รายการเพื่อนคู่คิด

สารคดีทางโทรทัศน์ที่ส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีมากว่า 27 ปี และยังคงสืบสานเจตนารมณ์
ต่อไป

เป็นเวลากว่า 27 ปีแล้วที่สารคดีสั้นทางโทรทัศน์ในชื่อ 'เพื่อนคู่คิด' ของธนาคารกรุงเทพได้มีส่วนสนับสนุนภาคธุรกิจเอสเอ็มอีให้เจริญก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของเอสเอ็มอีที่มีความ
โดดเด่นและน่าสนใจ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นได้ขยายตลาดและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ธนาคารยังมุ่งหวังให้เรื่องราวเกี่ยวกับความสำเร็จและการพัฒนาธุรกิจในเชิงนวัตกรรมที่สะท้อนผ่านสารคดีเพื่อนคู่คิดในแต่ละตอน ช่วยจุดประกายความคิดให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ นำไปประยุกต์ใช้ในกิจการของตนและพัฒนาต่อยอดเพื่อความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

ธนาคารกรุงเทพเริ่มทำการผลิตและเผยแพร่รายการเพื่อนคู่คิดในปี 2532 และดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จนเป็นที่ยอมรับจากสาธารณชนอย่างกว้างขวางในฐานะรายการโทรทัศน์ที่มีสาระประโยชน์สำหรับผู้ชมทุกกลุ่ม นอกเหนือจากผู้ประกอบการ ดังจะเห็นได้จากการได้รับรางวัลที่สำคัญเช่นรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ประเภทส่งเสริมอาชีพดีเด่นประจำปี 2540 จากชมรมส่งเสริมโทรทัศน์ มูลนิธิจำนง รังสิกุลและสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ปัจจุบัน รายการ เพื่อนคู่คิด ออกอากาศเผยแพร่เป็นประจำทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เวลา 10.05 น. 

รายการเพื่อนคู่คิดเป็นหนึ่งในหลากหลายโครงการและกิจกรรมที่ธนาคารกรุงเทพดำเนินการภายใต้นโยบายที่มุ่งสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจไทย ให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ส่งผลต่อเนื่องให้เศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็งและยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง โดยดำเนินการสอดประสานไปกับโครงการอื่นๆ ของธนาคาร เช่น โครงการเกษตรก้าวหน้า โครงการบัวหลวงกรีน เป็นต้น

ด้วยเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในการพัฒนาตนเองให้สามารถแข่งขันและยืนหยัดอยู่ได้ในระบบเศรษฐกิจไร้พรมแดน ธนาคารกรุงเทพยังคงจัดทำรายการเพื่อนคู่คิด เพื่อนำเสนอสาระประโยชน์แก่ผู้สนใจต่อไป พร้อมทั้งพัฒนาเนื้อหาและรูปแบบรายการให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา

ตอน

                   
เครื่องประดับจากผ้าย้อมคราม ความ ‘ต่าง’ ที่ยังคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น (อีหล้า จ.สกลนคร)

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560

สร้างสรรค์วัสดุธรรมชาติบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ
(FORREST)

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560

จากสิ่งที่ไร้ค่า สู่สินค้าเด่นของสกลนคร
( “ก็ฝ้าย” จ.สกลนคร)

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560

กระเป๋าแบรนด์ไทย คุณภาพระดับสากล
(AISLINBAG)

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560

แปรรูป “มะเม่า” จากพืชพื้นบ้าน สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อผู้รักสุขภาพ (ช้างพลังสอง จ.สกลนคร)

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560

ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากถ่านยูคาลิปตัส (เด็กเอาถ่าน)

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560

ฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศ สู่อุตสาหกรรมความงาม (snail8)

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560

ต่อยอดงานวิจัยหอยทากไทย สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม (snail8)

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560

 

เดือนกุมภาพันธ์ 2560

ตอน: เครื่องประดับจากผ้าย้อมคราม ความ ‘ต่าง’ ที่ยังคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น (อีหล้า
จ.สกลนคร)     
 
    

                    

จ.สกลนคร เป็นแหล่งที่มีชื่อเสียงเรื่อง "ผ้าย้อมคราม" มาอย่างยาวนาน และด้วยเสน่ห์ของเส้นใยและสีสัน
จากธรรมชาตินี้เอง ทำให้ คุณอัชฌา สมพงษ์ คิดต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าที่ดูทันสมัย
แต่ยังคงเสน่ห์ความงามของผ้าย้อมครามเอาไว้ได้อย่างลงตัว คุณอัชฌา ได้พัฒนาสินค้าร่วมกับกลุ่ม
ชาวบ้านดอนกลอย จ.สกลนคร ที่สืบทอดภูมิปัญญาการทำผ้าย้อมครามมายาวนาน โดยได้ออกแบบ
ลวดลายของผ้าครามให้กลุ่มชาวบ้านเป็นผู้ผลิต จากนั้นจึงนำมาสร้างสรรค์ผลงานกระเป๋า จนมีเศษผ้าเหลือ
มาทำเครื่องประดับรูปแบบต่างๆ โดยเน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติ เน้นการเลือกลวดลายผ้าให้
เหมาะกับชิ้นงานขนาดเล็ก และเลือกจับคู่สีให้เข้ากัน และยังนำเศษด้ายที่เหลือจากกระบวนการทอมา
ออกแบบเป็นต่างหู กำไล และสร้อยคอ อีกด้วย ส่วนการทำตลาดและประชาสัมพันธ์แบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก
คุณอัชฌาได้ออกงานแสดงสินค้าต่างๆ ของภาครัฐ โดยกลุ่มลูกค้าก็จะมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ให้ความสนใจผลงาน ฝากขายที่ร้านใน จ.สกลนคร และวางจำหน่ายที่ TCDC ด้วย

ตอน: สร้างสรรค์วัสดุธรรมชาติบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ (FORREST)     

                    

สำหรับคนที่ชื่นชอบนาฬิกา  เพื่อนคู่คิดมีอีกหนึ่งไอเดียการสร้างสรรค์หน้าปัดนาฬิกาข้อมือจากวัสดุ
ธรรมชาติมาฝากกัน ซึ่งนอกจากจะมีไอเดียไม่ซ้ำใครแล้ว ยังมีคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ชั้นนำอีกด้วย
ปัจจุบันคนไทยมีนาฬิกาข้อมือเฉลี่ยคนละ 3-5 เรือน โดยนาฬิกากลุ่มแฟชั่นมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่
ประมาณ 30% คุณจุฑามาศ ภัคกิตติรัฐ จึงพยายามสร้างจุดเด่นให้แบรนด์ด้วยการนำวัสดุจากธรรมชาติ อย่าง ‘มอส’ มาตกแต่งบนหน้าปัดนาฬิกา โดยเธอได้พัฒนานวัตกรรมที่ทำให้วัสดุเหล่านี้ไม่เหี่ยวเฉาไป
ตามกาลเวลา ซึ่งก็ได้จดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้ว สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้คนที่ชื่นชอบนาฬิกา
นอกจากมอสแล้ว ยังมี ไม้และหิน ที่คัดสรรเฉพาะไม้ลวดลายสวยงามแปลกตาและหินหายาก เช่น
หินซิลเวอร์ มาไว้บนหน้าปัดนาฬิกาอีกด้วย กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแบรนด์ FORREST คือคนที่ชื่นชอบ
งานไอเดีย ดีไซน์แปลกใหม่ สวยงามและเหมาะกับการใช้งาน ตอบโจทย์ได้ทั้งด้านแฟชั่นและฟังก์ชั่น
เข้าถึงลูกค้าผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก ทั้งเฟซบุ๊ก ไอจี สื่อสารผ่านภาพถ่ายดีไซน์เก๋ และออกงานแสดง
สินค้าเป็นประจำ ตอนนี้ได้รับความสนใจทั้งจากลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติอย่างมาก


ตอน: พัฒนาผ้าย้อมจากมูลควาย สู่สินค้าสร้างรายได้ที่มีเอกลักษณ์ ( “ก็ฝ้าย”
จ.สกลนคร)      
 
    

                    

บ้านนาเชือก อ.พังโคน จ.สกลนคร เป็นหมู่บ้านที่นำ “มูลควาย” มาใช้เป็นวัตถุดิบในการย้อมผ้า และต่อยอดพัฒนาสู่สินค้าจากผ้าย้อมมูลควายหลากหลายประเภท จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งสินค้าขึ้นชื่อของ จ.สกลนคร โดยกระบวนการผลิตผ้าย้อมมูลควาย คือ นำมูลควายที่ยังสด เปียก มาหมัก 1-2 วัน จากนั้น กรองน้ำมาต้ม และนำเส้นใยที่เตรียมไว้ไปย้อม จากนั้นซักล้างให้สะอาด และนำมาต้มอีกครั้งด้วยสมุนไพร อาทิ ตะไคร้ ใบมะกรูด เพื่อดับกลิ่น เอามาผึ่งแดดทิ้งไว้ และนำไปทอเป็นผืนผ้า ก่อนจะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หมอน เบาะรองนั่ง เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาสินค้าจากผ้าย้อมมูลควายได้รับการตอบรับอย่างดี โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะบอกว่าชอบที่ย้อมสีจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี สำหรับช่องทางการจำหน่ายคือ การออกงานแสดงสินค้าต่างๆ ตลอดทั้งปี

ตอน: กระเป๋าแบรนด์ไทย คุณภาพระดับสากล (AISLINBAG)        

                    

ด้วยความที่ คุณเศาวริน อนันต์ศิริวัฒนา คลุกคลีอยู่ในครอบครัวที่มีประสบการณ์ผลิตกระเป๋าระดับไฮเอนด์เพื่อการส่งออกมานาน ทำให้มีข้อได้เปรียบ ทั้งโรงงานผลิตในระดับมาตรฐานสากล มีช่างฝีมือดี และยังมีคอนเนคชั่น ต่างๆ เช่น มีแหล่งผู้ผลิตวัสดุคุณภาพชั้นดี ที่สามารถซื้อปลีกในราคาขายส่งได้ ทำให้สามารถนำมาผลิตกระเป๋าในราคาต้นทุนที่ไม่สูงมาก จึงสามารถตั้งราคาขายที่ไม่แพง แต่คุณภาพสินค้าสามารถเทียบเท่ากับแบรนด์นอกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ด้านการออกแบบ คุณเศาวรินจะคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวันได้จริง มีช่องใส่ของเยอะ น้ำหนักเบา และมีให้เลือกหลายแบบตามความต้องการของลูกค้า ปัจจุบันกระเป๋าแบรนด์ AISLINBAGจำหน่ายผ่านทางออนไลน์เพียงช่องทางเดียว และตอนนี้ยังมีตัวแทนจำหน่ายที่เมียนมาอีกด้วย

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณเศาวริน อนันต์ศิริวัฒนา (เกียว) เลขที่ 264/25 ซอยจันทน์ 53 ถนนจันทน์ แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120
    อีเมล: aislinbag@hotmail.com Facebook: https://www.facebook.com/aislinbag/ IG: aislinbag
    ดูรายการย้อนหลัง: https://www.youtube.com/watch?v=Z8nvj8s4ylM

ตอน: แปรรูป “มะเม่า” จากพืชพื้นบ้าน สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อผู้รักสุขภาพ (ช้างพลังสอง/จ.สกลนคร)        

                    

หมากเม่า หรือ มะเม่า เป็นผลไม้พื้นบ้านของภาคอีสาน ที่พบมากบนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร โดยมี
งานวิจัยบ่งชี้ว่าเป็นพืชที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ คุณประรส  วิศรียา จึงได้เข้าขอรับคำปรึกษา
จากทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร เพื่อให้ช่วยคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์ จน
ค้นพบวิธีการในการนำเม็ดแมงลักมาผ่านกระบวนการสกัดด้วยวิธีชีวภาพ จนได้เป็นวุ้นธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นใยอาหาร และนำมาผสมกับเครื่องดื่มเม่าในรูปแบบของ Gel Drink เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับ
ทั้งคุณค่าของเม่าและได้กากใยอาหารจากเจลเม็ดแมงลัก โดยเธอได้วางตำแหน่งสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์
เพื่อสุขภาพ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณประรส  วิศรียา เลขที่ 3 ม.8 บ้านโนนหัวช้าง ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร 47180
    โทร: 095-662-7948
    ดูรายการย้อนหลัง: https://www.youtube.com/watch?v=niiRiLvwU0k

ตอน: ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากถ่านยูคาลิปตัส (เด็กเอาถ่าน)          

                    

คุณสุชญา นพรัตน์ ได้นำองค์ความรู้จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ที่พบว่า
ถ่านชาร์โคลยูคาลิปตัส มีโครงสร้างที่มีรูพรุนเรียงตัวเป็นจำนวนมาก ทำให้มีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษ
และสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ดี อีกทั้งต้นยูคาลิปตัสยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีสรรพคุณช่วยรักษาอาการทาง
ผิวหนัง เธอจึงได้นำถ่านชาร์โคลยูคาลิปตัส มาผลิตเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามประเภทต่างๆ เช่น
สบู่ ผงพอกหน้า แชมพู ครีมนวดผม หมอน ถุงดับกลิ่น เป็นต้น ซึ่งก็ได้รับการรับรองมาตรฐาน อย.
เรียบร้อยแล้ว


ตอน: ฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศ สู่อุตสาหกรรมความงาม (snail8)          

                    

ปัจจุบันเครื่องสำอางหลากหลายแบรนด์ นิยมนำเมือกของหอยทากมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ และในประเทศไทยก็มีฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยทากสายพันธุ์ไทย ที่มีวิธีการเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่มีคุณภาพ และช่วยลดการนำเข้าได้เป็นอย่างดี ฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศ มีพื้นที่ 10 ไร่ มีการเพาะเลี้ยงหอยทากสายพันธุ์ไทย อย่างหอยทากนวล ซึ่งจากการวิจัยพัฒนาหอยทากไทยพบว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุด เนื่องจากเมือกของหอยชนิดนี้มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีประโยชน์ด้านการบำรุงผิวพรรณในปริมาณที่มากกว่าหอยทากชนิดอื่น โดยในการเลี้ยงจะต้องควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้นให้ใกล้เคียงถิ่นอาศัยในธรรมชาติ อีกทั้งยังมีการให้อาหารสูตรเฉพาะ เพื่อให้ได้เมือกหอยทากคุณภาพดี ที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านเครื่องสำอางต่อไป สำหรับกระบวนการเก็บน้ำเมือกหอยทากไปรีดนั้น ต้องอาศัยผู้ชำนาญในการสัมผัสส่วนแมนเทิล (mantle) ซึ่งอยู่ใต้เปลือกอย่างเบามือเพื่อให้หอยทากหลั่งเมือกออกมา ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นส่วนที่ให้เมือกคุณภาพดีที่สุด

  • ผู้แทนธุรกิจ: ศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์  ปัญหา บริษัท สยามสเนล จำกัด เลขที่ 942/119 อาคารชาญอิสระทาวเวอร์ 1 ชั้น 4 ถนนพระราม 4 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
    โทร: 080-579-8888, (66) 0-2632-8958,  (66) 0-2632-8448 อีเมล: siamsnail@gmail.com 
    Facebook: https://www.facebook.com/snail8/?ref=br_rs เว็บไซต์: www.snail8.com/

 ตอน: ต่อยอดงานวิจัยหอยทากไทย สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม (snail8)            

                    

จากผลการวิจัยของศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี ทัศนาขจร และคณะ พบว่าหอยทากไทยมีสารที่ต้านเชื้อโรคในเขตร้อนได้ดี อีกทั้งยังมีสารออกฤทธิ์ในการดูแลผิวสูงกว่าเมือกหอยทากสายพันธุ์ต่างประเทศถึง 30 เท่า จึงได้นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความงามด้านผิวพรรณ ซึ่งได้รับรางวัลการันตีจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมหลักจากเมือกหอยทากสายพันธุ์ไทยจะมีคุณสมบัติเด่นด้านการบำรุงผิว กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ช่วยลดเลือนริ้วรอย ขจัดผิวที่หมองคล้ำ และลดการอักเสบของผิวหน้า ซึ่งแบรนด์ snail8 เป็นเจ้าเดียวที่ใช้หอยทากจากเขตร้อนมาผลิตเครื่องสำอาง ขณะทั่วโลกที่ขายกันส่วนใหญ่เป็นหอยทากจากเขตหนาว ซึ่งข้อดีของหอยทากเขตร้อนคือ เป็นหอยที่ต้องเผชิญแสงแดด รังสี UV เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ดี จึงมีเมือกที่มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยปกป้องผิวได้ดีกว่าหอยทากเขตหนาว และด้วยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากงานวิจัย มีรางวัลรับรองจากการประกวดนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์จากเวทีระดับนานาชาติ จึงเป็นเครื่องมือในการรับรองคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากลได้เป็นอย่างดี ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว และผู้บริโภคให้ความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันทำตลาดทางออนไลน์ มีวางจำหน่ายในร้านค้าชั้นนำ และคลินิกความงาม อีกทั้งกำลังเริ่มทำตลาดกับจีน และมีผู้ที่สนใจขอเป็นตัวแทนจำหน่ายในตลาดยุโรปและอาเซียน ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาธุรกิจ

  • ผู้แทนธุรกิจ: ศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี ทัศนาขจร บริษัท สยามสเนล จำกัด เลขที่ 942/119 อาคารชาญอิสระทาวเวอร์ 1 ชั้น 4 ถนนพระราม 4 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
    โทร: 080-5798888, (66) 02-632-8958, (66) 0-2632-8448 อีเมล: siamsnail@gmail.com Facebook: https://www.facebook.com/snail8/?ref=br_rs เว็บไซต์: www.snail8.com/

เดือนมกราคม 2560

ตอน: พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นบ้าน เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ (เฮือน ณ ใจ๋/เชียงใหม่)          
 
     

                    

ตั้งแต่เด็ก คุณนฤทัย ไชยรัตน์ คลุกคลีกับการทำงานของคุณแม่ที่ทำผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากห้อมและ
ครามมาตลอด เมื่อเรียนจบเธอจึงมาช่วยธุรกิจของคุณแม่ แต่ด้วยเป็นคนรุ่นใหม่ จึงมีแนวคิดที่จะขยายตลาดสินค้าประเภทผ้าฝ้ายย้อมครามเพื่อให้เข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่มากขึ้น เธอจึงเริ่มนำผ้าพื้นเมือง
มาออกแบบและตัดเย็บให้ดูทันสมัยขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นธรรมชาติ และเอกลักษณ์ในงานผ้าทอของ
ล้านนา รวมถึงขั้นตอนในการทำมือไว้เช่นเดิม แต่พยายามลดความยุ่งยากในกระบวนการทำมือให้น้อยลง
เพื่อให้สามารถทำซ้ำได้ ซึ่งก็จะช่วยให้ราคาสินค้าถูกลง และเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ง่ายมากขึ้น โดยคุณ
นฤทัย ได้ศึกษากระแสนิยมของแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ เพื่อให้ทันต่อการพัฒนารูปแบบสินค้า และเน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์จากผ้าทอย้อมสีธรรมชาติกันมากขึ้น ปัจจุบัน
แฟชั่นจากผ้าทอย้อมสีธรรมชาติของ ‘เฮือน ณ ใจ๋’ ได้รับผลตอบรับที่ดี มีกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นคนไทยและ
คนญี่ปุ่นให้ความสนใจ ซึ่งช่องทางจำหน่ายนอกจากมีหน้าร้านที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่แล้ว ยังจำหน่าย
ผ่านทางออนไลน์ และออกร้านตามงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่นต่างๆ ด้วย

ตอน: สร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ ด้วยผลิตภัณฑ์พิมพ์ลายสไตล์สีน้ำ (Janfive Studio)    

                    

หลังจากเรียนจบด้านงานออกแบบ คุณเฟื่องลดา จี้อุ่น ได้ไปทำงานหาประสบการณ์ในบริษัทสิ่งทอหลายๆ ที่ โดยทำหน้าที่เป็นดีไซเนอร์ และในระหว่างนั้นเอง เธอได้ทดลองวาดภาพสีน้ำ โดยเน้นโทนสีคราม-ขาว
ซึ่งมาจากความชอบของตัวเอง และได้ทดลองนำไปผลิตเป็นผ้าพันคอ กระเป๋า หน้าปกสมุดจดบันทึก
โดยใช้วิธีการพิมพ์ลายสไตล์สีน้ำ และจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดี จึงขยายมาสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ และลาออกจากอาชีพประจำมาทำเป็นธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบสไตล์ภาพเขียนสีน้ำของ
คุณเฟื่องลดา จะมีความคล้ายคลึงกับลวดลายบนเซรามิก ซึ่งการเลือกใช้โทนสีคราม สีขาว และสีโทนเย็น
ก็เพื่อสร้างเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัวให้กับแบรนด์ ซึ่งในขั้นตอนของการทำงาน จะเริ่มจากการออกแบบลวดลายและระบายด้วยสีน้ำ จากนั้นจึงนำลวดลายที่ได้มาพิมพ์ลงบนผ้าแคนวาส หรือผ้าคอตตอน
แล้วนำมาออกแบบตัดเย็บให้เป็นสินค้าประเภทต่างๆ โดยเน้นกลุ่มของใช้ในชีวิตประจำวัน การทำตลาด
เน้นออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เพราะวางกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์เป็นชาวต่างชาติ โดยคุณ
เฟื่องลดาได้เข้าร่วมโครงการกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ได้มีโอกาสไปโรดโชว์ที่ตลาด
ต่างประเทศ อีกทั้งยังได้จำหน่ายผ่านเว็บไซต์ต่างชาติที่จำหน่ายสินค้าแฮนด์เมด ทำให้มีออเดอร์เข้ามาเรื่อยๆ ทั้งจากไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ขณะที่ตลาดในประเทศไทย ได้ฝากวางจำหน่ายที่
ร้านค้าในโครงการ The Jam Factory และเว็บไซต์ของ King Power


ตอน: เฉาก๊วยไร้แป้งสีแปลกใหม่ แนวคิดต่อยอดธุรกิจที่แตกต่าง  (เด่นเฉาก๊วย จ.อุดรธานี)
              
 
      
                    

เฉาก๊วย เป็นหนึ่งในธุรกิจขนมที่มีคู่แข่งจำนวนมาก คุณเบญจวรรณ อุตรชัย จึงพยายามหาจุดเด่นและ
ความแตกต่างให้กับสินค้าของตนเอง จนนำมาสู่เฉาก๊วยไร้แป้งรสนมชีสและรสชาเขียว ซึ่งผลิตจากหญ้า
เฉาก๊วยแท้ 100% และยังใช้หญ้าหวานแทนความหวานจากน้ำตาลทราย เพื่อให้เฉาก๊วยมีรสชาติ
กลมกล่อม สามารถนำไปทำเป็น Topping ในเมนูของหวานประเภทต่างๆ ได้ และทำให้ผู้ป่วยเบาหวาน
ก็สามารถรับประทานได้ด้วย ในกระบวนการผลิตต้องนำหญ้าเฉาก๊วยมาล้าง ต้ม เคี่ยว เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า
8 ชั่วโมง เพื่อให้ได้น้ำยางเฉาก๊วย 100 % จากนั้นจึงนำมาผสมกับนมผงและชีส ในกรณีที่เป็นเฉาก๊วย
สีขาว และผสมกับผงชาเขียว ในกรณีที่เป็นสีเขียว แล้วจึงนำไปแช่แข็ง ตัดเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า โดยประโยชน์ของเฉาก๊วยนั้น แก้ร้อนใน ดับกระหาย ลดความดัน บำรุงหัวใจ ปัจจุบัน เฉาก๊วยของคุณ
เบญจวรรณมีหน้าร้านอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดอุดรธานี นอกจากนี้ ยังมีหน้าร้านในกรุงพนมเปญ
ประเทศกัมพูชา และมีตัวแทนจำหน่ายในลาวอีกด้วย

ตอน: กระถางต้นไม้ดีไซน์ใหม่ ปรับรูปแบบให้เหมาะกับงานตกแต่ง (wunderkammer)   

                    

จุดเด่นของกระถางต้นไม้แบรนด์ wunderkammer ของคุณวาสิทธิ์ จินดาพร อยู่ที่การออกแบบรูปทรงที่
แปลกตา และยังนำวัสดุหลายประเภท อาทิ ไม้ และเหล็ก มาตกแต่งร่วมกันกับงานเซรามิกได้อย่างลงตัว
ทำให้ชิ้นงานมีความแปลกใหม่ เป็นที่ถูกใจของผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะ และรักในงานตกแต่งที่ไม่ซ้ำ
แบบใคร นอกจากนี้ยังเพิ่มลูกเล่นต่างๆ เพื่อให้น่าสนใจมากขึ้น เช่น กระถางที่เชื่อมต่อกันสามใบใน 1 ชุด
โดยเมื่อรดน้ำต้นไม้แล้ว น้ำจากกระถางชั้นบนจะไหลลงมายังกระถางใบกลางและใบล่างด้วย ซึ่งเหมาะ
กับคนที่ต้องการปลูกต้นไม้ในกระถางขนาดเล็กหลายๆ กระถางแต่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด ที่ผ่านมา
คุณวาสิทธิ์ ทำตลาดโดยการออกงานแสดงสินค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น งานสำหรับผู้ที่รักการ
ตกแต่งบ้าน และพยายามอัพเดตผลงานผ่านทางเฟสบุ๊ก และอินสตาแกรมอยู่สม่ำเสมอ ส่วนช่องทาง
การจำหน่ายในปัจจุบัน นอกจากออนไลน์ ก็เริ่มมีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ในกรุงเทพฯ แล้ว

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณวาสิทธิ์ จินดาพร เลขที่ 90/9 หมู่บ้านเดอะวิลล่า ซอยท่าอิฐ ตำบลท่าอิฐ อำเภอ
    ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
    โทร: 085-810-5242 , 093-624-6552 อีเมล: wasit_c@hotmail.com Facebook: https://www.facebook.com/wunderkammer.studio/ IG: wkm.studio
    ดูรายการย้อนหลัง: https://www.youtube.com/watch?v=XVS1Jo32ngY 

ตอน: แซ่บแบบรักสุขภาพด้วยผงปรุงรสจากธรรมชาติ  (ผักหอม จ.สกลนคร)                   

                    

จากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวอีสานที่ได้นำพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านมาปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ มาวันนี้
ชุมชนบ้านยางโล้น อ.ภูพาน จ.สกลนคร ได้คิดพัฒนาต่อยอดนำพืชผักพื้นบ้านหลายชนิดมาแปรรูปเป็น
“ผงผักปรุงรสสำเร็จรูป” ที่ดีต่อสุขภาพ แต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติแซ่บๆ แบบต้นตำรับของอาหารอีสาน ผงผัก
ปรุงรสสำเร็จรูปแบรนด์ผักหอม ต่อยอดมาจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
วิทยาเขตสกลนคร โดยการนำผักพื้นบ้านที่ให้รสชาติแตกต่างกัน เช่น รสหวาน มัน เปรี้ยว เผ็ด มาบด
และผสมกันอย่างลงตัว เพื่อนำไปเป็นเครื่องปรุงที่จะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้มีความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
โดยมีส่วนประกอบจากพืชผักพื้นบ้านที่ปลูกในชุมชน แบบปลอดสารเคมี จำนวน 13 ชนิด ซึ่งผักทุกชนิด
ล้วนมีสรรพคุณทางยาและดีต่อสุขภาพ โดยกระบวนการผลิตได้รับมาตรฐาน GMP มาตรฐานฮาลาล
และผลิตภัณฑ์ก็ได้จดทะเบียน อย.เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันผงผักปรุงรสสำเร็จรูป ‘ผักหอม’ มีสองสูตร คือ
สูตรต้นตำรับ และสูตรเจ ผู้บริโภคสามารถนำไปเพิ่มรสชาติอาหารได้ทั้งเมนูอาหารคาวและเมนูของว่าง
ประเภทต่างๆ เช่น ข้าวเกรียบ มันฝรั่ง เป็นต้น ช่องทางการจำหน่ายเน้นทางออนไลน์เป็นหลัก และมี
ออกงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรปีละประมาณ 2-3 ครั้ง

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณเนตรชนก มุศิริ 60/4 หมู่ 3 บ้านยางโล้น ต.โคกภู อ.ภูพาน จ.สกลนคร 47180
    โทร: 081-051-9521 อีเมล: nuanmani.musiri@gmail.com Facebook:  https://www.facebook.com/ผงนัวยางโล้น- 594333990628370

ตอน: กระเป๋าดีไซน์หรูแบรนด์ไทย แฟชั่นโดนใจระดับสากล (NASHA MEKRAKSAVANICH)     

                    

เอกลักษณ์ของกระเป๋าแบรนด์ MEKRAKSAVANICH ภายใต้การสร้างสรรค์และออกแบบโดย คุณณัชชา
เมฆรักษาวนิช คือ การนำรูปทรงเรขาคณิตมาเป็นจุดตั้งต้นของรูปทรงกระเป๋า และนำวัสดุหลากหลาย
ประเภทมาผสมผสานกันเพื่อทำให้กระเป๋ามีความแปลกใหม่และโดดเด่น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่อง
ราวของงานศิลปะที่เธอสนใจในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งหลังจากเปิดตัวในงาน Paris Fashion Week ในปี 2013
ผลงานของเธอก็ได้รับการยอมรับจากวงการแฟชั่นระดับนานาชาติเรื่อยมาจนปัจจุบัน กระเป๋าแบรนด์  MEKRAKSAVANICH มีวางจำหน่ายอยู่ 30 กว่าประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย
ขณะที่ประเทศไทยมีวางจำหน่ายภายใต้ชื่อแบรนด์ MEKRAKSAVANICH ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 2 แห่ง

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณณัชชา เมฆรักษาวนิช บริษัท ณัชชา ลาโบราทัวร์ จำกัด เลขที่ 102 ถนนริมคลองบางกะปิ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
    เว็บไซต์: www.nasha-accessories.com Facebook: https://www.facebook.com/nasha.accessories.official/ IG: nasha_official

ตอน: สานต่อภูมิปัญญางานผ้าย้อมคราม เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์ (ร้านครามสกล จ.สกลนคร)
              
 
      
                    

จังหวัดสกลนคร เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่อง “ผ้าทอย้อมคราม” คุณสกุณา สาระนันท์ จึงเกิดแนวคิดที่จะรักษา
ภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้านไว้ โดยเธอได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายหมู่บ้านที่ผลิตผ้าย้อมครามในจังหวัด
สกลนครกว่า 30 กลุ่ม โดยได้ออกแบบลวดลายผ้าให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ใน
การทอตามกระบวนการดั้งเดิมของชุมชนเอาไว้ จากนั้นจึงนำมาพัฒนาและสร้างสรรค์ให้เป็นผลิตภัณฑ์
ประเภทต่างๆ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากขึ้น เช่น กระเป๋า เป้ รองเท้า หมวก เสื้อผ้า กางเกง
ของแต่งบ้านเก๋ๆ ชุดเครื่องนอน เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าแล้ว ยังช่วยขยายตลาด
และกลุ่มเป้าหมายให้แพร่หลายมากขึ้นอีกด้วย หรือหากใครที่ชื่นชอบผ้าทอแบบผืน ที่ร้านครามสกล
แห่งนี้ก็มีผ้าทอแบบผืนจำหน่ายด้วย นอกจากจะเปิดเป็นร้านจำหน่ายสินค้าจากผ้าทอย้อมครามแล้ว ที่ร้าน
ครามสกล ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้การทำผ้าย้อมคราม ให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้มาเรียนรู้วิธีการทำผ้าย้อม
ครามด้วยตนเอง ซึ่งที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจกันมาก โดยส่วนใหญ่ จะรู้จักร้าน
ครามสกลจากการที่คุณสกุณาได้เข้าร่วมโครงการต่างๆ เพื่อออกบูธแสดงสินค้าทั้งในประเทศและต่าง
ประเทศ ล่าสุด เธอยังวางแผนที่จะต่อยอดธุรกิจสู่การทำเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว เพื่อให้สินค้าสามารถ
บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของชาวบ้านในภาคอีสานได้ และเพื่อให้ชาวบ้านสามารถสร้างรายได้จากการ
ท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณสกุณา สาระนันท์ เลขที่ 212 หมู่ 2 บ้านพะเนาว์ ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร 47000
    โทร: 080-582-6655 Facebook: https://www.facebook.com/KhramSklKramsakon/


ตอน: พลิกผืนนา ฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมือง สร้างรายได้สู่ชุมชน (ข้าวหอมดอกฮัง จ.สกลนคร)   

                    

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน "หอมดอกฮัง" อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ได้ฟื้นฟู
และพัฒนาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ร่วมกับศูนย์พัฒนาข้าวภูพาน และศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร โดยร
วมตัวกันฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมืองบริสุทธิ์กว่าร้อยสายพันธุ์ที่เคยหายไปจากท้องถิ่นนานกว่า 30 ปี กลับมา
ปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน และแบ่งปันบางส่วนมาจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้แก่คนในชุมชนอีกด้วย ทั้งนี้
สมาชิกในกลุ่มฯ ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่๙ มาใช้ในการทำเกษตร เพื่อ
พึ่งพาตนเอง ปลูกข้าวโดยใช้ปุ๋ยหมักจากธรรมชาติ และนำข้าวเหล่านี้ไปบริโภคในครัวเรือน เพื่อให้เกิด
ประโยชน์ต่อสุขภาพ เหลือจากรับประทานจึงแบ่งขายเพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัว อีกทั้งยังพยายาม
ส่งเสริมให้ชาวบ้านในท้องถิ่นใกล้เคียงนำไปปฏิบัติ ซึ่งการรวมกลุ่มฯ นี้ทำให้เกษตรกรไม่ต้องขายผลผลิต
ให้พ่อค้าคนกลาง อีกทั้งการฟื้นฟูสายพันธุ์ข้าวที่หาได้ยากในปัจจุบันให้กลับมาในชุมชนอีกครั้ง ยังทำ
ให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพดี และสามารถตั้งราคาขายเองได้อีกด้วย เนื่องจากเป็นพันธุ์ข้าวที่หาซื้อได้ยาก
ในประเทศไทย

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณสมัย มังทะ เลขที่ 15 หมู่ 4 บ้านโคกสะอาด ต.อุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร 47230
    โทร: 089-664-3012 Facebook:  https://www.facebook.com/Homdokhung/

ติดต่อเรา

ใบสมัครออกรายการ 'เพื่อนคู่คิด'
ผู้ประกอบการที่สนใจร่วมออกอากาศรายการเพื่อนคู่คิด สามารถดาวน์โหลดใบสมัคร
พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และส่งกลับมาที่คุณปิ่นปินัทธ์ พัฒนจันหอม
อีเมล:
pinpinat.pat@bbl.co.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดต่อขอข้อมูลได้ที่
ฝ่ายการประชาสัมพันธ์
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
333 ถนนสีลม กรุงเทพฯ 10500

ตอน

                   
เครื่องประดับจากผ้าย้อมคราม ความ ‘ต่าง’ ที่ยังคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น (อีหล้า จ.สกลนคร)

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560

สร้างสรรค์วัสดุธรรมชาติบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ
(FORREST)

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560

จากสิ่งที่ไร้ค่า สู่สินค้าเด่นของสกลนคร
( “ก็ฝ้าย” จ.สกลนคร)

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560

กระเป๋าแบรนด์ไทย คุณภาพระดับสากล
(AISLINBAG)

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560

แปรรูป “มะเม่า” จากพืชพื้นบ้าน สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อผู้รักสุขภาพ (ช้างพลังสอง จ.สกลนคร)

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560

ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากถ่านยูคาลิปตัส (เด็กเอาถ่าน)

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560

ฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศ สู่อุตสาหกรรมความงาม (snail8)

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560

ต่อยอดงานวิจัยหอยทากไทย สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม (snail8)

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560

 

เดือนกุมภาพันธ์ 2560

ตอน: เครื่องประดับจากผ้าย้อมคราม ความ ‘ต่าง’ ที่ยังคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น (อีหล้า
จ.สกลนคร)     
 
    

                    

จ.สกลนคร เป็นแหล่งที่มีชื่อเสียงเรื่อง "ผ้าย้อมคราม" มาอย่างยาวนาน และด้วยเสน่ห์ของเส้นใยและสีสัน
จากธรรมชาตินี้เอง ทำให้ คุณอัชฌา สมพงษ์ คิดต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าที่ดูทันสมัย
แต่ยังคงเสน่ห์ความงามของผ้าย้อมครามเอาไว้ได้อย่างลงตัว คุณอัชฌา ได้พัฒนาสินค้าร่วมกับกลุ่ม
ชาวบ้านดอนกลอย จ.สกลนคร ที่สืบทอดภูมิปัญญาการทำผ้าย้อมครามมายาวนาน โดยได้ออกแบบ
ลวดลายของผ้าครามให้กลุ่มชาวบ้านเป็นผู้ผลิต จากนั้นจึงนำมาสร้างสรรค์ผลงานกระเป๋า จนมีเศษผ้าเหลือ
มาทำเครื่องประดับรูปแบบต่างๆ โดยเน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติ เน้นการเลือกลวดลายผ้าให้
เหมาะกับชิ้นงานขนาดเล็ก และเลือกจับคู่สีให้เข้ากัน และยังนำเศษด้ายที่เหลือจากกระบวนการทอมา
ออกแบบเป็นต่างหู กำไล และสร้อยคอ อีกด้วย ส่วนการทำตลาดและประชาสัมพันธ์แบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก
คุณอัชฌาได้ออกงานแสดงสินค้าต่างๆ ของภาครัฐ โดยกลุ่มลูกค้าก็จะมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ให้ความสนใจผลงาน ฝากขายที่ร้านใน จ.สกลนคร และวางจำหน่ายที่ TCDC ด้วย

ตอน: สร้างสรรค์วัสดุธรรมชาติบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ (FORREST)     

                    

สำหรับคนที่ชื่นชอบนาฬิกา  เพื่อนคู่คิดมีอีกหนึ่งไอเดียการสร้างสรรค์หน้าปัดนาฬิกาข้อมือจากวัสดุ
ธรรมชาติมาฝากกัน ซึ่งนอกจากจะมีไอเดียไม่ซ้ำใครแล้ว ยังมีคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ชั้นนำอีกด้วย
ปัจจุบันคนไทยมีนาฬิกาข้อมือเฉลี่ยคนละ 3-5 เรือน โดยนาฬิกากลุ่มแฟชั่นมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่
ประมาณ 30% คุณจุฑามาศ ภัคกิตติรัฐ จึงพยายามสร้างจุดเด่นให้แบรนด์ด้วยการนำวัสดุจากธรรมชาติ อย่าง ‘มอส’ มาตกแต่งบนหน้าปัดนาฬิกา โดยเธอได้พัฒนานวัตกรรมที่ทำให้วัสดุเหล่านี้ไม่เหี่ยวเฉาไป
ตามกาลเวลา ซึ่งก็ได้จดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้ว สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้คนที่ชื่นชอบนาฬิกา
นอกจากมอสแล้ว ยังมี ไม้และหิน ที่คัดสรรเฉพาะไม้ลวดลายสวยงามแปลกตาและหินหายาก เช่น
หินซิลเวอร์ มาไว้บนหน้าปัดนาฬิกาอีกด้วย กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแบรนด์ FORREST คือคนที่ชื่นชอบ
งานไอเดีย ดีไซน์แปลกใหม่ สวยงามและเหมาะกับการใช้งาน ตอบโจทย์ได้ทั้งด้านแฟชั่นและฟังก์ชั่น
เข้าถึงลูกค้าผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก ทั้งเฟซบุ๊ก ไอจี สื่อสารผ่านภาพถ่ายดีไซน์เก๋ และออกงานแสดง
สินค้าเป็นประจำ ตอนนี้ได้รับความสนใจทั้งจากลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติอย่างมาก


ตอน: พัฒนาผ้าย้อมจากมูลควาย สู่สินค้าสร้างรายได้ที่มีเอกลักษณ์ ( “ก็ฝ้าย”
จ.สกลนคร)      
 
    

                    

บ้านนาเชือก อ.พังโคน จ.สกลนคร เป็นหมู่บ้านที่นำ “มูลควาย” มาใช้เป็นวัตถุดิบในการย้อมผ้า และต่อยอดพัฒนาสู่สินค้าจากผ้าย้อมมูลควายหลากหลายประเภท จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งสินค้าขึ้นชื่อของ จ.สกลนคร โดยกระบวนการผลิตผ้าย้อมมูลควาย คือ นำมูลควายที่ยังสด เปียก มาหมัก 1-2 วัน จากนั้น กรองน้ำมาต้ม และนำเส้นใยที่เตรียมไว้ไปย้อม จากนั้นซักล้างให้สะอาด และนำมาต้มอีกครั้งด้วยสมุนไพร อาทิ ตะไคร้ ใบมะกรูด เพื่อดับกลิ่น เอามาผึ่งแดดทิ้งไว้ และนำไปทอเป็นผืนผ้า ก่อนจะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หมอน เบาะรองนั่ง เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาสินค้าจากผ้าย้อมมูลควายได้รับการตอบรับอย่างดี โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะบอกว่าชอบที่ย้อมสีจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี สำหรับช่องทางการจำหน่ายคือ การออกงานแสดงสินค้าต่างๆ ตลอดทั้งปี

ตอน: กระเป๋าแบรนด์ไทย คุณภาพระดับสากล (AISLINBAG)        

                    

ด้วยความที่ คุณเศาวริน อนันต์ศิริวัฒนา คลุกคลีอยู่ในครอบครัวที่มีประสบการณ์ผลิตกระเป๋าระดับไฮเอนด์เพื่อการส่งออกมานาน ทำให้มีข้อได้เปรียบ ทั้งโรงงานผลิตในระดับมาตรฐานสากล มีช่างฝีมือดี และยังมีคอนเนคชั่น ต่างๆ เช่น มีแหล่งผู้ผลิตวัสดุคุณภาพชั้นดี ที่สามารถซื้อปลีกในราคาขายส่งได้ ทำให้สามารถนำมาผลิตกระเป๋าในราคาต้นทุนที่ไม่สูงมาก จึงสามารถตั้งราคาขายที่ไม่แพง แต่คุณภาพสินค้าสามารถเทียบเท่ากับแบรนด์นอกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ด้านการออกแบบ คุณเศาวรินจะคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวันได้จริง มีช่องใส่ของเยอะ น้ำหนักเบา และมีให้เลือกหลายแบบตามความต้องการของลูกค้า ปัจจุบันกระเป๋าแบรนด์ AISLINBAGจำหน่ายผ่านทางออนไลน์เพียงช่องทางเดียว และตอนนี้ยังมีตัวแทนจำหน่ายที่เมียนมาอีกด้วย

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณเศาวริน อนันต์ศิริวัฒนา (เกียว) เลขที่ 264/25 ซอยจันทน์ 53 ถนนจันทน์ แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120
    อีเมล: aislinbag@hotmail.com Facebook: https://www.facebook.com/aislinbag/ IG: aislinbag
    ดูรายการย้อนหลัง: https://www.youtube.com/watch?v=Z8nvj8s4ylM

ตอน: แปรรูป “มะเม่า” จากพืชพื้นบ้าน สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อผู้รักสุขภาพ (ช้างพลังสอง/จ.สกลนคร)        

                    

หมากเม่า หรือ มะเม่า เป็นผลไม้พื้นบ้านของภาคอีสาน ที่พบมากบนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร โดยมี
งานวิจัยบ่งชี้ว่าเป็นพืชที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ คุณประรส  วิศรียา จึงได้เข้าขอรับคำปรึกษา
จากทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร เพื่อให้ช่วยคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์ จน
ค้นพบวิธีการในการนำเม็ดแมงลักมาผ่านกระบวนการสกัดด้วยวิธีชีวภาพ จนได้เป็นวุ้นธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นใยอาหาร และนำมาผสมกับเครื่องดื่มเม่าในรูปแบบของ Gel Drink เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับ
ทั้งคุณค่าของเม่าและได้กากใยอาหารจากเจลเม็ดแมงลัก โดยเธอได้วางตำแหน่งสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์
เพื่อสุขภาพ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณประรส  วิศรียา เลขที่ 3 ม.8 บ้านโนนหัวช้าง ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร 47180
    โทร: 095-662-7948
    ดูรายการย้อนหลัง: https://www.youtube.com/watch?v=niiRiLvwU0k

ตอน: ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากถ่านยูคาลิปตัส (เด็กเอาถ่าน)          

                    

คุณสุชญา นพรัตน์ ได้นำองค์ความรู้จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ที่พบว่า
ถ่านชาร์โคลยูคาลิปตัส มีโครงสร้างที่มีรูพรุนเรียงตัวเป็นจำนวนมาก ทำให้มีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษ
และสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ดี อีกทั้งต้นยูคาลิปตัสยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีสรรพคุณช่วยรักษาอาการทาง
ผิวหนัง เธอจึงได้นำถ่านชาร์โคลยูคาลิปตัส มาผลิตเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามประเภทต่างๆ เช่น
สบู่ ผงพอกหน้า แชมพู ครีมนวดผม หมอน ถุงดับกลิ่น เป็นต้น ซึ่งก็ได้รับการรับรองมาตรฐาน อย.
เรียบร้อยแล้ว


ตอน: ฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศ สู่อุตสาหกรรมความงาม (snail8)          

                    

ปัจจุบันเครื่องสำอางหลากหลายแบรนด์ นิยมนำเมือกของหอยทากมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ และในประเทศไทยก็มีฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยทากสายพันธุ์ไทย ที่มีวิธีการเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่มีคุณภาพ และช่วยลดการนำเข้าได้เป็นอย่างดี ฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศ มีพื้นที่ 10 ไร่ มีการเพาะเลี้ยงหอยทากสายพันธุ์ไทย อย่างหอยทากนวล ซึ่งจากการวิจัยพัฒนาหอยทากไทยพบว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุด เนื่องจากเมือกของหอยชนิดนี้มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีประโยชน์ด้านการบำรุงผิวพรรณในปริมาณที่มากกว่าหอยทากชนิดอื่น โดยในการเลี้ยงจะต้องควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้นให้ใกล้เคียงถิ่นอาศัยในธรรมชาติ อีกทั้งยังมีการให้อาหารสูตรเฉพาะ เพื่อให้ได้เมือกหอยทากคุณภาพดี ที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านเครื่องสำอางต่อไป สำหรับกระบวนการเก็บน้ำเมือกหอยทากไปรีดนั้น ต้องอาศัยผู้ชำนาญในการสัมผัสส่วนแมนเทิล (mantle) ซึ่งอยู่ใต้เปลือกอย่างเบามือเพื่อให้หอยทากหลั่งเมือกออกมา ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นส่วนที่ให้เมือกคุณภาพดีที่สุด

  • ผู้แทนธุรกิจ: ศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์  ปัญหา บริษัท สยามสเนล จำกัด เลขที่ 942/119 อาคารชาญอิสระทาวเวอร์ 1 ชั้น 4 ถนนพระราม 4 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
    โทร: 080-579-8888, (66) 0-2632-8958,  (66) 0-2632-8448 อีเมล: siamsnail@gmail.com 
    Facebook: https://www.facebook.com/snail8/?ref=br_rs เว็บไซต์: www.snail8.com/

 ตอน: ต่อยอดงานวิจัยหอยทากไทย สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม (snail8)            

                    

จากผลการวิจัยของศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี ทัศนาขจร และคณะ พบว่าหอยทากไทยมีสารที่ต้านเชื้อโรคในเขตร้อนได้ดี อีกทั้งยังมีสารออกฤทธิ์ในการดูแลผิวสูงกว่าเมือกหอยทากสายพันธุ์ต่างประเทศถึง 30 เท่า จึงได้นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความงามด้านผิวพรรณ ซึ่งได้รับรางวัลการันตีจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมหลักจากเมือกหอยทากสายพันธุ์ไทยจะมีคุณสมบัติเด่นด้านการบำรุงผิว กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ช่วยลดเลือนริ้วรอย ขจัดผิวที่หมองคล้ำ และลดการอักเสบของผิวหน้า ซึ่งแบรนด์ snail8 เป็นเจ้าเดียวที่ใช้หอยทากจากเขตร้อนมาผลิตเครื่องสำอาง ขณะทั่วโลกที่ขายกันส่วนใหญ่เป็นหอยทากจากเขตหนาว ซึ่งข้อดีของหอยทากเขตร้อนคือ เป็นหอยที่ต้องเผชิญแสงแดด รังสี UV เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ดี จึงมีเมือกที่มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยปกป้องผิวได้ดีกว่าหอยทากเขตหนาว และด้วยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากงานวิจัย มีรางวัลรับรองจากการประกวดนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์จากเวทีระดับนานาชาติ จึงเป็นเครื่องมือในการรับรองคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากลได้เป็นอย่างดี ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว และผู้บริโภคให้ความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันทำตลาดทางออนไลน์ มีวางจำหน่ายในร้านค้าชั้นนำ และคลินิกความงาม อีกทั้งกำลังเริ่มทำตลาดกับจีน และมีผู้ที่สนใจขอเป็นตัวแทนจำหน่ายในตลาดยุโรปและอาเซียน ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาธุรกิจ

  • ผู้แทนธุรกิจ: ศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี ทัศนาขจร บริษัท สยามสเนล จำกัด เลขที่ 942/119 อาคารชาญอิสระทาวเวอร์ 1 ชั้น 4 ถนนพระราม 4 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
    โทร: 080-5798888, (66) 02-632-8958, (66) 0-2632-8448 อีเมล: siamsnail@gmail.com Facebook: https://www.facebook.com/snail8/?ref=br_rs เว็บไซต์: www.snail8.com/
เดือนมกราคม 2560

ตอน: พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นบ้าน เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ (เฮือน ณ ใจ๋/เชียงใหม่)          
 
     

                    

ตั้งแต่เด็ก คุณนฤทัย ไชยรัตน์ คลุกคลีกับการทำงานของคุณแม่ที่ทำผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากห้อมและ
ครามมาตลอด เมื่อเรียนจบเธอจึงมาช่วยธุรกิจของคุณแม่ แต่ด้วยเป็นคนรุ่นใหม่ จึงมีแนวคิดที่จะขยายตลาดสินค้าประเภทผ้าฝ้ายย้อมครามเพื่อให้เข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่มากขึ้น เธอจึงเริ่มนำผ้าพื้นเมือง
มาออกแบบและตัดเย็บให้ดูทันสมัยขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นธรรมชาติ และเอกลักษณ์ในงานผ้าทอของ
ล้านนา รวมถึงขั้นตอนในการทำมือไว้เช่นเดิม แต่พยายามลดความยุ่งยากในกระบวนการทำมือให้น้อยลง
เพื่อให้สามารถทำซ้ำได้ ซึ่งก็จะช่วยให้ราคาสินค้าถูกลง และเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ง่ายมากขึ้น โดยคุณ
นฤทัย ได้ศึกษากระแสนิยมของแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ เพื่อให้ทันต่อการพัฒนารูปแบบสินค้า และเน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์จากผ้าทอย้อมสีธรรมชาติกันมากขึ้น ปัจจุบัน
แฟชั่นจากผ้าทอย้อมสีธรรมชาติของ ‘เฮือน ณ ใจ๋’ ได้รับผลตอบรับที่ดี มีกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นคนไทยและ
คนญี่ปุ่นให้ความสนใจ ซึ่งช่องทางจำหน่ายนอกจากมีหน้าร้านที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่แล้ว ยังจำหน่าย
ผ่านทางออนไลน์ และออกร้านตามงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่นต่างๆ ด้วย

ตอน: สร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ ด้วยผลิตภัณฑ์พิมพ์ลายสไตล์สีน้ำ (Janfive Studio)    

                    

หลังจากเรียนจบด้านงานออกแบบ คุณเฟื่องลดา จี้อุ่น ได้ไปทำงานหาประสบการณ์ในบริษัทสิ่งทอหลายๆ ที่ โดยทำหน้าที่เป็นดีไซเนอร์ และในระหว่างนั้นเอง เธอได้ทดลองวาดภาพสีน้ำ โดยเน้นโทนสีคราม-ขาว
ซึ่งมาจากความชอบของตัวเอง และได้ทดลองนำไปผลิตเป็นผ้าพันคอ กระเป๋า หน้าปกสมุดจดบันทึก
โดยใช้วิธีการพิมพ์ลายสไตล์สีน้ำ และจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดี จึงขยายมาสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ และลาออกจากอาชีพประจำมาทำเป็นธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบสไตล์ภาพเขียนสีน้ำของ
คุณเฟื่องลดา จะมีความคล้ายคลึงกับลวดลายบนเซรามิก ซึ่งการเลือกใช้โทนสีคราม สีขาว และสีโทนเย็น
ก็เพื่อสร้างเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัวให้กับแบรนด์ ซึ่งในขั้นตอนของการทำงาน จะเริ่มจากการออกแบบลวดลายและระบายด้วยสีน้ำ จากนั้นจึงนำลวดลายที่ได้มาพิมพ์ลงบนผ้าแคนวาส หรือผ้าคอตตอน
แล้วนำมาออกแบบตัดเย็บให้เป็นสินค้าประเภทต่างๆ โดยเน้นกลุ่มของใช้ในชีวิตประจำวัน การทำตลาด
เน้นออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เพราะวางกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์เป็นชาวต่างชาติ โดยคุณ
เฟื่องลดาได้เข้าร่วมโครงการกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ได้มีโอกาสไปโรดโชว์ที่ตลาด
ต่างประเทศ อีกทั้งยังได้จำหน่ายผ่านเว็บไซต์ต่างชาติที่จำหน่ายสินค้าแฮนด์เมด ทำให้มีออเดอร์เข้ามาเรื่อยๆ ทั้งจากไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ขณะที่ตลาดในประเทศไทย ได้ฝากวางจำหน่ายที่
ร้านค้าในโครงการ The Jam Factory และเว็บไซต์ของ King Power


ตอน: เฉาก๊วยไร้แป้งสีแปลกใหม่ แนวคิดต่อยอดธุรกิจที่แตกต่าง  (เด่นเฉาก๊วย จ.อุดรธานี)
              
 
      
                    

เฉาก๊วย เป็นหนึ่งในธุรกิจขนมที่มีคู่แข่งจำนวนมาก คุณเบญจวรรณ อุตรชัย จึงพยายามหาจุดเด่นและ
ความแตกต่างให้กับสินค้าของตนเอง จนนำมาสู่เฉาก๊วยไร้แป้งรสนมชีสและรสชาเขียว ซึ่งผลิตจากหญ้า
เฉาก๊วยแท้ 100% และยังใช้หญ้าหวานแทนความหวานจากน้ำตาลทราย เพื่อให้เฉาก๊วยมีรสชาติ
กลมกล่อม สามารถนำไปทำเป็น Topping ในเมนูของหวานประเภทต่างๆ ได้ และทำให้ผู้ป่วยเบาหวาน
ก็สามารถรับประทานได้ด้วย ในกระบวนการผลิตต้องนำหญ้าเฉาก๊วยมาล้าง ต้ม เคี่ยว เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า
8 ชั่วโมง เพื่อให้ได้น้ำยางเฉาก๊วย 100 % จากนั้นจึงนำมาผสมกับนมผงและชีส ในกรณีที่เป็นเฉาก๊วย
สีขาว และผสมกับผงชาเขียว ในกรณีที่เป็นสีเขียว แล้วจึงนำไปแช่แข็ง ตัดเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า โดยประโยชน์ของเฉาก๊วยนั้น แก้ร้อนใน ดับกระหาย ลดความดัน บำรุงหัวใจ ปัจจุบัน เฉาก๊วยของคุณ
เบญจวรรณมีหน้าร้านอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดอุดรธานี นอกจากนี้ ยังมีหน้าร้านในกรุงพนมเปญ
ประเทศกัมพูชา และมีตัวแทนจำหน่ายในลาวอีกด้วย

ตอน: กระถางต้นไม้ดีไซน์ใหม่ ปรับรูปแบบให้เหมาะกับงานตกแต่ง (wunderkammer)   

                    

จุดเด่นของกระถางต้นไม้แบรนด์ wunderkammer ของคุณวาสิทธิ์ จินดาพร อยู่ที่การออกแบบรูปทรงที่
แปลกตา และยังนำวัสดุหลายประเภท อาทิ ไม้ และเหล็ก มาตกแต่งร่วมกันกับงานเซรามิกได้อย่างลงตัว
ทำให้ชิ้นงานมีความแปลกใหม่ เป็นที่ถูกใจของผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะ และรักในงานตกแต่งที่ไม่ซ้ำ
แบบใคร นอกจากนี้ยังเพิ่มลูกเล่นต่างๆ เพื่อให้น่าสนใจมากขึ้น เช่น กระถางที่เชื่อมต่อกันสามใบใน 1 ชุด
โดยเมื่อรดน้ำต้นไม้แล้ว น้ำจากกระถางชั้นบนจะไหลลงมายังกระถางใบกลางและใบล่างด้วย ซึ่งเหมาะ
กับคนที่ต้องการปลูกต้นไม้ในกระถางขนาดเล็กหลายๆ กระถางแต่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด ที่ผ่านมา
คุณวาสิทธิ์ ทำตลาดโดยการออกงานแสดงสินค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น งานสำหรับผู้ที่รักการ
ตกแต่งบ้าน และพยายามอัพเดตผลงานผ่านทางเฟสบุ๊ก และอินสตาแกรมอยู่สม่ำเสมอ ส่วนช่องทาง
การจำหน่ายในปัจจุบัน นอกจากออนไลน์ ก็เริ่มมีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ในกรุงเทพฯ แล้ว

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณวาสิทธิ์ จินดาพร เลขที่ 90/9 หมู่บ้านเดอะวิลล่า ซอยท่าอิฐ ตำบลท่าอิฐ อำเภอ
    ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
    โทร: 085-810-5242 , 093-624-6552 อีเมล: wasit_c@hotmail.com Facebook: https://www.facebook.com/wunderkammer.studio/ IG: wkm.studio
    ดูรายการย้อนหลัง: https://www.youtube.com/watch?v=XVS1Jo32ngY 

ตอน: แซ่บแบบรักสุขภาพด้วยผงปรุงรสจากธรรมชาติ  (ผักหอม จ.สกลนคร)                   

                    

จากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวอีสานที่ได้นำพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านมาปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ มาวันนี้
ชุมชนบ้านยางโล้น อ.ภูพาน จ.สกลนคร ได้คิดพัฒนาต่อยอดนำพืชผักพื้นบ้านหลายชนิดมาแปรรูปเป็น
“ผงผักปรุงรสสำเร็จรูป” ที่ดีต่อสุขภาพ แต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติแซ่บๆ แบบต้นตำรับของอาหารอีสาน ผงผัก
ปรุงรสสำเร็จรูปแบรนด์ผักหอม ต่อยอดมาจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
วิทยาเขตสกลนคร โดยการนำผักพื้นบ้านที่ให้รสชาติแตกต่างกัน เช่น รสหวาน มัน เปรี้ยว เผ็ด มาบด
และผสมกันอย่างลงตัว เพื่อนำไปเป็นเครื่องปรุงที่จะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้มีความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
โดยมีส่วนประกอบจากพืชผักพื้นบ้านที่ปลูกในชุมชน แบบปลอดสารเคมี จำนวน 13 ชนิด ซึ่งผักทุกชนิด
ล้วนมีสรรพคุณทางยาและดีต่อสุขภาพ โดยกระบวนการผลิตได้รับมาตรฐาน GMP มาตรฐานฮาลาล
และผลิตภัณฑ์ก็ได้จดทะเบียน อย.เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันผงผักปรุงรสสำเร็จรูป ‘ผักหอม’ มีสองสูตร คือ
สูตรต้นตำรับ และสูตรเจ ผู้บริโภคสามารถนำไปเพิ่มรสชาติอาหารได้ทั้งเมนูอาหารคาวและเมนูของว่าง
ประเภทต่างๆ เช่น ข้าวเกรียบ มันฝรั่ง เป็นต้น ช่องทางการจำหน่ายเน้นทางออนไลน์เป็นหลัก และมี
ออกงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรปีละประมาณ 2-3 ครั้ง

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณเนตรชนก มุศิริ 60/4 หมู่ 3 บ้านยางโล้น ต.โคกภู อ.ภูพาน จ.สกลนคร 47180
    โทร: 081-051-9521 อีเมล: nuanmani.musiri@gmail.com Facebook:  https://www.facebook.com/ผงนัวยางโล้น- 594333990628370

ตอน: กระเป๋าดีไซน์หรูแบรนด์ไทย แฟชั่นโดนใจระดับสากล (NASHA MEKRAKSAVANICH)     

                    

เอกลักษณ์ของกระเป๋าแบรนด์ MEKRAKSAVANICH ภายใต้การสร้างสรรค์และออกแบบโดย คุณณัชชา
เมฆรักษาวนิช คือ การนำรูปทรงเรขาคณิตมาเป็นจุดตั้งต้นของรูปทรงกระเป๋า และนำวัสดุหลากหลาย
ประเภทมาผสมผสานกันเพื่อทำให้กระเป๋ามีความแปลกใหม่และโดดเด่น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่อง
ราวของงานศิลปะที่เธอสนใจในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งหลังจากเปิดตัวในงาน Paris Fashion Week ในปี 2013
ผลงานของเธอก็ได้รับการยอมรับจากวงการแฟชั่นระดับนานาชาติเรื่อยมาจนปัจจุบัน กระเป๋าแบรนด์  MEKRAKSAVANICH มีวางจำหน่ายอยู่ 30 กว่าประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย
ขณะที่ประเทศไทยมีวางจำหน่ายภายใต้ชื่อแบรนด์ MEKRAKSAVANICH ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 2 แห่ง

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณณัชชา เมฆรักษาวนิช บริษัท ณัชชา ลาโบราทัวร์ จำกัด เลขที่ 102 ถนนริมคลองบางกะปิ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
    เว็บไซต์: www.nasha-accessories.com Facebook: https://www.facebook.com/nasha.accessories.official/ IG: nasha_official

ตอน: สานต่อภูมิปัญญางานผ้าย้อมคราม เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์ (ร้านครามสกล จ.สกลนคร)
              
 
      
                    

จังหวัดสกลนคร เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่อง “ผ้าทอย้อมคราม” คุณสกุณา สาระนันท์ จึงเกิดแนวคิดที่จะรักษา
ภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้านไว้ โดยเธอได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายหมู่บ้านที่ผลิตผ้าย้อมครามในจังหวัด
สกลนครกว่า 30 กลุ่ม โดยได้ออกแบบลวดลายผ้าให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ใน
การทอตามกระบวนการดั้งเดิมของชุมชนเอาไว้ จากนั้นจึงนำมาพัฒนาและสร้างสรรค์ให้เป็นผลิตภัณฑ์
ประเภทต่างๆ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากขึ้น เช่น กระเป๋า เป้ รองเท้า หมวก เสื้อผ้า กางเกง
ของแต่งบ้านเก๋ๆ ชุดเครื่องนอน เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าแล้ว ยังช่วยขยายตลาด
และกลุ่มเป้าหมายให้แพร่หลายมากขึ้นอีกด้วย หรือหากใครที่ชื่นชอบผ้าทอแบบผืน ที่ร้านครามสกล
แห่งนี้ก็มีผ้าทอแบบผืนจำหน่ายด้วย นอกจากจะเปิดเป็นร้านจำหน่ายสินค้าจากผ้าทอย้อมครามแล้ว ที่ร้าน
ครามสกล ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้การทำผ้าย้อมคราม ให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้มาเรียนรู้วิธีการทำผ้าย้อม
ครามด้วยตนเอง ซึ่งที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจกันมาก โดยส่วนใหญ่ จะรู้จักร้าน
ครามสกลจากการที่คุณสกุณาได้เข้าร่วมโครงการต่างๆ เพื่อออกบูธแสดงสินค้าทั้งในประเทศและต่าง
ประเทศ ล่าสุด เธอยังวางแผนที่จะต่อยอดธุรกิจสู่การทำเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว เพื่อให้สินค้าสามารถ
บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของชาวบ้านในภาคอีสานได้ และเพื่อให้ชาวบ้านสามารถสร้างรายได้จากการ
ท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณสกุณา สาระนันท์ เลขที่ 212 หมู่ 2 บ้านพะเนาว์ ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร 47000
    โทร: 080-582-6655 Facebook: https://www.facebook.com/KhramSklKramsakon/


ตอน: พลิกผืนนา ฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมือง สร้างรายได้สู่ชุมชน (ข้าวหอมดอกฮัง จ.สกลนคร)   

                    

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน "หอมดอกฮัง" อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ได้ฟื้นฟู
และพัฒนาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ร่วมกับศูนย์พัฒนาข้าวภูพาน และศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร โดยร
วมตัวกันฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมืองบริสุทธิ์กว่าร้อยสายพันธุ์ที่เคยหายไปจากท้องถิ่นนานกว่า 30 ปี กลับมา
ปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน และแบ่งปันบางส่วนมาจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้แก่คนในชุมชนอีกด้วย ทั้งนี้
สมาชิกในกลุ่มฯ ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่๙ มาใช้ในการทำเกษตร เพื่อ
พึ่งพาตนเอง ปลูกข้าวโดยใช้ปุ๋ยหมักจากธรรมชาติ และนำข้าวเหล่านี้ไปบริโภคในครัวเรือน เพื่อให้เกิด
ประโยชน์ต่อสุขภาพ เหลือจากรับประทานจึงแบ่งขายเพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัว อีกทั้งยังพยายาม
ส่งเสริมให้ชาวบ้านในท้องถิ่นใกล้เคียงนำไปปฏิบัติ ซึ่งการรวมกลุ่มฯ นี้ทำให้เกษตรกรไม่ต้องขายผลผลิต
ให้พ่อค้าคนกลาง อีกทั้งการฟื้นฟูสายพันธุ์ข้าวที่หาได้ยากในปัจจุบันให้กลับมาในชุมชนอีกครั้ง ยังทำ
ให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพดี และสามารถตั้งราคาขายเองได้อีกด้วย เนื่องจากเป็นพันธุ์ข้าวที่หาซื้อได้ยาก
ในประเทศไทย

  • ผู้แทนธุรกิจ: คุณสมัย มังทะ เลขที่ 15 หมู่ 4 บ้านโคกสะอาด ต.อุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร 47230
    โทร: 089-664-3012 Facebook:  https://www.facebook.com/Homdokhung/
ติดต่อเรา

ใบสมัครออกรายการ 'เพื่อนคู่คิด'
ผู้ประกอบการที่สนใจร่วมออกอากาศรายการเพื่อนคู่คิด สามารถดาวน์โหลดใบสมัคร
พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และส่งกลับมาที่คุณปิ่นปินัทธ์ พัฒนจันหอม
อีเมล:
pinpinat.pat@bbl.co.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดต่อขอข้อมูลได้ที่
ฝ่ายการประชาสัมพันธ์
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
333 ถนนสีลม กรุงเทพฯ 10500
Tips/Useful Info

ใบสมัครออกรายการ
ผู้ประกอบการที่สนใจ
ร่วมออกอากาศ สามารถ
ดาวน์โหลดใบสมัคร
 และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 
ส่งกลับมาที่คุณปิ่นปินัทธ์
พัฒนจันหอม อีเมล: pinpinat.pat@bbl.co.th
Quick Access
News
Tweet this! Share on Facebook
พร้อมเพย์Bualuang GetMoneyMoney TutorAEC ConnectYour Security FirstBualuang Phone
Submit