Online Banking
ลูกค้าบุคคล
- บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
- บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
- บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
- โมบายแบงก์กิ้ง
- โมบายแบงก์กิ้ง
- โมบายแบงก์กิ้ง
- บัวหลวง ไอฟันด์
ความมุ่งมั่น
ความสำคัญ
การกำกับดูแลความเสี่ยง
เพื่อให้กลไกการกำกับดูแลด้านการบริหารความเสี่ยงของธนาคารมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคาร ธนาคารได้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลความเสี่ยงที่มีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับกรรมการ ฝ่ายจัดการ สายบริหารความเสี่ยง สายบริหารสินเชื่อ และหน่วยธุรกิจ โดยมีการแบ่งแยกหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ดังนี้
ธนาคารได้นำแนวป้องกัน 3 ชั้น มาใช้กำหนดโครงสร้าง บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลความเสี่ยง เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงมีการแบ่งแยกหน้าที่อย่างชัดเจนและเป็นอิสระจากกัน นำมาซึ่งการตรวจสอบและถ่วงดุลอย่างเหมาะสม
การบริหารความเสี่ยง
หลักการพื้นฐานในการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร คือ การบริหารให้ธุรกิจมีผลตอบแทนที่เหมาะสมอย่างยั่งยืนและมีความเสี่ยงอยู่ภายในขอบเขตที่กำหนดไว้ ธนาคารให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์และประเมินโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้าน ESG ธนาคารกำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงที่สอดคล้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานทางการและมาตรฐานการจัดการความเสี่ยง ISO 31000 ซึ่งประกอบด้วย นโยบายการบริหารความเสี่ยง ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ กระบวนการบริหารความเสี่ยง และการรายงานความเสี่ยงประเภทต่าง ๆ ต่อผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายจัดการ คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องรับทราบอย่างสม่ำเสมอ
การบริหารความเสี่ยงของธนาคารครอบคลุมความเสี่ยงที่สำคัญด้านการเงินและด้านที่มิใช่การเงิน ได้แก่ ด้านกลยุทธ์ ด้านเครดิต ด้านตลาด ด้านสภาพคล่อง ด้านปฏิบัติการ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านชื่อเสียง ด้านกฎระเบียบและกฎหมาย อีกทั้งครอบคลุมความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ด้านการดูแลข้อมูลส่วนบุคคล ด้านการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม เป็นต้น นอกจากนี้ ธนาคารได้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าไปในการจัดการความเสี่ยงที่สำคัญของธนาคาร
ธนาคารกำหนดให้มีการทบทวนความเหมาะสมของนโยบายการบริหารควาเมสี่ยงและระบบการบริหารความเสี่ยงเป็นประจำทุกปีหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ มีการติดตามดูแลความเสี่ยงให้อยู่ภายในระดับที่ยอมรับได้ โดยคำนึงถึงบริบททางธุรกิจ แนวโน้มทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงวัฒนธรรมองค์กร และมีการประเมินความเพียงพอของเงินกองทุนโดยพิจารณาความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญเป็นประจำทุกปี โดยสายงานตรวจสอบและควบคุมเป็นผู้ทำหน้าที่ประเมินความเพียงพอและความเหมาะสมของการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ ในปี 2568 ธนาคารมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระดับกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารอยู่ที่ร้อยละ 21.78 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
การจัดการภาวะวิกฤต
เพื่อให้ธนาคารสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเผชิญกับเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ เช่น ภัยธรรมชาติ อัคคีภัย และโรคระบาด ธนาคารได้จัดทำนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางในการลดความเสี่ยงและป้องกันผลกระทบจากเหตุการณ์ที่อาจทำให้การดำเนินงานตามปกติต้องหยุดชะงัก อีกทั้งกำหนดมาตรฐานและกรอบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจที่ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต พร้อมสื่อสารไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ นอกจานี้ ธนาคารมีการบริหารจัดการด้านเสถียรภาพทางการเงิน โดยการประเมินความเพียงพอของเงินกองทุน การจัดทำแผนรองรับเหตุฉุกเฉินในกรณีเกิดวิกฤตสภาพคล่อง และการจัดทำแผนล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาด้านเงินกองทุนและสภาพคล่อง
ธนาคารจัดตั้งคณะทำงานภาวะวิกฤตขึ้นเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการในภาวะวิกฤต และยังกำหนดให้ทุกหน่วยงานต้องจัดทำแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำการประเมินความเสี่ยง และทบทวนแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าธนาคารสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเกิดภาวะวิกฤต ธนาคารจัดให้มีการฝึกซ้อมทดสอบการปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องในสถานการณ์จริง โดยครอบคลุมการซักซ้อมเหตุฉุกเฉินทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศประจำปี และการซักซ้อมแผนรองรับเหตุฉุกเฉินในกรณีเกิดวิกฤตสภาพคล่อง