สารจากประธานกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่

ตลอดปี 2568 ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่หลายประการ ตั้งแต่แผ่นดินไหวและเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ไปจนถึงข้อพิพาทชายแดนและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความท้าทายเหล่านี้ตอกย้ำความสำคัญของยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของธนาคารซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความสามารถในการฟื้นตัว และการดูแลสิ่งแวดล้อม และสังคมส่วนรวม

ในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” ธนาคารสนับสนุนลูกค้าให้ก้าวผ่านทุกความท้าทาย โดยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความเสี่ยงพร้อมชี้โอกาสในการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนให้แก่ลูกค้า ซึ่งสอดรับกับความมุ่งมั่นของธนาคารในการสนับสนุนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และยังตรงกับปณิธานของธนาคารในการเป็นธนาคารที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยอยู่ในระดับสูง ประชาชนจำนวนมากประสบความยากลำบากในการชำระหนี้ ส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อีกทั้งจำนวนรถและบ้านที่ถูกยึดเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ เพื่อช่วยลูกหนี้กลุ่มเปราะบางและธุรกิจขนาดเล็กในการจัดการหนี้ ธนาคารได้เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง เช่น “คุณสู้ เราช่วย” ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2569 เพื่อช่วยให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถฟื้นตัวทางการเงินและเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง

ธนาคารได้เพิ่มเติมมาตรการรักษาความปลอดภัยในระบบงานของธนาคาร รวมถึงบริการโมบายแบ้งก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างปลอดภัย และได้ขยายโครงการส่งเสริมความรู้ทางการเงินด้วยการเปิดตัว Grow Club เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างปลอดภัยพร้อมเคล็ดลับการบริหารจัดการเงินผ่านทางเว็บไซต์ของธนาคาร

ในปี 2568 ประเทศไทยได้เผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่หลายครั้งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ธนาคารได้ดำเนินการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การลดค่างวด การพักชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว การผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และการสนับสนุนสินเชื่อใหม่ อีกทั้งได้ขยายความช่วยเหลือไปยังพนักงานธนาคาร และเปิดรับบริจาคเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ตลอดจนพัฒนาการของนโยบายที่เกี่ยวข้อง เช่น การกำหนดมาตรการราคาคาร์บอนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป และมาตรการที่อยู่ภายใต้กฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย กำลังจะกลายเป็น “ความปกติใหม่” สำหรับภาคธุรกิจ ธนาคารช่วยลูกค้าให้สามารถเตรียมรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น โดยการให้คำปรึกษาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อช่วยให้ลูกค้าลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ปรับตัวรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เตรียมรับมือกับกฎระเบียบต่าง ๆ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และก้าวหน้าไปในเส้นทางของการเปลี่ยนผ่าน นอกจากการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ทางการเงินสีเขียวและผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านแล้ว ธนาคารยังได้เปิดตัวหลักสูตร The Great Green Transition เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเรียนรู้วิธีคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกพร้อมการจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ และการพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของธุรกิจ นอกจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงอุบัติใหม่ ธนาคารได้ยกระดับการบริหารความเสี่ยงองค์กร โดยการกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการของธนาคารต่อไปในอนาคต

ธนาคารได้กำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) จากการดำเนินงานของธนาคาร (ขอบเขตที่ 1 และ 2) ภายในปี 2578 และจากการให้สินเชื่อและการลงทุน (ขอบเขตที่ 3 ประเภทที่ 15) ภายในปี 2593 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศในปัจจุบัน ซึ่งได้ปรับให้เร็วขึ้นจากเดิมปี 2608 มาเป็นปี 2593

ยุทธศาสตร์ระยะยาวของธนาคารพัฒนาจากแนวโน้มหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การรวมกลุ่มในภูมิภาค การเข้าสู่ยุคดิจิทัล และการขยายตัวของเมือง ขณะที่ยุทธศาสตร์ระยะกลางในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ การสร้างพันธมิตรด้านแพลตฟอร์ม การสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงทางการเงิน การสร้างองค์กรอัจฉริยะ และการสร้างรากฐานองค์กรที่แข็งแกร่ง ธนาคารเชื่อว่าการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะช่วยให้ธนาคารเติบโตได้อย่างยั่งยืน ช่วยให้ลูกค้าลดความเสี่ยงและค้นพบโอกาสทางธุรกิจ พร้อมสรรค์สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

ธนาคารขอขอบคุณลูกค้า ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และพนักงานทุกท่าน ที่ได้ให้ความไว้วางใจและให้การสนับสนุนธนาคารมาโดยตลอด ธนาคารหวังว่าจะได้ร่วมทำงานกับทุกท่านเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ที่นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในปีนี้และต่อไปในอนาคต

วิถีสู่ความยั่งยืน

แนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน


ในปัจจุบัน ธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทายหลากหลาย รวมถึงความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ความท้าทายเหล่านี้มีความซับซ้อนและมีความเชื่อมโยงกันในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นได้ทั้งความเสี่ยงและโอกาสของธุรกิจ การปรับตัวรับความท้าทายอย่างเหมาะสมและทันท่วงทีจึงต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ รอบด้าน ธนาคารผนวกมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ไว้ในกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ โดยนำประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่ได้จากกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมาใช้เป็นจุดตั้งต้นในกำหนดกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน พร้อมระบุความมุ่งมั่น ตัวชี้วัด และเป้าหมายของแต่ละประเด็นนอกจากนี้

ธนาคารกำหนดนโยบายด้านความยั่งยืนเพื่อเป็นแนวทางขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีและยังสามารถลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสทางธุรกิจได้ในขณะเดียวกัน ดังนี้

  1. การบริหารจัดการความเสี่ยง การปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยง การบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบและรอบด้าน ครอบคลุมประเด็นที่มีนัยสำคัญทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงความเสี่ยงด้าน ESG และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกับติดตามสถานการณ์และประเมินโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  2. การบริหารทรัพยากรบุคคล การปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ การดูแลความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานที่ทำงาน การส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี และการพัฒนาทักษะความรู้ของพนักงาน
  3. การกำกับดูแลกิจการที่ดี การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของทางการ การนำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาปรับใช้ในองค์กร การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจและนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งติดตามดูแลให้เกิดการปฏิบัติทั่วทั้งองค์กร
  4. การสร้างสรรค์คุณค่าที่ยั่งยืนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมความรู้ทางการเงินและการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง การสนับสนุนทางการเงินเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินงานของธนาคาร และการส่งเสริมคู่ค้าให้ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ธนาคารมีปัจจัยสนับสนุนการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผล คือ การกำกับดูแลด้านความยั่งยืน การสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย และการเสริมสร้างศักยภาพของคณะกรรมการและพนักงานทุกระดับ


แนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน



การประเมินความสำคัญและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย

ธนาคารตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจและการกระชับความสัมพันธ์ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายร่วมกันระหว่างธนาคารกับผู้มีส่วนได้เสีย กระบวนการมีส่วนร่วมดังกล่าวช่วยให้ธนาคารทราบถึงความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตลอดจนผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบจากการดำเนินธุรกิจของธนาคารที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน และใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงานให้ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียได้ดียิ่งขึ้น โดยธนาคารยึดหลักการตามมาตรฐานสากล AA1000 AccountAbility Principles (2018) ได้แก่ 1. การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม 2. การพิจารณาประเด็นที่สำคัญต่อธนาคารและผู้มีส่วนได้เสีย 3. การตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และ 4. ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย นอกจากนี้ ยังมีการรายงานผลการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการเป็นประจำทุกปี


ขั้นตอนการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย

  1. การระบุผู้มีส่วนได้เสีย: การระบุผู้มีส่วนได้เสียโดยอาศัยเกณฑ์ความรับผิดชอบ อำนาจโน้มน้าว ความสัมพันธ์ การพึ่งพา และผลกระทบ จากการดำเนินธุรกิจของธนาคารที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย
  2. การประเมินระดับผลกระทบจากกิจกรรมของธนาคารที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย: การประเมินผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของธนาคารครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิงแวดล้อม รวมถึงด้านสิทธิมนุษยชน
  3. การประเมินระดับอำนาจโน้มน้าวของผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อธนาคาร: การประเมินครอบคลุมอำนาจโน้มน้าวของผู้มีส่วนได้เสียในด้านการเงิน การดำเนินงาน กฎระเบียบข้อบังคับ ความเสี่ยง กลยุทธ์และทิศทางธุรกิจ
  4. การจัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสีย: ผู้มีส่วนได้เสียของธนาคารแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ตามระดับผลกระทบของที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับจากการดำเนินงานของธนาคาร และระดับอำนาจโน้มน้าวที่ผู้มีส่วนได้เสียมีต่อธนาคาร ได้แก่ 1. ผลกระทบมาก อำนาจโน้มน้าวมาก 2. ผลกระทบมาก อำนาจโน้มน้าวน้อย 3. ผลกระทบน้อย อำนาจโน้มน้าวมาก และ 4. ผลกระทบน้อย อำนาจโน้มน้าวน้อย

การระบุและประเมินความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสีย

  1. การระบุผู้มีส่วนได้เสีย: การระบุผู้มีส่วนได้เสียพิจารณาจากปัจจัยที่สำคัญ เช่น ความรับผิดชอบที่ธนาคารมีต่อผู้มีส่วนได้เสีย อิทธิพลที่ผู้มีส่วนได้เสียมีต่อธนาคาร การพึ่งพาอาศัยธนาคาร และรูปแบบของความสัมพันธ์
  2. การประเมินความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสีย: การประเมินผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของธนาคารครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิงแวดล้อม รวมถึงด้านสิทธิมนุษยชน
  3. การประเมินระดับอำนาจโน้มน้าวของผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อธนาคาร: การประเมินความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียพิจารณาจาก 2 ปัจจัย คือ 1. ระดับความสนใจของผูู้้มีส่วนได้เสียที่มีต่อการดำเนินงานของธนาคาร ซึ่งอาจเกิดจากการได้รับผลกระทบเชิงบวกหรือเชิงลบจากการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือการมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของธนาคาร และ 2. ระดับอิทธิพลที่ผู้มีส่วนได้เสียมีต่อการดำเนินงานของธนาคาร ซึ่งรวมถึงการมีอำนาจเปลี่ยนแปลงหรือมีอิทธิพลในการตัดสินใจในด้านใดด้านหนึ่งของธนาคาร

 

การประเมินดังกล่าวแบ่งผู้มีส่วนได้เสียเป็น 4 ประเภท ดังนี้


  • ผู้เล่นหลัก: กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่มีความสนใจสูงและมีอิทธิพลสูง ซึ่งธนาคารต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียที่อยู่ในกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด
  • ผู้แสดงความสนใจ: กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่มีความสนใจสูง แต่มีอิทธิพลน้อย ซึ่งธนาคารต้องมีการสื่อสารและให้ข้อมูลการดำเนินงานของธนาคารอย่างต่อเนื่อง 
  • ผู้กำหนดบริบท: กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่มีความสนใจน้อย แต่มีอิทธิพลสูง ซึ่งธนาคารต้องรักษาระดับความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มนี้ 
  • ผู้มีความสนใจน้อย: กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่มีความสนใจและอิทธิพลน้อย ซึ่งธนาคารจะมีการติดตามความเห็นบ้างเป็นครั้งคราว

 

ทั้งนี้ ธนาคารนำผลการระบุและประเมินดังกล่าวไปใช้ในการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนแบบ 2 มิติ และใช้ในการกำหนดแนวทางการสร้างการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละประเภท

 

การสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย

 

ธนาคารเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความหวังและความต้องการ ตลอดจนผลกระทบที่ได้รับจากการดำเนินธุรกิจของธนาคารผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ธนาคารทราบความคาดหวังและความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของธนาคาร ธนาคารได้นำความคิดเห็นที่ได้รับมาพิจารณากำหนดแนวทางการตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม รวมถึงแสวงหาความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทุกกลุ่ม ผู้มีส่วนได้เสียของธนาคารแบ่งเป็น 8 กลุ่ม ได้แก่ 1. หน่วยงานกำกับดูแล 2. ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน 3. พนักงาน 4. เจ้าหนี้ 5. ลูกค้า (ลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคล) 6. สถาบันการเงินอื่น 7. คู่ค้า (ผู้ขายสินค้า ผู้ให้บริการภายนอก และผู้รับเหมาจัดจ้าง) และ 8. ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม (รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแล ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน)

 

การกำหนดประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

ธนาคารได้จัดการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนแบบ 2 มิติ (Double Materiality) ซึ่งพิจารณาจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกิจกรรมทางธุรกิจของธนาคาร (Impact Materiality) ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละประเด็นสำคัญ โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม (Stakeholders Engagement) อีกทั้งพิจารณาผลกระทบของประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่มีต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคารในด้านการเงินหรือด้านชื่อเสียง (Financial Materiality) ผลการประเมินทั้ง 2 มิติ ถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือกและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืนของธนาคาร ทั้งนี้ ธนาคารมีการทบทวนประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนปีละครั้งเพื่อให้มั่นใจว่ามีความเหมาะสมกับสถานการณ์อยู่เสมอ


กระบวนการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนของธนาคาร

  1. การศึกษาทำความเข้าใจบริบทด้านความยั่งยืนขององค์กร
  2. การระบุและประเมินผลกระทบ
  3. การจัดลำดับความสำคัญประเด็นด้านความยั่งยืน
  4. การตรวจทานและทบทวนประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

การจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนแบบ 2 มิติ


การจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนแบบ 2 มิติ

การดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ธนาคารสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals: UNSDG) ผ่านการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของธนาคาร โดยธนาคารได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนไว้ 5 แนวทาง แบ่งออกเป็นประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน 17 ประเด็น ซึ่งแต่ละประเด็นได้ถูกหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจของธนาคาร เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และร่วมสร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะส่งผลให้ธนาคารสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

การมีส่วนร่วมขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน และการสนับสนุนองค์กรภายนอก

การประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ธนาคารสนับสนุนและร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ในการขับเคลื่อนภารกิจด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 ธนาคารเป็นผู้สนับสนุนการจัดงาน Bloomberg Sustainable Business Summit 2025 เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกับนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก โดยผู้บริหารของธนาคารได้เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “ASEAN's Transition Journey” และ “Thailand: Transition to Low Carbon Economy” และธนาคารได้สนับสนุนการจัดงาน Economist Impact: Sustainability Week Asia 2025 โดยนิตยสาร The Economist เพื่อนำเสนอมุมมองจากผู้นำทางธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญในการสร้างความยั่งยืนในธุรกิจ โดยผู้บริหารของธนาคารได้เข้าร่วมสัมภาษณ์พิเศษหัวข้อ “มุมมองของนักการธนาคารต่อการสร้างโอกาสทางธุรกิจในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” นอกจากนี้ ธนาคารได้เข้าร่วมออกบูธในงานมหกรรมความยั่งยืน Sustainability Expo 2025 ภายใต้แนวคิด “Growing Together - เติบโต เคียงข้าง ยั่งยืน” โดยนำเสนอเรื่องราวความสำเร็จของโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของธนาคาร การสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน


การเป็นสมาชิกขององค์กรต่าง ๆ

ธนาคารเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กร เครือข่ายสมาคม และหน่วยงานต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ในด้านการพัฒนาระบบสถาบันการเงิน การแลกเปลี่ยนความรู้หรือหลักปฏิบัติที่ดี ตลอดจนการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ ในปี 2568 ธนาคารในฐานะสมาชิกก่อตั้งเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานประเทศไทย (TSCN) ได้จัดสัมมนาหัวข้อ “Thailand Sustainability Academy (TSA): Train the Trainer” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ประกอบการในเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ การประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก การพัฒนานโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจ





5 กลุ่มประเด็นด้านความยั่งยืน

การบริหารจัดการเพื่อดูแลสุขภาพการเงินของลูกค้าและธนาคาร พร้อมสร้างความมั่นใจว่าธนาคารสามารถรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ และฟื้นตัวจากภาวะวิกฤตได้อย่างราบรื่น

การจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤต

การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ สนับสนุนกิจกรรมเพื่อความยั่งยืน ส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงินและการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง ร่วมพัฒนาชุมชน พร้อมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

การเงินเพื่อความยั่งยืน

การให้บริการทางการเงินอย่างทั่วถึง

การแสดงความรับผิดชอบและสร้างคุณค่าต่อสังคม

การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนฟุตพริ้นท์

การดำเนินธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อ สืบสานและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า

การให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล

การจัดการด้านลูกค้าสัมพันธ์

การดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

การมุ่งสู่การเป็นที่ทำงานที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ มีความปลอดภัย เอื้อต่อการปฏิบัติงานและพัฒนาทักษะต่อเนื่อง เติมเต็มความใฝ่ฝันของพนักงานทั้งด้านการงานและส่วนตัว

การดึงดูดและพัฒนาพนักงาน

การดูแลสวัสดิการและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

การยึดมั่นในหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาลที่ดี ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ ควบคู่กับการเคารพสิทธิมนุษยชน ไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ และส่งเสริมจรรยาบรรณคู่ค้า

การกำกับดูแลกิจการ

จริยธรรมทางธุรกิจ

แบบ 56-1 One Report / รายงานประจำปี และรายงานความยั่งยืน

*แบบ 56-1 One Report เริ่มปี 2564
*แบบ 56-1 One Report เริ่มปี 2564
*แบบ 56-1 One Report เริ่มปี 2564

รายงานความยั่งยืนปี 2565

ฉบับเต็ม

*แบบ 56-1 One Report เริ่มปี 2564

แบบ 56-1 One Report
ปี 2564

ฉบับเต็ม เอกสารแนบ

รายงานความยั่งยืนปี 2564

ฉบับเต็ม

*แบบ 56-1 One Report เริ่มปี 2564

ความยั่งยืน

โครงการ The Great Green Transition

สร้างความพร้อมให้กับธุรกิจ เพื่อก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณ
ในทุกธุรกรรมทางการเงิน

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณในทุกธุรกรรมทางการเงิน

คุณกำลังจะออกจากเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ