรือเสียงที่เราดู ฟัง หรือแชร์ต่อ ๆ กันนั้น เป็นคนพูดจริง ๆ หรือเป็นภาพและเสียงที่สร้างจาก AI

ภัยคุกคามที่ใช้ deepfake ถูกนำมาใช้สร้างสถานการณ์เร่งด่วนเพื่อกดดันให้เหยื่อโอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นการขอเงินฉุกเฉิน หลอกลงทุน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล วันนี้จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมทำความเข้าใจว่า deepfake คืออะไร และแนวทางปฏิบัติเพื่อปกป้องเงินในบัญชีของคุณให้ปลอดภัยจากกลโกงเหล่านี้

Deepfake คืออะไร?
Deepfake คือ การนำคำว่า "Deep Learning" (การเรียนรู้เชิงลึก) มาผสมกับคำว่า "Fake" (ของปลอม) หากอธิบายให้เข้าใจง่าย deepfake คือ เทคโนโลยีการปลอมแปลงสื่อ ทั้งภาพนิ่ง วิดีโอ และเสียง โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยสร้างและดัดแปลงเนื้อหาให้มีความสมจริงในระดับสูง จนสามารถเลียนแบบได้ทั้งการขยับริมฝีปาก สีหน้า และน้ำเสียงของบุคคลต้นแบบ ทำให้ดูเหมือนว่าบุคคลนั้นกำลังพูดหรือกระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองจริง ๆ ทั้งที่เหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้น ด้วยความสมจริงดังกล่าว มิจฉาชีพจึงนำเทคโนโลยี deepfake มาใช้เป็นเครื่องมือสวมรอยเป็นบุคคลที่คุณคุ้นเคย บุคคลสาธารณะ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยอาจวิดีโอคอลหรือส่งข้อความเสียงมาพูดคุย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกลวงให้คุณโอนเงินหรือให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในที่สุด

ภัยร้ายจากกลโกง Deepfake ในปัจจุบัน
เมื่อเทคโนโลยีเข้าถึงง่ายขึ้น มิจฉาชีพจึงนำ deepfake มาใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงทางออนไลน์อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการหลอกลวงทางการเงิน รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่
 

 
วิธีสังเกตวิดีโอและเสียงที่เป็น Deepfake
การจับผิดเทคโนโลยีนี้อาจทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เราควรเรียนรู้วิธีตรวจสอบเพื่อสังเกตจุดผิดปกติเบื้องต้นได้ ดังนี้

 

header-blue,scroll
50%,50%
จุดสังเกต ลักษณะที่อาจเป็น Deepfake
การกะพริบตาและสายตา กะพริบตาน้อยหรือมากผิดปกติ หรือทิศทางการมองไม่สอดคล้องกับสิ่งที่พูด เนื่องจากการเคลื่อนไหวจริง ๆ ของดวงตายังเป็นเรื่องที่เลียนแบบได้ยาก
แสงและเงา แสงและเงาดูผิดที่ผิดทาง หรือแสงที่ตกกระทบบนใบหน้าไม่เป็นธรรมชาติ
การขยับริมฝีปาก ปากขยับไม่ตรงกับเสียงพูด คำพูดดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือรูปปากดูเบลอเมื่อพูดเร็ว ๆ
คุณภาพเสียง เสียงดูเป็นหุ่นยนต์ เสียงจังหวะการหายใจหายไป จังหวะการพูดหรือแบ่งคำที่ไม่ปกติ หรือมีเสียงแทรกแปลก ๆ

 

วิธีป้องกันตัวให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ
เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คุณสามารถปกป้องตัวเองด้วยหลักปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้

  1. ตั้งสติ พิจารณา และอย่ารีบโอนเงิน: หากมีผู้ติดต่อมาขอให้ทำธุรกรรมทางการเงินหรือขอข้อมูลส่วนตัว ให้ระลึกไว้เสมอว่าอาจเป็นการหลอกลวง
  2. จำกัดการเปิดเผยข้อมูล: ลดการโพสต์รูปภาพ วิดีโอ หรือเสียงของคุณแบบสาธารณะบนโซเชียลมีเดีย เพราะมิจฉาชีพสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในการสร้างวิดีโอปลอมได้
  3. ติดตามข่าวสารเสมอ: อัปเดตข้อมูลกลโกงใหม่ ๆ และอัปเดตเวอร์ชันแอปพลิเคชันธนาคารอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัย

 
ในโลกที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลและเร็วขึ้นทุกวัน มิจฉาชีพก็พัฒนากลโกงที่จะมาหลอกเราให้เนียนขึ้นไปพร้อม ๆ กัน การทำความเข้าใจว่า deepfake คืออะไร รวมถึงใช้สติและวิจารณญาณในการพิจารณาสถานการณ์ ทำให้เรารู้ทันและระวังตัวได้มากยิ่งขึ้น เรียนรู้กลโกงมิจฉาชีพเพิ่มเติมได้ที่บทความ รู้ทันกลโกงมิจฉาชีพ ไม่โดนหลอกโอนเงิน ป้องกันเงินหายจากบัญชี เพื่อพร้อมรับมือและรู้เท่าทันภัยออนไลน์