การให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล

ความมุ่งมั่น


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อีกทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม

ความสำคัญ


การให้บริการทางการเงินในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องมีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยเป็นพื้นฐาน พร้อมทั้งต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการทางการเงินของลูกค้าที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา ธนาคารปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมและทันเวลา ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การปรับปรุงกระบวนการทำงานให้รวดเร็วขึ้นในขณะที่มีความผิดพลาดน้อยลง และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะความรู้ด้านเทคโนโลยีของพนักงานตลอดจนการพัฒนาศักยภาพทางเทคโนโลยีขององค์กร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

การจัดการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล

การจัดการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลของธนาคารเป็นการร่วมมือในการทำงานระหว่างสายเทคโนโลยี ฝ่ายนวัตกรรม สายปฏิบัติการสนับสนุน และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงหน่วยงานธุรกิจที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์และบริการ โดยสายเทคโนโลยี มีหน้าที่พัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการทำงานและการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของหน่วยงานต่าง ๆ ฝ่ายนวัตกรรม มีหน้าที่วิจัย พัฒนา และจัดการเทคโนโลยีเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของธนาคาร แสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อร่วมพัฒนาและเชื่อมต่อเทคโนโลยีรวมถึงสร้างระบบนิเวศทางดิจิทัล และยังมีหน้าที่วางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดการ และเรียกใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทั้งภายในและภายนอกธนาคาร สายปฏิบัติการสนับสนุน มีหน้าที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและพัฒนาระบบงานที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ภายในธนาคาร โดยยึดความต้องการของผู้ใช้งานและผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ธนาคารยังได้จัดตั้งบริษัท บัวหลวงเวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทธุรกิจเงินร่วมลงทุน เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้แก่เอสเอ็มอีและสตาร์ตอัปที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บัวหลวงเวนเจอร์สลงทุนในธุรกิจดิจิทัลหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฟินเทค เทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กร นวัตกรรมและบริการด้านสุขภาพ หรือเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจเหล่านี้มีความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน ตลอดจนเพื่อแสวงหาโอกาสทางเทคโนโลยีและทางธุรกิจให้กับธนาคาร

การขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี

ธนาคารให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบนิเวศข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบการทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ดีขึ้น ช่วยให้ธนาคารมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมา ธนาคารได้มีการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้


  • การปรับปรุงระบบงานหลักของธนาคารให้มีความทันสมัยและสามารถรองรับการเติบโตของธนาคารดิจิทัล รวมถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการและชุดข้อมูลให้เชื่อมโยงและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร นำไปสู่กระบวนการทำงานแบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและต้นทุนต่ำลง
  • การนำรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมาใช้ รวมถึงการทำงานแบบมีความคล่องตัว และเน้นผลลัพธ์ การลดลำดับขั้นตอนการทำงาน การส่งเสริมให้พนักงานได้ทดลองและเรียนรู้ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่โดยการรวมพนักงานจากสายงานต่าง ๆ เป็นทีมเดียวกัน ทำงานโดยมีเป้าหมายเดียวกัน
  • การนำรูปแบบกระบวนการคิดเชิงออกแบบ มาใช้ในการวิเคราะห์ความต้องการและทำความเข้าใจลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนวทางการตอบสนองที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม
  • การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในสายงานต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น Robotic Process Automation (RPA) Optical Character Recognition (OCR) Artificial Intelligence (AI) Large Language Models (LLM) และ Microsoft Copilot เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความผิดพลาดที่เกิดจากคน และลดระยะเวลาในการทำงาน
  • การสร้างแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถรองรับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ได้ในหลาย ๆ ด้าน และผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ตลอดจนแบบจำลอง Machine Learning/Artificial Intelligence และ Business Intelligence เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลและค้นหาข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเชิงธุรกิจ
  • การนำแอปพลิเคชัน Microsoft 365 ซึ่งรวมถึงเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Microsoft Power Platform และ Microsoft Copilot มาใช้ในกระบวนการทำงานภายใน ช่วยให้สามารถทำงานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสรุปรายงานประชุม การค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูล การสร้าง Dashboard หรือการสรุปข้อมูลสำคัญ
  • การวางโครงสร้างการกำกับดูแลข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อกำกับดูแลและบริหารจัดการข้อมูลของธนาคารให้เป็นระบบระเบียบ ปลอดภัย ลดความเสี่ยงด้านการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้งานข้อมูล
  • การปรับปรุงระบบการชำระเงินทางดิจิทัลให้มีความมั่นคงและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเตรียมความพร้อมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการชำระเงินรูปแบบใหม่ และการขยายบริการการชำระเงินทางดิจิทัลข้ามพรมแดนให้ครอบคลุมประเทศสำคัญต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • การพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคตให้แก่พนักงานในหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นธนาคารดิจิทัล
  • การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลร่วมกับพันธมิตรของธนาคาร รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงธนาคารเข้ากับลูกค้า ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ของลูกค้า


การยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน

ธนาคารได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสนับสนุนแห่งอนาคต (Operations of the Future) เพื่อทำหน้าที่ปรับปรุงระบบการทำงานภายใน ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ย่นระยะเวลาการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยมีเป้าหมายความเป็นเลิศ 5 ด้าน ได้แก่

 




การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่

ธนาคารได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและขยายฐานลูกค้า ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง โดยกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เริ่มจากการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน การศึกษาปัญหา และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย การกำหนดขอบเขต วัตถุประสงค์ และเป้าหมายของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ การออกแบบและกำหนดรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และบริการ การประเมินและจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น ความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต้นแบบ การทดสอบผลิตภัณฑ์และบริการกับผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย การรวบรวมความคิดเห็นหลังการทดสอบ การปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดและพัฒนาต่อจนสมบูรณ์แบบ จากนั้นจึงนำออกสู่ตลาดและเปิดให้ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการอย่างเป็นทางการ

ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่สำคัญ
โมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ

ธนาคารได้พัฒนาโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้สะดวก ทันสมัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัล ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพมีฟีเจอร์ใหม่ในปี 2568 ดังนี้

  • บริการเมนู “คู่หูการเงิน” ให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการ ของธนาคารได้สะดวกขึ้น พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล
  • บริการสแกนใบหน้าเพื่อป้องกันภัยทุจริต เมื่อชำระเงินหรือเติมเงินมูลค่า 50,000 บาทต่อครั้ง (หรือตามที่ลูกค้ากำหนดสำหรับการสแกนใบหน้า) หรือทำรายการมูลค่ารวมทุก ๆ 200,000 บาทต่อวัน
  • บริการแจ้งเตือนผ่าน Push Notification แบบทันที สำหรับรายการเงินออกจากบัญชีเงินฝาก ไม่มีจำนวนเงินขั้นต่ำ และไม่มีค่าใช้จ่าย
  • บริการสแกนคิวอาร์ โค้ดที่ สปป. ลาว กับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ LAO QR เพื่อชำระค้าสินค้าและบริการ
  • เพิ่มช่องทางในการลงทุนตราสารหนี้แบบไร้ใบตราสารในตลาดรอง
  • บริการถอนเงินไม่ใช้บัตรที่เครื่องเอทีเอ็ม ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์
  • บริการควบคุมการใช้งานบัตรเดบิต โดยสามารถล็อกและปลดล็อกการใช้งานได้ตามหมวดหมู่
  • บริการสมัครและจัดการบัตรเติมเงิน Bangkok Bank Travel Card ซึ่งรองรับการใช้จ่ายทั้งสกุลเงินบาทและ 11 สกุลเงินต่างประเทศ (AUD, CAD, CNY, CHF, EUR, GBP, HKD, JPY, NZD, SGD, USD)


บริการ Cross-Border QR Payment ที่รองรับการชำระเงินข้ามพรมแดนสำหรับลูกค้าโมบายแบงก์กิ้ง

ธนาคารเปิดให้บริการ Cross-Border QR Payment ซึ่งลูกค้าสามารถสแกน QR Code ของร้านค้าในต่างประเทศผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ (TH-Outbound) เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยธนาคารจะหักเงินจากบัญชีเงินฝากสกุลเงินบาทที่ผูกไว้ พร้อมใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะที่ทำรายการแบบ Real-time และส่ง e-Slip ยืนยันการทำรายการแก่ผู้ใช้บริการทันทีเมื่อทำรายการสำเร็จ ในทางกลับกัน ร้านค้าในประเทศไทยสามารถรับชำระเงินเป็นสกุลเงินบาทจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารในต่างประเทศ (TH-Inbound) ที่เข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน ปัจจุบันบริการ Cross-Border QR Payment ครอบคลุมเครือข่ายความร่วมมือ 9 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว ฮ่องกง กัมพูชา เกาหลีใต้ และจีน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อรองรับการชำระเงินข้ามพรมแดนที่เพิ่มความสะดวก มั่นใจ ไร้รอยต่อ โดยมีรายละเอียดการให้บริการ ดังนี้


  • ร้านค้ารับชำระเงินในประเทศไทย (TH-Inbound): บริการดังกล่าวรองรับสำหรับเครือข่ายความร่วมมือรวม 9 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว กัมพูชา ฮ่องกง เกาหลีใต้ และจีน โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถสังเกตสัญลักษณ์ Cross-Border QR Payment สำหรับการสแกนจ่าย ณ ร้านค้าในประเทศไทย
  • บริการชำระเงินผ่าน โมบายแบงก์กิ้งของธนาคาร (TH-Outbound): บริการดังกล่าวรองรับสำหรับเครือข่ายความร่วมมือ รวม 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว และฮ่องกง โดยสามารถสังเกตสัญลักษณ์สำหรับการสแกนจ่าย ณ ประเทศต่าง ๆ ดังนี้


บริการ Bangkok Bank Merchant Pro

ธนาคารได้เปิดตัวบริการ Bangkok Bank Merchant Pro ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันรับเงินผ่าน QR Code พร้อมฟีเจอร์หลากหลายที่ตอบโจทย์ร้านค้า


  • ใช้งานง่ายและปลอดภัย โดยสามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันได้ด้วยเบอร์มือถือ รหัสผ่าน หรือการสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือ
  • สรุปข้อมูลแบบเรียลไทม์ ผ่าน Dashboard แสดงยอดขายแบบเรียลไทม์ และสามารถดูสรุปยอดรายวันแยกตามช่องทางรับเงินได้ทันที
  • จัดการสินค้าได้ภายในแอป สามารถใส่รูปสินค้าพร้อมราคา มีตะกร้าสินค้า และสามารถสร้าง QR Code สำหรับชำระเงินเป็นรายตะกร้าสินค้าได้
  • สะดวกแม้ร้านค้าที่มีหลายสาขา ซึ่งพนักงานในร้านที่ทำหน้าที่รับเงินหลายคนก็สามารถรับเงินแทนกันได้
  • แจ้งเตือนทุกยอดชำระ มีเสียงแจ้งเตือนทันทีเมื่อมียอดเงินเข้าบัญชี
  • รองรับการชำระเงินข้ามพรมแดน เช่น การชำระเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ วีซ่า มาสเตอร์การ์ด ยูเนี่ยนเพย์ อาลีเพย์พลัส และวีแชทเพย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการ Cross-Border QR Payment


บริการ dStatement

ธนาคารให้บริการรับ-ส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝากระหว่างธนาคารในรูปแบบดิจิทัล ผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น การสมัครขอสินเชื่อ ซึ่งธนาคารจัดส่งข้อมูลไปยังธนาคารอีกแห่งหนึ่งได้โดยตรง ขจัดปัญหาเอกสารสูญหาย ลดขั้นตอนและเวลาที่ใช้ในการดำเนินการ และลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง บริการดังกล่าวมีระบบการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลและใช้การพิสูจน์ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลผ่านระบบ National Digital ID

บริการออกหนังสือรับรองฐานะทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์

ธนาคารให้บริการออกหนังสือรับรองฐานะทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์พร้อมนำส่งให้แก่ผู้สอบบัญชีผ่านบล็อกเชนแพลตฟอร์ม เพื่อช่วยลดภาระในการจัดทำหนังสือรับรองฐานะทางการเงินในรูปแบบกระดาษ ลดภาระการนำส่งหนังสือรับรองให้แก่ผู้สอบบัญชี อีกทั้งช่วยให้ผู้สอบบัญชีสามารถบริหารจัดการหนังสือรับรองฐานะทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแพลตฟอร์มได้โดยสะดวก

บริการออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์

ธนาคารให้บริการออกหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์หลากหลายประเภทให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อช่วยลดภาระงานด้านเอกสาร อีกทั้งยังสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ดังนี้


  • บริการออกหนังสือค้ำประกันสำหรับกรมศุลกากร บริการออกหนังสือค้ำประกันค่าภาษีอากรสำหรับกรมศุลกากรที่ช่วยให้ธุรกิจที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากกรมศุลกากรสามารถวางค้ำประกันค่าภาษีอากรขาเข้าได้อย่างสะดวกและรวดเร็วผ่านทางออนไลน์ ช่วยให้ธุรกิจดำเนินธุรกิจได้ราบรื่น ได้รับวัตถุดิบนำเข้าตรงตามเวลา ลดความผิดพลาดและสูญเสียโอกาสในขั้นตอนการผลิต อีกทั้งยังช่วยให้สามารถผลิตและส่งออกสินค้าได้ตามกำหนด
  • บริการออกหนังสือค้ำประกันสำหรับหน่วยงานภาครัฐ บริการออกหนังสือค้ำประกันเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นตัวกลางเชื่อมต่อผู้ประกอบการกับหน่วยงานภาครัฐผ่านระบบงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของกรมบัญชีกลาง
  • บริการออกหนังสือค้ำประกันสำหรับองค์กรธุรกิจ บริการออกหนังสือค้ำประกันผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพและลดงานเอกสารในการออกหนังสือค้ำประกัน โดยสามารถทำรายการผ่านออนไลน์เพื่อให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันให้แก่ผู้รับประโยชน์ได้


บริการไอแคช

บริการไอแคช เป็นบริการธนาคารดิจิทัลสำหรับธุรกิจ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างครบวงจร สำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจขนาดย่อมไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ โดยครอบคลุมบริการหลัก ได้แก่ บริการชำระเงิน บริการรับชำระเงิน บริการบริหารสภาพคล่อง และบริการข้อมูลบัญชี ผู้ใช้บริการสามารถดำเนินธุรกรรมและเข้าถึงข้อมูลบนรายงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย บริการไอแคชรองรับการใช้งานผ่านทางเว็บไซต์ธนาคารและแอปพลิเคชันบนมือถือ ใช้งานง่าย พร้อมมีระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล รองรับการเข้าสู่ระบบและการอนุมัติรายการชำระเงินด้วย Token Application รวมถึงมีระบบการแจ้งเตือนผ่าน SMS อีเมล และ Push Notification ทุกครั้งเมื่อมีรายการรอการอนุมัติ

บริการบัวหลวง ไอซัพพลาย

บริการบัวหลวง ไอซัพพลาย เป็นบริการทางการเงินออนไลน์ครบวงจรสำหรับเครือข่ายการค้า ที่ผนวกการชำระเงินค่าสินค้า และการให้สินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นแก่คู่ค้าทุกฝ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายสินค้าระหว่างผู้ประกอบการขนาดใหญ่กับคู่ค้า โดยผู้ประกอบการขนาดใหญ่และคู่ค้าสามารถทำธุรกรรมและเรียกดูข้อมูลรายงานต่าง ๆ ผ่านช่องทางบัวหลวง ไอซัพพลายได้อย่างง่ายดาย สะดวก และรวดเร็ว ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลพร้อมการพิสูจน์ตัวตน 2 ระดับ

บริการไอเทรด

บริการไอเทรด เป็นบริการออนไลน์ที่รองรับการทำธุรกรรมด้านการค้าระหว่างประเทศสำหรับลูกค้าธุรกิจส่งออกและนำเข้า ใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว และมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลด้วยการพิสูจน์ตัวตน 2 ระดับ ในปัจจุบัน ธนาคารได้เปิดให้บริการด้านเล็ตเตอร์ออฟเครดิต โดยลูกค้าสามารถขอเปิดเล็ตเตอร์ออฟเครดิต แจ้งชำระเงินตามตั๋วเล็ตเตอร์ออฟเครดิตโดยการสั่งตัดบัญชีหรือขอสินเชื่อ และสามารถส่งคำขอโอนเงินไปต่างประเทศได้ และในอนาคตธนาคารจะเปิดให้บริการไอเทรดอย่างเต็มรูปแบบ โดยลูกค้าจะสามารถทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศทั้งด้านการนำเข้าและการส่งออกได้ครบทุกประเภทธุรกรรม

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณ
ในทุกธุรกรรมทางการเงิน

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณในทุกธุรกรรมทางการเงิน

คุณกำลังจะออกจากเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ