Online Banking
ลูกค้าบุคคล
- บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
- บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
- บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
- โมบายแบงก์กิ้ง
- โมบายแบงก์กิ้ง
- โมบายแบงก์กิ้ง
- บัวหลวง ไอฟันด์


สารคดีทางโทรทัศน์ที่ส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี
ให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
สารคดีทางโทรทัศน์ที่ส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีมาเกือบสามทศวรรษ และยังคงสืบสานเจตนารมณ์ต่อไป
เป็นเวลา 30 ปีแล้วที่สารคดีสั้นทางโทรทัศน์ในชื่อ ‘เพื่อนคู่คิด’ ของธนาคารกรุงเทพได้มีส่วนสนับสนุนภาคธุรกิจ เอสเอ็มอีให้เจริญก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของเอสเอ็มอีที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นได้ขยายตลาดและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารยังมุ่งหวังให้เรื่องราวเกี่ยวกับความสำเร็จและการพัฒนาธุรกิจในเชิงนวัตกรรมที่สะท้อนผ่านสารคดีเพื่อนคู่คิดในแต่ละตอน ช่วยจุดประกายความคิดให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ นำไปประยุกต์ใช้ในกิจการของตนและพัฒนาต่อยอดเพื่อความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป
ธนาคารกรุงเทพเริ่มทำการผลิตและเผยแพร่รายการเพื่อนคู่คิดในปี 2532 และดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งพัฒนาเนื้อหาและรูปแบบรายการให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา จนเป็นที่ยอมรับจากสาธารณชนอย่างกว้างขวางในฐานะรายการโทรทัศน์ที่มีสาระประโยชน์สำหรับผู้ชมทุกกลุ่ม นอกเหนือจากผู้ประกอบการ ดังจะเห็นได้จากการได้รับรางวัลที่สำคัญเช่นรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ประเภทส่งเสริมอาชีพดีเด่นประจำปี 2540 จากชมรมส่งเสริมโทรทัศน์ มูลนิธิจำนง รังสิกุลและสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
รายการเพื่อนคู่คิดเป็นหนึ่งในหลากหลายโครงการและกิจกรรมที่ธนาคารกรุงเทพดำเนินการภายใต้นโยบายที่มุ่งสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจไทย ให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ทางช่อง 3 HD หมายเลข 33 เวลา 08.22 น.

วันที่ 5 ก.พ. 69 ตอน TS – Teak โรงไม้สักแปรรูปครบวงจรจากสวนป่าและแนวคิด Zero Waste
วันที่ 6 ก.พ. 69 ตอน Angsa Jewelry สานต่อเครื่องประดับยัดลายดีไซน์โดยคนรุ่นใหม่
ใบสมัครออกรายการ ‘เพื่อนคู่คิด’
ผู้ประกอบการที่สนใจร่วมออกอากาศรายการเพื่อนคู่คิด สามารถ ดาวน์โหลดใบสมัคร พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และส่งกลับมาที่คุณปิ่นปินัทธ์ พัฒนจันหอมทางอีเมล: Pinpinat.Pattanachunhom@bangkokbank.com
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดต่อขอข้อมูลได้ที่
ฝ่ายการประชาสัมพันธ์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 333 ถนนสีลม กรุงเทพฯ 10500
ช่องทางอื่นๆ ที่สามารถรับชมรายการย้อนหลัง หรือรับชมข้อมูลเพิ่มเติมของรายการ
Facebook Fanpage: รายการเพื่อนคู่คิด
YouTube Channel: เพื่อนคู่คิด โดย ธนาคารกรุงเทพ
Tik Tok: เพื่อนคู่คิด
TS - Teak ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม้สักแท้จากป่าปลูกทดแทนครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของไทย ด้วยการผลิตที่ได้มาตรฐานสากลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดัน “ไม้สักจากป่าปลูก” ให้เป็นวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียมและสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน
ณัชพล สว่างเดชารักษ์ เจ้าของแบรนด์และทายาทธุรกิจโรงเลื่อยจักรท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ ธุรกิจครอบครัวที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 โดยได้รับอนุญาตให้ทำสัมปทานป่าไม้จากรัฐบาล ในช่วงแรกยังเป็นการแปรรูปไม้สักจากสักป่าธรรมชาติ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2527 จึงริเริ่มโครงการปลูกป่าขึ้น เพราะเล็งเห็นว่าจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นพื้นที่ที่ปลูกไม้สักได้ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และการปลูกป่าสักยังเป็นการสร้างความยั่งยืนในระยะยาวให้กับธุรกิจและสิ่งแวดล้อมด้วย
พื้นที่ปลูกป่าของบริษัท โรงเลื่อยจักรท่าเสา เริ่มต้นจากพื้นที่ขนาดเล็กก่อนจะขยายพื้นที่ปลูกอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปัจจุบันมีพื้นที่รวม 3,500 ไร่ โดยศึกษาวิจัยร่วมกับกรมป่าไม้และกลุ่มอาจารย์ชาวญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญเรื่องป่าสัก เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจป่าสักที่ปลูกเป็นระบบ โดยมีเทคนิคการปลูกแบบเว้นระยะ 4 x 4 เมตร เพื่อให้ต้นสักสามารถเจริญเติบโตได้ดี รับแสงแดดอย่างเหมาะสม และมีคุณภาพใกล้เคียงกับไม้สักจากป่าธรรมชาติมากที่สุด โดยเศษวัสดุที่เหลือจากการผลิต อย่างเศษฟืน ขี้เลื่อย จะถูกนำไปหมักจุลินทรีย์และนำกลับมาใช้เป็นปุ๋ยในพื้นที่ป่าปลูก ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำให้บริษัท ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกอย่าง FSC และ Green Product
‘TS - Teak’ เปลี่ยนไม้สักแปรรูปจากป่าธรรมชาติเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากป่าปลูก ด้วยความร่วมมือของทีมวิศวกรจากประเทศเยอรมนีที่มีประสบการณ์ พัฒนากระบวนการผลิตและออกแบบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานยุโรป ตอบโจทย์การใช้สอยในทุกส่วนของบ้าน ครอบคลุมตั้งแต่ไม้สักท่อนไปจนถึงสินค้าสำเร็จรูป เช่น ไม้พื้น ประตู บันได และงานไม้ตกแต่งต่าง ๆ รวมถึงได้ขยายขอบเขตการให้บริการสู่การให้คำปรึกษา ตรวจวัดหน้างาน และติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้แนวคิด “Complete Teak Solution” ธุรกิจไม้สักครบวงจรหนึ่งเดียวในประเทศไทย พร้อมมุ่งผลักดันการใช้ไม้จากป่าปลูกเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมไม้ไทยในระยะยาว
#เพื่อนคู่คิดธุรกิจคิดดี
#GoodBusinessForBetterLiving
Facebook: https://www.facebook.com/tsteakshowroom
รับชมรายการ: TS – Teak | โรงไม้สักแปรรูปครบวงจรจากสวนป่าและแนวคิด Zero Waste
Angsa Jewelry (อังซา จิวเวลรี่) แบรนด์เครื่องประดับเงินทำมือที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากจังหวัดเชียงใหม่ ชูจุดเด่นการอนุรักษ์เทคนิค ‘Filigree’ หรือ ‘งานยัดลาย’ โบราณ ที่ใช้เส้นเงินบริสุทธิ์ 99% ถักทอเป็นลวดลายประณีตกว่า 35 ขั้นตอน ผสานวัฒนธรรมล้านนาเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย จากฝีมือทายาทช่างศิลปหัตถกรรมชั้นครูที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
อังคาร อุปนันท์ เจ้าของแบรนด์ Angsa Jewelry เล่าว่า จุดเริ่มต้นของเทคนิค ‘ยัดลาย’ ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแบบหนึ่งของโลก มีต้นกำเนิดจากอียิปต์โบราณ ตั้งแต่ประมาณ 5,000 ปีที่แล้ว ก่อนจะถูกพัฒนาต่อโดยชาวกรีกโรมัน และเดินทางมายังอินเดีย จีน จนมาถึงดินแดนล้านนา โดยมีจุดเริ่มต้นที่ชุมชนบ้านกาด อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อประมาณ 50-100 ปีก่อน โดยช่างฝีมือชาวจีนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในย่าน ได้นำเทคนิคการยัดลายมาถ่ายทอดให้แก่ชาวบ้านในชุมชน ซึ่งครอบครัว ‘อุปนันท์’ โดย ครูพงษ์มิต อุปนันท์ (ช่างแดง) เป็นผู้สืบทอดและอนุรักษ์งานนี้ไว้ไม่ให้สูญหาย และได้ถ่ายทอดสู่ทายาทรุ่นต่อมา เพื่อพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย ปัจจุบันเหลือช่างฝีมือที่สามารถทำเทคนิคนี้ได้ ไม่ถึง 10 ตระกูลทั่วโลก ซึ่ง Angsa Jewelry คือหนึ่งในนั้น
กระบวนการทำเครื่องประดับยัดลาย เป็นงานหัตถศิลป์ที่ต้องใช้ความพยายามและความอดทนสูง เพราะมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและประณีตกว่า 35 ขั้นตอน โดยเริ่มจากการหลอมโลหะเงินหรือทองแท้ให้ละลาย ขึ้นรูปเป็นแท่ง ก่อนนำไปดึงให้เป็นเส้นขนาดเล็กมาก (บางครั้งเล็กเท่าเส้นผม) นำมาพันเกลียวเข้าด้วยกัน แล้วนำไปรีดให้แบนเพื่อให้เกิดลวดลายหยักที่ขอบเส้นเงิน ก่อนเข้าสู่กระบวนการทำโครง (Frame) โดยดัดเส้นเงินที่มีขนาดหนากว่าให้เป็นรูปทรงตามดีไซน์ เช่น กลีบดอกไม้ หรือตัวเรือนเครื่องประดับ แล้วใช้ปากคีบ (Tweezers) จับเส้นเงินเล็ก ๆ มาม้วน ขด หรือดัดเป็นลวดลายต่าง ๆ แล้ว ‘ยัด’ ลงในโครงที่เตรียมไว้ให้แน่นพอดีโดยไม่ต้องใช้กาว ปิดท้ายด้วยการใช้เทคนิคเขียนทองตามขอบและชุบทองขาวเพื่อยืดอายุการใช้งานและเพิ่มมิติความสวยงามให้ชิ้นงาน
นอกจากขั้นตอนที่พิถีพิถัน การออกแบบของ Angsa Jewelry ยังมีลักษณะผสมผสานความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับดีไซน์สไตล์มินิมอลและโมเดิร์น สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงความอ่อนช้อยแบบ 3 มิติ โปร่งบางเหมือนลูกไม้ น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติที่ถูกใจกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ชื่นชอบและให้คุณค่างานหัตถศิลป์ชั้นสูง ผ่านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และเห็นกระบวนการผลิตจริงที่โชว์รูมในอำเภอหางดง หรือร่วมทำเวิร์กช็อปเพื่อสัมผัสประสบการณ์ทำเครื่องประดับด้วยตนเอง
#เพื่อนคู่คิดธุรกิจคิดดี
#GoodBusinessForBetterLiving
Facebook: https://www.facebook.com/AngsaJewelry
รับชมรายการ: Angsa Jewelry | สานต่อเครื่องประดับยัดลายดีไซน์โดยคนรุ่นใหม่
ชมนาด สะตออบแห้งคืนรูปได้ นวัตกรรมหนึ่งเดียวที่ช่วยให้คนไกลบ้านได้รับประทานสะตอที่รสชาติและเนื้อสัมผัสใกล้เคียงสะตอสด เพิ่มมูลค่าพืชพื้นถิ่น พร้อมแก้ปัญหาสะตอไทยล้นตลาด
ชมนาด จินตุลา เจ้าของแบรนด์ มองเห็นปัญหาราคาสะตอตกต่ำ โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนของทุกปี สะตอในพื้นที่อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกสะตอมากที่สุดของไทย จะออกผลผลิตพร้อมกันในปริมาณมาก สะตอเป็นพืชที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น ชาวบ้านมักจะนำไปดองเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ซึ่งทำให้กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไปจากสะตอสด ชมนาด จึงคิดหาวิธีการแปรรูปที่สามารถคงคุณภาพให้ใกล้เคียงสะตอสดมากที่สุด จนมาค้นพบ ‘นวัตกรรมอบแห้งอุณหภูมิต่ำ’
ชมนาด ใช้เวลานานกว่า 2 ปี เพื่อศึกษาและวิจัยร่วมกับสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พัฒนาเทคโนโลยีอบแห้งอุณหภูมิต่ำ ควบคุมความชื้นให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยได้รับสนับสนุนทุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ในการสร้างเครื่องอบแห้งเฉพาะ จนสามารถผลิตสะตออบแห้ง ที่คืนรูปเป็นสะตอสดได้ เพียงแช่น้ำไว้ 3–4 ชั่วโมง ก็นำไปปรุงอาหารได้ โดยคงกลิ่น สี รสชาติ และเนื้อสัมผัสใกล้เคียงสะตอสด และมีอายุการเก็บรักษานานถึง 1 ปี
ชมนาด เริ่มต้นจากการเป็นวิสาหกิจชุมชน รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม และสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ผ่านการออกบูธ จนได้รับการยอมรับและขยายสู่การจำหน่ายในออนไลน์ โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นคนไทยในต่างประเทศ ในอนาคต แบรนด์ตั้งใจเติบโตควบคู่ไปกับชุมชน พร้อมต่อยอดการแปรรูปผักพื้นถิ่นอื่น ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรท้องถิ่นและสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืน
#เพื่อนคู่คิดธุรกิจคิดดี
#GoodBusinessForBetterLiving
Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=100063480491088&locale=th_TH.
รับชมรายการ: https://youtu.be/9ZNboFjWL6o
ใจบ้าน สตูดิโอ บริษัทรับออกแบบที่เชื่อว่า “การออกแบบไม่ใช่แค่เพียงการสร้างสรรค์ แต่ต้องเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและมีความสุขที่สุด”
ภควัต สัตตะรุจาวงษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและสถาปนิกแห่ง ‘ใจบ้าน สตูดิโอ’ จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มต้นจากการตระหนักถึงสภาพปัญหาในเมืองที่มีพื้นที่รกร้างจำนวนมาก การพัฒนาพื้นที่สาธารณะหลายแห่งของภาครัฐ ยังเป็นการกำหนดแนวทางจากส่วนบนลงล่าง (Top to Down) โดยขาดการรับฟังความต้องการของผู้ใช้พื้นที่ ระบบนิเวศ และธรรมชาติที่มีอยู่เดิม
ใจบ้าน สตูดิโอ หวังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างปัญหานี้ โดยมีกลยุทธ์สำคัญ คือ การใช้กระบวนการ Participatory Design หรือการออกแบบอย่างมีส่วนร่วมเข้ามาเป็นเครื่องมือ ทำหน้าที่เป็น 'คนกลาง' ที่เข้าไปลดความขัดแย้ง และเปลี่ยนเสียงบ่นของชุมชน ให้กลายเป็นโซลูชันที่สร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมาย คือ การสร้าง 'Center' หรือจุดศูนย์กลางที่จะเปลี่ยนพื้นที่ที่มีปัญหาให้กลับมามีชีวิตใน 3 มิติ คือ เมือง ชุมชน และระบบนิเวศ
หลักการออกแบบของใจบ้านสตูดิโอ ไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรมเชิงอนุรักษ์ ที่นำภูมิปัญญาและวัสดุพื้นถิ่นมาใช้เพื่อสร้างบ้านหรืออาคารที่เข้ากับสภาพอากาศและวิถีชีวิตของผู้คนเท่านั้น แต่ยังแฝงแนวคิดที่เรียกว่า ‘การออกแบบร่วมกับธรรมชาติ’ เข้าไปยังตัวอาคาร ภูมิทัศน์ ไปจนถึงเกษตรกรรมนิเวศของสถานที่หรือชุมชนนั้น ๆ ด้วย โดยมีผลงานที่สะท้อนความสำเร็จของแนวคิดดังกล่าวมากมาย เช่น
#เพื่อนคู่คิดธุรกิจคิดดี
#GoodBusinessForBetterLiving
Facebook: https://www.facebook.com/Jaibaan
รับชมรายการ: https://youtu.be/OoBDD2YKNso
Stories of Silver เครื่องประดับเงินทำมือจากภูมิปัญญาชาวกะเหรี่ยง ผ่านการออกแบบให้ร่วมสมัย ผสานเสน่ห์และกลิ่นอายของอัตลักษณ์ชนเผ่าเอาไว้ไม่ให้สูญหาย ยกระดับงานหัตถรรมไทยให้ได้การยอมรับระดับโลก
ฐิตาภา ตันสกุล ดีไซน์เนอร์และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Stories of Silver ตั้งใจหยิบยกเรื่องราวและนำเสนอภูมิปัญญาของชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง ในชุมชนพระบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ที่เชี่ยวชาญการทำเครื่องเงินมากว่าร้อยปี ซึ่งเอกลักษณ์เครื่องเงินของชาวกะเหรี่ยงที่มีเหมือนกัน คือ รูปแบบที่ไม่หลากหลาย เพราะเครื่องมือและไอเดียมีจำกัด แต่สิ่งที่พิเศษ คือ ทุกขั้นตอนทำด้วยมือทั้งหมด เครื่องเงินที่ใช้มีความบริสุทธิ์ 95 – 99 % จึงมีคุณสมบัตินุ่มและดัดขึ้นรูปง่าย หากชิ้นไหนดัดแล้วไม่ถูกใจหรือขายไม่ได้ ก็สามารถนำกลับมาหลอมใหม่ได้
Stories of Silver ต้องการสานต่อภูมิปัญญาเหล่านี้ โดยมีโจทย์ใหม่ที่ท้าทาย คือ การสร้างสรรค์เครื่องประดับที่มีดีไซน์ทันสมัย สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงงานคราฟต์เอาไว้ 100 % รวมถึงการรักษาลวดลายดั้งเดิม ที่สะท้อนตัวตนหรือรากเหง้าของท้องถิ่นไว้ ในขณะเดียวกันก็ได้พัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ ร่วมกับช่างฝีมือในชุมชน เช่น การรีดแผ่นเงินด้วยฝักหางนกยูง ซึ่งเป็นต้นไม้ที่พบได้ทั่วไปในชุมชน เพื่อสร้างพื้นผิวให้เครื่องประดับมีลวดลายคล้ายหินขัดเงิน หรือไม้ไผ่ที่คนในชุมชนใช้ในการหุงต้มอาหาร ก็ถูกหยิบมาใช้ในการสร้างสรรค์ลวดลายให้เครื่องเงินมีความโดดเด่นมากขึ้น
Stories of Silver ผลิตงานแบบพรีออเดอร์ เพื่อให้ช่างสามารถทำงานในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้เต็มที่ ส่งผลให้ชิ้นงานมีความประณีตและมีคุณภาพสูง กลุ่มลูกค้ามีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งความภาคภูมิใจของแบรนด์ คือ การได้มีโอกาสเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Milan Design Week ประเทศอิตาลี ซึ่งไม่เพียงเป็นการแสดงผลงานเครื่องประดับ แต่ยังได้ส่งต่อเรื่องราวและความงดงามของงานหัตถศิลป์ไทยให้คนทั่วโลกได้ชื่นชม
#เพื่อนคู่คิดธุรกิจคิดดี
#GoodBusinessForBetterLiving
Facebook: https://www.facebook.com/Storiesofsilver/?locale=th_TH
รับชมรายการ: https://youtu.be/XkUuvhBY2hE
Calm Outdoors เสื้อผ้าและสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ที่ออกแบบให้สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่จำกัดแค่วันออกทริป ผสานทั้งฟังก์ชันและดีไซน์ที่เรียบง่าย ที่สำคัญกระบวนการผลิตยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถูกใจสายแคมป์ปิ้งรักษ์โลกทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ณัฐพงษ์ บุษบงษ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Calm Outdoors เล่าว่า จากข้อมูลของ Global Camping Tourism Market 2024 ระบุว่า เทรนด์ธุรกิจแคมป์ปิ้งในเอเชียตะวันเฉียงใต้มีการเติบโตเฉลี่ย 45% ต่อปี ซึ่งประเทศไทยมีการเติบโตสูงที่สุดอยู่ที่ 68% และมีการคาดการณ์ว่าการเติบโตทั่วโลกจะแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ซึ่งกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนหลัก คือ คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบธรรมชาติ และชอบใช้ชีวิตกลางแจ้ง แต่ภาพจำของเสื้อผ้า Outdoor ส่วนใหญ่ ยังดูไม่เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน จึงถูกนำมาใช้ซ้ำไม่บ่อยนัก จึงอยากทำแบรนด์เสื้อผ้าและสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับสายกิจกรรมกลางแจ้ง ที่ไม่ใช่แค่ Fast Fashion แต่ต้องใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ในราคาจับต้องได้
หัวใจหลักในการออกแบบสินค้าของ Calm Outdoors คือ ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย มีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี กันแสงยูวี แห้งเร็ว น้ำหนักเบา และสวมใส่ได้ในหลายกิจกรรม ตั้งแต่แคมป์ปิ้ง กีฬา ท่องเที่ยว ไปจนถึงการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน โดยกระบวนการผลิตสนับสนุนแนวคิด Zero Waste โดยเลือกใช้ผ้าจากวัสดุรีไซเคิลอย่าง RPET (ผ้าที่ผลิตจากขวดพลาสติกใช้แล้ว) รวมถึงผ้า Dead Stock ที่เหลือจากโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน Calm Outdoors มีจำหน่ายผ่านหน้าร้านกว่า 30 สาขา โดยมีกลุ่มลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์และไต้หวัน ที่นิยมซื้อเป็นของฝาก ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ Local ของไทย ที่โดนใจนักท่องเที่ยวด้วยสินค้าคุณภาพ ดีไซน์สวยงาม ราคาเหมาะสม และมาพร้อมกับความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
#เพื่อนคู่คิดธุรกิจคิดดี
#GoodBusinessForBetterLiving
Facebook: https://www.facebook.com/livelyware
รับชมรายการ:https://youtu.be/-5AxhxGddoQ
KOSON SIAM นวัตกรรมเครื่องอบแห้งพืชผลทางการเกษตรระบบปิด ในรูปแบบ Modular Design ฝีมือคนไทย หนึ่งเดียวในโลกที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรมการอบแห้งหลายระบบเข้าไว้ในเครื่องเดียว ตอบโจทย์การการอบแห้งได้หลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมจดสิทธิบัตรแล้วกว่า 15 ประเทศทั่วโลก
ภากร โฆสนสิทธิวิทย์ เจ้าของนวัตกรรมเครื่องอบแห้งการเกษตร ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเกษตรมากว่า 40 ปี ได้มองเห็นปัญหาสำคัญของภาคการเกษตรไทยในกระบวนการอบแห้ง ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตจำพวกพืชไร่ อย่างข้าวเปลือก ข้าวโพด หรือมันสำปะหลัง ซึ่งปัญหาเดิม ๆ ที่เกษตรกรต้องพบเจอจากการตากแห้งบนลานปูน คือ ใช้พื้นที่เยอะ ผลผลิตแห้งไม่สม่ำเสมอเพราะควบคุมสภาพอากาศไม่ได้ ส่งกลิ่นและฝุ่นรบกวนชุมชนโดยรอบ หรือหากเป็นผู้ประกอบการที่ใช้เครื่องอบแห้งรุ่นเก่า ก็เผชิญปัญหาต้นทุนสูง ติดตั้งยาก ใช้เวลาอบนาน แถมยังปล่อยควันเสียออกสู่ชั้นบรรยากาศ
เครื่องอบแห้ง ‘Koson Siam Capsule Dryer’ เป็นนวัตกรรมเครื่องอบแห้งที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการอบแห้งวัตถุดิบทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบ Modular (โมดูลาร์) ที่ต้นทุนไม่สูง ประหยัดพื้นที่ ติดตั้งง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ข้อดีของการออกแบบตัวเครื่องในรูปแบบโมดูลาร์ คือ สามารถแยกส่วนหรือปรับเปลี่ยนได้สะดวก ทำให้ง่ายต่อการติดตั้ง และซ่อมบำรุง ระบบการทำงานของเครื่องเปรียบเสมือนห้องอบอิสระคล้ายตู้รถไฟ สามารถต่อขยายเพื่อเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตได้อย่างยืดหยุ่น ภายในแต่ละแคปซูลทำงานอย่างอิสระ สามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น ระยะเวลาในการอบให้เหมาะสมกับประเภทของวัตถุดิบ ส่วนพลังงานความร้อนที่ใช้กับนวัตกรรมนี้ เป็นพลังงานจากเตาผลิตก๊าซชีวมวลระบบปิด ทำให้ไม่เกิดควันหรือเขม่า จึงไม่ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญเชื้อเพลิงที่ใช้ยังรับซื้อจากชาวบ้านหรือชุมชน ซึ่งเป็นเศษวัสดุทางการเกษตรที่ต้องกำจัดทิ้งอยู่แล้ว อย่างกาบมะพร้าว ฟางข้าว กิ่งไม้ลำไย อีกทั้งยังใช้ระบบ Reloop ลมร้อน เพื่อนำพลังงานหมุนเวียนกลับมาใช้ซ้ำได้อีกด้วย
Koson Siam Capsule Dryer สามารถใช้งานกับพืชผลทางการเกษตรได้หลากหลาย ทั้งข้าวเปลือก ข้าวโพด มันสำปะหลัง ลำไย กาแฟ สมุนไพร พริกแห้ง ไปจนถึงเศษไม้ ปุ๋ยเคมี อาหารสัตว์ ตอบโจทย์เกือบทุกอุตสาหกรรม ช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรรายย่อยไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จนได้รับรางวัลชนะเลิศจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ในปี 2567 และได้รับการจดสิทธิบัตรในประเทศต่าง ๆ รวม 15 ประเทศ พร้อมขยายตลาดสู่ประเทศในแถบอาเซียน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา
#เพื่อนคู่คิดธุรกิจคิดดี
#GoodBusinessForBetterLiving
Facebook: https://www.facebook.com/rkrfarmstay
รับชมรายการ: https://youtu.be/gFrgs4dm4Zs
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่
นโยบายการใช้คุกกี้
ตั้งค่าคุกกี้
ธนาคารใช้งานคุกกี้ประเภทจำเป็นถาวรเพื่อให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานเว็บไซต์ของธนาคารได้อย่างปลอดภัยและคุกกี้ประเภทการทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกเมื่อท่านกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์อีกครั้ง นอกจากนี้ ธนาคารยังใช้คุกกี้ประเภทอื่น ได้แก่ คุกกี้ประเภทการวิเคราะห์ และคุกกี้ประเภทการโฆษณา ซึ่งหากท่านปิดการใช้งานอาจกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้ ดังนี้
ธนาคารใช้คุกกี้ประเภทนี้เพื่อวิเคราะห์หรือวัดผลการทำงานของเว็บไซต์ และเข้าใจถึงความสนใจของท่าน เพื่อนำไปบริหารจัดการ ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้ อาจทำให้ธนาคารไม่ได้ปรับปรุงหรือพัฒนาเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับสถิติการใช้งานเว็บไซต์ที่แท้จริง
ธนาคารใช้คุกกี้ประเภทนี้เพื่อนำเสนอข้อมูลหรือโฆษณาให้เหมาะสมตรงตามความสนใจและความชื่นชอบของท่าน การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้ อาจทำให้ท่านไม่ได้รับข้อมูลที่เหมาะสมหรือตรงกับความต้องการของท่าน
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร”) ให้ความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ธนาคารจึงจัดทำหนังสือนี้ เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
1. ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารจะนำมาเก็บรวบรวมและใช้ ประกอบด้วย
1.1.ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนท่านได้ ไม่ว่าทางตรง หรือ ทางอ้อม
(1) ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด ส่วนสูง น้ำหนัก ข้อมูลบนบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง เลขประจำตัวพนักงาน ข้อมูลบนบัตรประกันสังคม เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ข้อมูลบนทะเบียนบ้าน รูปถ่ายใบหน้า สัญชาติ ลายมือชื่อ ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าออกประเทศ ประวัติการศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน สถานภาพ สมาชิกภาพ ใบอนุญาตต่าง ๆ เช่น ใบอนุญาตทำงาน ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ใบอนุญาตในการประกอบอาชีพ
(2) ข้อมูลเกี่ยวกับการเงินและการทำธุรกรรม ได้แก่ รายได้ หมายเลขบัญชีเงินฝากที่ใช้สำหรับรับค่าจ้าง หมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลเกี่ยวกับการทำประกันผ่านธนาคาร ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน ความสามารถในการลงทุน ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด การถูกดำเนินคดี การถูกบังคับคดี ข้อมูลเกี่ยวกับการขอใช้สินเชื่อสวัสดิการต่าง ๆ การวิเคราะห์ความเสี่ยงและความสามารถในการชำระหนี้ ข้อมูลการชำระหนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน ข้อมูลเกี่ยวกับการหักบัญชีสำหรับรับค่าจ้างเพื่อชำระหนี้ตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลหรือหน่วยงานของรัฐ ข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกหรือการถือหน่วยลงทุนหรือการดำเนินการใด ๆ กับกองทุน สมาคม องค์กร ชมรม มูลนิธิ
(3) ข้อมูลติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail Address) หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลผู้ติดต่อที่ท่านให้ไว้กับธนาคาร ชื่อหรือบัญชีสำหรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันหรือช่องทางดิจิทัล เช่น ไลน์ กูเกิล เฟซบุ๊ก ยูทูป ทวิตเตอร์ วอทส์-แอป หรือวีแชท
(4) ข้อมูลการปฏิบัติงานและการใช้งาน ได้แก่ ชื่อหรือรหัสสำหรับการใช้บริการ (Username) รหัสผ่านสำหรับการใช้บริการ (Password) ข้อมูลเกี่ยวกับการค้นหา สถิติการเข้าดู ระยะเวลาการใช้งานผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน เวลาที่คลิกครั้งสุดท้าย (Timestamp of last click) รายการโปรด ข้อมูลถามตอบ ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ (Log File) ข้อมูลการสื่อสาร ข้อมูลจากการติดต่อผ่านโทรศัพท์ ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ สื่อสังคมออนไลน์ ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั้งในรูปแบบ เทปบันทึกเสียงหรือบันทึกการทำรายการ ภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหว
(5) ข้อมูลทางเทคนิค ได้แก่ หมายเลขอินเทอร์เน็ตโพรโทคอล (IP Address) ล็อก (Log)รหัสอุปกรณ์ (Device ID) ประเภทและเวอร์ชันของปลั๊กอิน เบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์มระบบอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ข้อมูลการตั้งค่าในอุปกรณ์ และข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ จากการใช้งานบนแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชันและระบบปฏิบัติการของธนาคาร
(6) ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรม ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจ หรือความชื่นชอบส่วนตัว ลักษณะการใช้บริการ และข้อมูลที่ได้รับจากการใช้บริการ
1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหว ซึ่งธนาคารต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนจึงจะเก็บรวบรวมได้ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา ประวัติอาชญากรรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลประกาศกำหนด
2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

