พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1

รุ่นอายุ 3 ปี (RBP298A) และ 10 ปี (RBP368A) เสนอขายวันที่ 3 - 5 ส.ค. 69 ผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ และสาขาธนาคารกรุงเทพ

การจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1

(Government Retail Bond Aom Plus FY. B.E. 2569 No.1)

(พันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ไม่มีการออกใบพันธบัตรและสมุดพันธบัตร (Bond Book) ตลอดอายุพันธบัตร)

วงเงินจำหน่าย

วงเงิน 2,000 ล้านบาท

รุ่นอายุและอัตราดอกเบี้ย

รุ่นอายุ 3 ปี (RBP298A)

อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 1.80 ต่อปี

รุ่นอายุ 10 ปี (RBP368A)

อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 2.80 ต่อปี

วันจองซื้อ

วันที่ 3 - 5 สิงหาคม 2569

ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 2569 จนถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 5 สิงหาคม 2569

ผู้มีสิทธิ์ซื้อ

บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ภายใต้ผู้รับฝากพันธบัตรจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร ที่กระทรวงการคลังกำหนด (ผู้จัดจำหน่ายที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์)

(ผู้มีสิทธิ์จองซื้อต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ก่อน จึงจะสามารถทำรายการซื้อพันธบัตรได้ โดยรายการธุรกรรมต่าง ๆ จะปรากฏ ในช่องทางที่ผู้จัดจำหน่ายแต่ละแห่งกำหนด ไม่มีการออกสมุดพันธบัตร (Bond Book) รวมถึงไม่สามารถนำไปรวมกับพันธบัตรอื่น ๆ ในสมุดพันธบัตร (Bond Book) และพันธบัตรที่จำหน่ายผ่านวอลเล็ตสะสมบอนด์มั่งคั่ง (วอลเล็ต สบม.) ได้)

วงเงินซื้อขั้นต่ำ-
ขั้นสูงต่อราย

  • พันธบัตรราคาหน่วยละ 1,000 บาท
  • วงเงินจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (1 หน่วย) และซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท
  • วงเงินจองซื้อขั้นสูงไม่จำกัดวงเงิน และไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อต่อราย

วิธีการจัดจำหน่าย

สำหรับการจองซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพ ผู้ซื้อต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบมจ. หลักทรัพย์ บัวหลวง เพื่อใช้ฝากพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ทั้งนี้ สำหรับผู้ซื้อที่ไม่เคยเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบมจ. หลักทรัพย์ บัวหลวง สามารถเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ หรือสาขาธนาคารกรุงเทพได้

  • สาขาธนาคารกรุงเทพ: ตามเวลาเปิด-ปิดทำการของสาขา โดยในวันสุดท้าย (5 ส.ค. 69) ปิดรับจองซื้อ 15.00 น.
  • โมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ: ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 3 ส.ค. 69 ถึง 15.00 น. ของวันที่ 5 ส.ค. 69

วิธีการการชำระเงิน

กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์สาขา

  • ชำระด้วยเงินสดหรือหักบัญชีเงินฝาก
  • ชำระด้วยเช็ค
    • สั่งจ่าย

“บัญชีจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 3 ปี”

“บัญชีจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 10 ปี”

    • ลงวันที่ไม่เกินวันที่ซื้อ (ไม่รับชำระด้วยเช็คในวันที่ 5 ส.ค. 69)
    • เรียกเก็บได้ในสำนักหักบัญชีเดียวกับสาขาที่รับชำระเงินค่าพันธบัตร

กรณีซื้อผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ

  • หักเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้จองซื้อทันที เมื่อสิ้นสุดการทำรายการ

วันจัดสรรพันธบัตร

6 สิงหาคม 2569

วิธีการจัดสรร
พันธบัตร

  • ใช้วิธีการจัดสรรแบบ Small Lot First (การทยอยจัดสรรพันธบัตรเป็นรอบๆ เวียนจนครบผู้ซื้อทุกราย) โดยจัดสรรขั้นต่ำ 1,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท ในกรณีที่วงเงินพันธบัตรที่จะจัดสรรในรอบสุดท้ายไม่เพียงพอที่จะจัดสรรให้ผู้จองซื้อทุกราย จะใช้วิธีการสุ่ม (Random) โดยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อจัดสรรพันธบัตรในรอบสุดท้ายให้แก่ผู้จองซื้อจนครบวงเงินจำหน่าย ทั้งนี้ ผู้จองซื้อจะต้องชำระค่าจองซื้อพันธบัตรภายในระยะเวลาที่ผู้จัดจำหน่ายกำหนด โดยจะประกาศผลการจัดสรรพันธบัตรภายในวันที่ 6 สิงหาคม 2569
  • กรณีไม่ได้รับจัดสรรพันธบัตรเนื่องจากผิดเงื่อนไข หรือได้รับจัดสรรไม่ครบตามวงเงินที่จองซื้อ ผู้จัดจำหน่ายจะคืนเงิน ค่าจองซื้อพันธบัตรในส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรรเข้าบัญชีเงินฝากหรือบัญชีชื้อขายหลักทรัพย์ของผู้จองซื้อที่ได้แจ้งไว้ โดยไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนอื่นใด ภายในวันที่ 6 สิงหาคม 2569
  • กรณีมีเหตุสุดวิสัยจะประกาศผลการจัดสรรพันธบัตรภายในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 และผู้จัดจำหน่ายจะคืนเงินค่าจองซื้อพันธบัตรในส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรรให้ผู้จองซื้อภายหลังต่อไป
  • ผู้จองซื้อพันธบัตรจะยกเลิกการจองซื้อและขอเงินคืนไม่ได้
  • สงวนสิทธิ์ยกเลิกรายการจองซื้อกรณีที่ผู้จองซื้อดำเนินการหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนด และพิจารณาจัดสรรวงเงินพันธบัตรให้กับผู้จองซื้อตามที่เห็นสมควร
  • กรณีตรวจพบภายหลังการจัดสรรพันธบัตรว่าเป็นการซื้อที่ผิดเงื่อนไข ผู้จัดจำหน่ายจะคืนเงินให้ผู้ซื้อ โดยไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนอื่นใด

การจ่ายดอกเบี้ย

จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ในวันที่ 6 ของเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม และพฤศจิกายน ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนดไถ่ถอน โดยจ่ายดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 (เริ่มคิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ประกาศผลการจัดสรรพันธบัตร)

วันครบอายุไถ่ถอน

6 สิงหาคม 2572

6 สิงหาคม 2579

การจ่ายดอกเบี้ย

 

ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร (e-Dividend) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้รับหลักประกันตามที่ตกลงกัน หรือผู้รับตามที่ ธปท. กำหนด (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ที่ได้แจ้งไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือผูกไว้กับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในวันที่จ่ายดอกเบี้ย

 

การเสียภาษี

  • ธนาคารแห่งประเทศไทยจะหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร (บุคคลธรรมดาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ของดอกเบี้ยที่ได้รับ)
  • ผู้ซื้อจะได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทางไปรษณีย์ และทางอินเทอร์เน็ต โดยสามารถลงทะเบียนใช้บริการได้ที่ www.bot.or.th หัวข้อบริการจาก ธปท. > บริการด้านพันธบัตรและตราสารหนี้ > บริการ ezyBond (https://services.bot.or.th/bond) หรือช่องทางอื่นตามที่ ธปท. กำหนด

การจ่ายคืนเงินต้น

เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน

ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร (e-Dividend) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้รับหลักประกันตามที่ ตกลงกัน หรือผู้รับตามที่ ธปท. กำหนด (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ที่ได้แจ้งไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือผูกไว้กับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันทำการถัดไป

 

การเปลี่ยนแปลง
ชื่อ ที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ย/เงินต้น และการทำธุรกรรมภายหลังการซื้อพันธบัตร

ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถติดต่อบริษัทหลักทรัพย์ที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ฝากพันธบัตรไว้ ได้แก่

  • การใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันการซื้อขายหลักทรัพย์ การขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน และการโอนเปลี่ยนมือ/กรรมสิทธิ์ ให้กระทำได้ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ไม่สามารถทำธุรกรรมได้ตั้งแต่วันปิดสมุดทะเบียน เพื่อจ่ายคืนเงินต้นตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด
  • การโอนทางมรดก การแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า การล้มละลาย การชำระบัญชี ให้กระทำได้หลังจากวันที่ได้รับจัดสรรพันธบัตร 2 วันทำการ

ทั้งนี้ การทำธุรกรรมเกี่ยวกับพันธบัตรอาจมีค่าธรรมเนียม ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการของบริษัทหลักทรัพย์แต่ละแห่ง โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อบริษัทหลักทรัพย์ที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ฝากพันธบัตรไว้

 

 

 

พันธบัตรรุ่นนี้เป็นแบบไร้ใบตราสาร ผู้ซื้อจะต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งธนาคารกรุงเทพเปิดให้ผู้สนใจเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา และโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวงแล้ว ไม่ต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่ สามารถใช้เลขที่บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เดิมซื้อพันธบัตรรุ่นนี้ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

การเปิดบัญชีหลักทรัพย์เพื่อฝากพันธบัตร

สำหรับการจองซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพ ผู้ซื้อต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง เพื่อใช้ฝากพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” โดยชื่อผู้ซื้อพันธบัตรจะต้องตรงกันกับชื่อเจ้าของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

ทั้งนี้ สำหรับผู้ซื้อที่ไม่เคยเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง สามารถเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ หรือสาขาธนาคารกรุงเทพได้

เอกสารประกอบการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาหน้าแรกของบัญชีธนาคารกรุงเทพ และสำเนาหลักฐานทางการเงินย้อนหลัง 3 เดือน

ธนาคารเป็นเพียงผู้ให้บริการแนะนำการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เท่านั้น ธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาอนุมัติการเปิดบัญชี และการซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งดำเนินการโดยบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง

กรณีผู้ซื้อประสงค์ซื้อพันธบัตรผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ
  • ผู้ซื้อที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวงแล้ว สามารถสร้างโปรไฟล์ผู้ซื้อหลักทรัพย์ โดยกำหนดวิธีรับหลักทรัพย์เข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับตลาดแรก เป็นบัญชีที่ท่านมีกับบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS)
  • สามารถซื้อได้ผ่านเมนู “การลงทุน” > เลือก “หลักทรัพย์” > แถบเมนู "ตลาดแรก" > เลือกรุ่นพันธบัตรที่ต้องการจองซื้อ

วิธีการสร้างโปรไฟล์ผู้ซื้อหลักทรัพย์ วิธีการจองซื้อพันธบัตรตลาดแรก
หลักฐานที่ได้รับจากการซื้อพันธบัตร
  • กรณีซื้อพันธบัตรผ่านช่องทางสาขา ผู้ซื้อจะได้รับสำเนาใบจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” เป็นหลักฐานการทำรายการ
  • กรณีซื้อพันธบัตรผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ ผู้ซื้อจะได้รับใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (e-Slip) เป็นหลักฐานการทำรายการ
การประกาศผลการจัดสรร
  •  ธนาคารจะส่ง SMS แจ้งผลการจัดสรร และการคืนเงินให้ลูกค้าทราบภายในวันที่ 6 ส.ค. 69 ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ท่านได้ให้ไว้กับธนาคาร ซึ่งจะมีการระบุเลขที่อ้างอิงการจองซื้อพันธบัตรแต่ละรายการของท่าน โดยสามารถนำเลขที่อ้างอิงดังกล่าวใช้ตรวจสอบผลการจัดสรรพันธบัตรที่จองซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพ ได้ที่เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ หรือช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. 69
  • กรณีไม่ได้รับจัดสรรพันธบัตรเนื่องจากผิดเงื่อนไข หรือได้รับจัดสรรไม่ครบตามวงเงินที่จองซื้อ ธนาคารจะคืนเงินค่าจองซื้อพันธบัตรในส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรรให้ผู้จองซื้อ โดยไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนอื่นใด ภายในวันที่ 6 ส.ค. 69
  • ทั้งนี้ สำหรับผลการนำฝากพันธบัตรของลูกค้า สามารถตรวจสอบได้ที่ช่องทางของบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง
ธุรกรรมหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์

การทำรายการธุรกรรมหลังการขาย ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงชื่อที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ยและต้นเงิน การโอนกรรมสิทธิ์ การใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน และการซื้อขายพันธบัตรตลาดรอง สามารถทำธุรกรรมได้ผ่านบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ที่ลูกค้านำฝากพันธบัตรไว้ โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1

ข้อกำหนดอื่นๆ
  • ผู้จองซื้อพันธบัตรจะยกเลิกการจองซื้อและขอเงินคืนไม่ได้
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะนายทะเบียนพันธบัตร จะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากของท่านที่แจ้งไว้กับบมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง สำหรับรับดอกเบี้ยและเงินต้นพันธบัตร 
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย จะหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ย ตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร (บุคคลธรรมดาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอรับเอกสารรู้ก่อนซื้อพันธบัตรได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ หรือโทร. 1333

หมายเหตุ: ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณ
ในทุกธุรกรรมทางการเงิน

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณในทุกธุรกรรมทางการเงิน

คุณกำลังจะออกจากเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ