C18185AD-A831-402F-B007-9E8F1692051A
ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับงวดแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท
ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับงวดแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท
ในไตรมาส 2 ปี 2569 เศรษฐกิจไทยทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออก ที่ยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนด้านเทคโนโลยีของโลก และ การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) สะท้อนบทบาทของประเทศไทยที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก มากขึ้น อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีการค้าและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส แต่ภาพรวมยังคงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ฐานะทางการคลังยังเผชิญข้อจำกัดจากระดับหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งจำกัดความสามารถในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะมีบทบาทในการสนับสนุนการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและ บรรเทาภาระค่าครองชีพระหว่างการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนยังคงเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่เป็นแรงกดดันต่อการเติบโตในระยะข้างหน้า

ท่ามกลางพลวัตของโลกที่ยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลต่อการค้าโลก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ตลอดจนความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ธนาคารกรุงเทพพร้อมยืนเคียงข้างในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” และยังคงมุ่งมั่นให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้งสนับสนุนด้านเงินลงทุนและองค์ความรู้ที่ส่งเสริม ให้ลูกค้าสามารถปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสนับสนุนโอกาสในการขยายกิจการไปต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมนโยบาย ของภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย อาทิ โครงการ SMEs Credit Boost เพื่อสร้างโอกาสให้ SMEพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมยึดมั่นแนวทาง การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน

ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับงวดแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท

ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับงวดแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 16.2 เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงร้อยละ 12.4 จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.46 อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเงินให้สินเชื่อยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของธนาคารและชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและ บริการสุทธิปรับตัวดีขึ้น จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม รวมถึงค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดทุนและกิจกรรมการซื้อขาย ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง ส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเงินลงทุน สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลงร้อยละ 6.5 สะท้อนถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสมควบคู่กับการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 47.1 ทั้งนี้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีจำนวน 17,435 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากการดำเนินนโยบายการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง

ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพ ฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,678,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 จากสิ้นปีก่อน จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อลูกค้ากิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อ ที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.3 ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อ ผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 306.3 เป็นผลจาก การที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง

ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 จำนวน 3,212,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 83.4 ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 21.4 ร้อยละ 16.9 และร้อยละ 16.9 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
bangkokbank:assets/news/news-category/2569
2026-07-21T00:00:00
/th/about-us/news-and-media/2569/c18185ad-a831-402f-b007-9e8f1692051a
ดูรายละเอียด
true