ลงทุนแบบ DCA คืออะไร? ทางเลือกวิธีลงทุนสำหรับมือใหม่เริ่มต้นลงทุน
Key takeaway
- DCA (Dollar-Cost Averaging) คือกลยุทธ์การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและคนที่มีเงินทุนไม่มาก เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วย “เงินจำนวนน้อย” ผ่านกองทุนรวมบนแอปพลิเคชันของธนาคาร
- สร้าง “วินัยในการลงทุน” อย่างสม่ำเสมอ เหมือนการออมเงิน แต่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า
- ช่วย “ลดความเสี่ยง” จากความผันผวนของตลาด และ “ลดความกังวล” ในการจับจังหวะเข้าซื้อ
- หัวใจสำคัญคือ “การลงทุนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว” เพื่อให้เงินเติบโตและสร้างพอร์ตการลงทุนให้งอกเงย
เมื่อพูดถึงการลงทุน บางคนอาจรู้สึกว่าต้องใช้เงินทีละเยอะ ๆ ต้องมีความรู้มาก หรือคิดว่าการลงทุนนั้นเสี่ยงเกินไปสำหรับคนธรรมดา แต่ความจริงแล้วมีวิธีหนึ่งที่เหมาะมากกับคนที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุน ยังกังวลกับจังหวะที่จะเข้าลงทุน และไม่ได้มีเงินก้อนใหญ่ นั่นคือการลงทุนอย่างสม่ำเสมอแบบ DCA
DCA คืออะไร?
DCA ย่อมาจาก Dollar-Cost Averaging เป็นวิธีการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน โดยการนำเงินจำนวนเท่า ๆ กัน มาลงทุนในสินทรัพย์เดิมเป็นประจำ เช่น ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุนรวม หรือสินทรัพย์อื่น ๆ แบบที่ไม่ต้องกังวลว่า ราคาจะขึ้นหรือลงในแต่ละช่วงเวลา เพราะเป็นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หัวใจสำคัญจึงเป็นการเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เราศึกษามาดีแล้ว และเชื่อว่าสินทรัพย์นั้นมีโอกาสจะเติบโตในอนาคต หากสนใจวิธีการลงทุนเบื้องต้นและแนวทางเลือกสินทรัพย์เพิ่มเติม ตามไปอ่านได้ที่ ทำความเข้าใจการลงทุนแบบง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ อ่านจบแล้วเริ่มต้นลงทุนได้เลย
การลงทุนแบบ DCA มีข้อดียังไง
- ลดความกังวลเรื่องจังหวะการลงทุน: ไม่ต้องกังวลว่าจะลงทุนในวันที่ราคาสูง หากเอาเงินทั้งก้อนลงทุนในคราวเดียว เพราะเราจะทยอยลงทุนอย่างต่อเนื่อง
- ลดความเสี่ยงจากความผันผวน: ช่วงที่ราคาสินทรัพย์ถูก เราจะซื้อสินทรัพย์ได้ในปริมาณมากขึ้น ในทางกลับกัน ช่วงที่แพงก็ซื้อสินทรัพย์ได้น้อยลง แต่จะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลงในระยะยาว
- สร้างวินัยการลงทุน: การลงทุนทุกเดือนก็เหมือนการเก็บออมอย่างต่อเนื่อง เน้นความสม่ำเสมอ ช่วยให้เราไม่หลุดจาก เป้าหมายทางการเงิน ที่เราตั้งไว้
- เริ่มลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนไม่มาก: หลายกองทุนหรือแอปลงทุนในปัจจุบัน เริ่มต้นการลงทุนเพียง 500 หรือ 1,000 บาท หรือสามารถเริ่มต้นลงทุนกับบริการ DCA ผ่าน โมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ ได้เลย
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่สนับสนุนว่า DCA เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่ เช่น งานศึกษาของ Dubil (2005) ชี้ว่า DCA ช่วยลดความเสี่ยงที่จะไม่บรรลุเป้าหมายทางการเงิน (shortfall risk) ได้ดีกว่าการลงทุนแบบครั้งเดียว
ขณะที่งานวิจัยจาก Vanguard (2023) พบว่าแม้การลงทุนแบบลงเงินก้อนครั้งเดียวจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่า แต่ DCA ก็มีข้อได้เปรียบตรงที่ลดความกังวล และช่วยให้นักลงทุนไม่ตัดสินใจผิดพลาดในช่วงตลาดผันผวน
ข้อควรสังเกตของการลงทุนแบบ DCA
แน่นอนว่าไม่มีวิธีลงทุนไหนที่สมบูรณ์แบบ DCA ก็มีข้อสังเกตที่ต้องรู้ไว้ด้วย เช่น
- อาจไม่ได้ใช้โอกาสช่วงตลาดลงหนักเต็มที่: เพราะการ DCA คือลงทุนเท่ากันในเวลาเดียวกันของทุกเดือน ทำให้ในจังหวะที่ตลาดอยู่ในช่วงขาลงเราอาจไม่ได้ใช้โอกาสช้อนซื้อให้เต็มที่
- หากเลือกสินทรัพย์ผิด ทิศทางขาลงยาว ๆ ก็อาจขาดทุนได้ในระยะยาว: ต้องเลือกสินทรัพย์ที่พื้นฐานดีและมีโอกาสเติบโตในอนาคต
อยากเริ่มต้นลงทุนแบบ DCA ต้องทำยังไง
เช่น อยากเก็บเงินก้อนนี้ไว้สำหรับใช้ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือลงทุนเพื่อเกษียณ หากได้เป้าหมายแล้ว เข้าไปคำนวณเงินที่ควรเก็บลงทุนต่อเดือนได้เลยที่ Financial Calculator วางแผนออมเงินเพื่อเป้าหมาย
2. รู้จักระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้
ก่อนเริ่มลงทุน ควรทำ แบบประเมินการลงทุน ก่อน เพื่อให้รู้ว่าเรารับความเสี่ยงการลงทุนได้ระดับไหน ผลลัพธ์ที่ได้จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเราตอบตามความเสี่ยงจริงที่รับได้ ถ้ารับความผันผวนได้น้อย บางเวลาเห็นตัวเลขขาดทุน อาจเริ่มจากกองทุนเสี่ยงต่ำก่อน นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ต้องคิดและระวังเพิ่มเติม เช่น การเลือกกองทุนรวมที่เหมาะกับสไตล์ ช่วงอายุ และเป้าหมาย สำหรับมือใหม่อาจเริ่มจากกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มใหญ่ หรือกองทุนรวมที่ลงทุนในดัชนี เช่น กองทุนรวม SET หรือกองทุนผสมที่มีทั้งหุ้นและตราสารหนี้เพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งหลักสำคัญก็คือการเลือกกองทุนที่สามารถลงทุนอย่างสม่ำเสมอได้ในระยะยาวตามแผน DCA สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองทุนรวม
3. เลือกเครื่องมือ
สามารถตั้งค่าการลงทุน DCA เองได้ง่าย ๆ บนโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ หรือไปที่สาขาธนาคาร
4. ตั้งจำนวนเงินและความถี่
เช่น ลงทุนเดือนละ 1,000 บาท ทุกวันที่ 25 ของเดือน ก่อนซื้อแนะนำให้แวะอ่านหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ หรือ Fund Fact Sheet สักนิด เพื่อให้รู้ข้อมูลต่าง ๆ ของกองทุนที่ต้องการจะซื้อ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ เวลาทำการซื้อ-ขาย วันหยุดกองทุน
5. ติดตามผลเป็นระยะ ไม่ต้องเช็กทุกวัน แต่ควรหมั่นดูการลงทุนของเราเป็นระยะ เช่น ดูภาพรวมทุก 3 เดือน 6 เดือนหรือปีละครั้ง เพื่อดูว่าผลตอบแทนหรือแนวโน้มการลงทุนนั้นเป็นไปตามแผนของเราไหม เพื่อจะได้ปรับเปลี่ยนตามเป้าหมายหรือสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
เริ่มต้นลงทุนวันนี้ได้เลย ไม่ต้องรอให้พร้อม 100%
DCA คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สามารถช่วยให้เรา สร้างนิสัยการออม และวินัยในการลงทุนได้ทุกเดือน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินเยอะ เงินไม่ว่าจำนวนเท่าไร ก็สามารถเพิ่มพูนเติบโตจนกลายเป็นพอร์ตการลงทุนหลักแสนหรือหลักล้านในระยะยาวได้ แค่เริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ ที่สม่ำเสมอ แล้วให้เวลาเป็นพลังสำคัญช่วยให้เงินของเราเติบโต