เตือนภัย 5 สัญญาณ "งานออนไลน์" และ "หลอกลงทุน" สุดอันตราย

Key Takeaways

 

 

หลายคนต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินที่ดีขึ้น จึงมองหารายได้เสริมผ่านงานออนไลน์ หรือหาวิธีให้เงินงอกเงยจากการลงทุน ซึ่งเป็นโอกาสให้เหล่ามิจฉาชีพใช้ความตั้งใจเหล่านี้มาสร้างเป็นกับดักหลอกเราทั้งในรูปแบบ "งานออนไลน์" ที่ทำง่ายได้เงินดี และ "การหลอกลงทุน" ที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง
เพื่อให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้ บทความนี้ได้รวบรวม 5 สัญญาณอันตรายจากกรณีที่เกิดขึ้นจริง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้คุณรู้เท่าทันและทันทีว่านี่คือ “มิจฉาชีพ”

 

สัญญาณที่ 1: งานง่าย แต่เงินดีเกินจริง
 
ลักษณะที่พบบ่อยที่สุดคือการโฆษณาจูงใจด้วยคำว่า "งานออนไลน์ ทำง่าย รายได้สูง" เช่น แค่กดไลก์สินค้า กดแชร์วิดีโอจากโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มดังอย่าง TikTok, YouTube หรือดูโฆษณาก็สามารถสร้างรายได้หลักพันบาทต่อวัน โดยมิจฉาชีพมักอ้างชื่อแบรนด์ที่น่าเชื่อถือเพื่อสร้างความไว้วางใจ
 
จุดสังเกต

 

 

ข้อชวนคิด

 

ไม่มีหน่วยงาน บริษัท หรือบุคคลใด ที่จะยอมจ่ายเงินค่าตอบแทนสูง ให้กับงานทั่วไปที่ใคร ๆ ก็ทำได้ หากเจอข้อเสนอแบบนี้ให้เอ๊ะและตั้งธงแดงในใจทันทีว่าอาจเป็นงานออนไลน์ปลอม

 
สัญญาณที่ 2: ผลตอบแทนสูง การันตีกำไร ชวนลงทุนแบบไม่มีความเสี่ยง

 

"ลงทุนน้อย กำไรมหาศาล", "การันตีผลตอบแทน 30% ต่อเดือน", "เทรดกับเรามีแต่ได้ ไม่มีเสีย" คือประโยคคลาสสิกของมิจฉาชีพสาย “หลอกลงทุน”

 

มิจฉาชีพจะชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่ดูน่าสนใจ เช่น หุ้น ทองคำ หรือสกุลเงินดิจิทัล (คริปโต) โดยอ้างว่ามีผู้เชี่ยวชาญหรือ "อาจารย์" คอยให้คำแนะนำ โดยมิจฉาชีพอาจสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการจ่ายเงินปันผลในช่วงแรก ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินลงทุนเพิ่มหลายครั้ง ในบางเคส มิจฉาชีพจะสร้างแพลตฟอร์มเทรดปลอมขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อแสดงผลกำไรตัวเลขสวยหรูให้เหยื่อต้องการโอนเงินลงทุนเพิ่ม
 
จุดสังเกต

 

ข้อชวนคิด

 

ก่อนลงทุนควรตรวจสอบเสมอว่า บริษัทหรือแพลตฟอร์มนั้น ๆ ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือไม่ ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. หรือแอปพลิเคชัน SEC Check First การลงทุนที่มีการการันตีผลตอบแทน หรือให้ผลตอบแทนสูงเกินจริงมักจะเป็นการหลอกลงทุนออนไลน์

 
สัญญาณที่ 3: "ต้องโอนเงินก่อน" ถึงจะได้งานหรือได้เงิน

 

นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของมิจฉาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้ทำงานหรือลงทุน หากมีการแจ้งให้คุณ "โอนเงินเข้าไปก่อน" เพื่อเป็นค่าสมัคร ค่าค้ำประกัน ค่าเปิดพอร์ต หรือ "สำรองจ่าย" ค่าสินค้าในภารกิจ ให้สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นกลโกงของมิจฉาชีพ

 

กลยุทธ์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความโลภและความเสียดาย ทำให้เหยื่อยอมโอนเงินเพิ่มเพราะหวังจะได้เงินก้อนเก่าคืน หรือที่เรียกว่า Sunk Cost Fallacy อคติจากต้นทุนจม

 
จุดสังเกต

 

ข้อชวนคิด

 

งานที่ดีคืองานที่ "เรา" ต้องเป็นฝ่ายได้รับเงิน หากต้องจ่ายเงินเพื่อที่จะได้เงิน ให้หยุดทันที

 

สัญญาณที่ 4: ใช้ "บัญชีบุคคลธรรมดา" ในการทำธุรกรรม

 

ไม่ว่ามิจฉาชีพจะแอบอ้างชื่อบริษัทใหญ่โตน่าเชื่อถือแค่ไหน แต่จุดตายที่มักจะพลาดคือ "บัญชีธนาคาร" ที่ใช้รับเงิน การทำธุรกรรมกับบริษัทที่ถูกกฎหมายจะต้องโอนเงินเข้า "บัญชีชื่อบริษัท" เท่านั้น หากปลายทางเป็นบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา อาจแปลได้ว่านั่นคือ "บัญชีม้า" ที่ถูกเปิดขึ้นเพื่อใช้ในการกระทำความผิด

 

ในคดีหลอกลงทุนเทรดหุ้นจำนวนมาก ตำรวจพบว่าเงินของผู้เสียหายจะถูกโอนไปยังบัญชีของบุคคลต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่แอบอ้าง บัญชีม้าเหล่านี้ทำให้การติดตามเงินคืนทำได้ยาก และเจ้าของบัญชีเองก็มีความผิดตามกฎหมายฐานฟอกเงิน

 

จุดสังเกต

 

 

ข้อชวนคิด

 

ก่อนโอนเงินทุกครั้ง ต้องตรวจสอบชื่อบัญชีให้ดี หากเป็นชื่อบุคคลธรรมดาให้ยกเลิกธุรกรรมทันที

 

สัญญาณที่ 5: สร้างตัวตนปลอมและใช้จิตวิทยากลุ่มกดดัน

 
มิจฉาชีพยุคใหม่ทำงานกันเป็นทีมอย่างแนบเนียน โดยมักจะดึงเหยื่อเข้ากลุ่มไลน์หรือโอเพนแชท ซึ่งในนั้นจะมี "หน้าม้า" ที่เป็นทีมงานของตัวเองปะปนอยู่ หน้าม้าจะคอยโพสต์สลิปโชว์รายได้ปลอม ๆ หรือเข้ามาพูดคุยกดดันในเชิงบวก เพื่อทำให้เหยื่อรู้สึกว่าคนอื่นทำได้ ได้เงินจริง และไม่อยากพลาดโอกาส
 
นอกจากนี้ ในการหลอกลงทุนออนไลน์บางเคส มิจฉาชีพมักสร้างโปรไฟล์ปลอมโดยใช้รูปคนหน้าตาดี แต่งตัวหรูหรา เข้ามาทำความรู้จักผ่านแอปหาคู่หรือโซเชียลมีเดีย แล้วใช้ความสัมพันธ์หลอกให้ลงทุน (Romance Scam)
 
จุดสังเกต

 

 

ข้อชวนคิด

 

อย่าหลงเชื่อความสำเร็จที่เห็นในกลุ่มปิด ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบุคคลหรือบริษัทผ่านช่องทางที่เป็นทางการเสมอ และหากถูกกดดัน ให้ตั้งสติและถอยออกมาตั้งหลัก จงอย่าตัดสินใจภายใต้ความกดดัน

 

การมองหารายได้เสริมหรือช่องทางการลงทุนเป็นเรื่องที่ดี แต่มิจฉาชีพก็พัฒนากลโกงจากช่องทางเหล่านี้อยู่ตลอด สิ่งสำคัญที่สุดคือการ "ตั้งสติ ตั้งข้อสงสัย และตรวจสอบ" อยู่เสมอ ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ โดยไม่มีความเสี่ยง ข้อเสนอใด ๆ ที่ฟังดูดีเกินจริง มักจะไม่ใช่เรื่องจริง และถ้าสงสัยหรือไม่แน่ใจให้ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

 

หากคุณหรือคนใกล้ชิดพบเจอกลโกงลักษณะนี้ หรือตกเป็นเหยื่อแล้ว ควรรีบติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัญชีปลายทาง และรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.com หรือโทรสายด่วน 1441 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) โดยเร็วที่สุด

 
แหล่งที่มา