จุดเด่นบริการ

เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยได้ตามความต้องการ

ทั้งแบบ 5 ปี 10 ปี 15 ปี หรือ 20 ปี

เลือกวางแผนการเงินให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิต

ทั้งแผนส่งต่อความมั่งคั่ง แผนเพื่อการเกษียณ หรือแผนการเงินเพื่อบุตรหลาน

รับส่วนลดค่าการประกันภัย (COI)1

สำหรับผู้ขอเอาประกันภัยที่มีสุขภาพดีกว่ามาตรฐาน ตามเงื่อนไขที่บริษัท เอไอเอ จำกัด กำหนด

รับโบนัสพิเศษยามเกษียณ 0.25% ต่อปี2

เมื่อผู้เอาประกันภัยอายุครบ 55 ปี ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์

  • รับสิทธิการมีผลบังคับอย่างต่อเนื่อง (Non - Lapse Guaranteed)3
    • ได้รับความคุ้มครองชีวิตต่อเนื่องตามจำนวนปีที่ชำระเบี้ยประกันภัยหลัก (สูงสุด 20 ปี)



แบบประกันชีวิตควบการลงทุนที่เพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวม 2 กองทุน ได้แก่

  • กองทุนเปิดบีแคป โกลบอล มัลติ แอสเซท (BCAP-GMA: ระดับความเสี่ยง 5) และ
  • กองทุนเปิดบีแคป โกลบอล มัลติ แอสเซท พลัส (BCAP-GMA PLUS: ระดับความเสี่ยง 6)

ซึ่งออกโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอก แคปปิตอล จำกัด (Bangkok Capital Asset Management) และมี Banque Pictet & Cie SA, Singapore Branch เป็นที่ปรึกษาการลงทุน



หมายเหตุ


1บริษัทขอสงวนสิทธิในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงส่วนลดค่าการประกันภัย (COI) โดยบริษัทจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 15 วัน

2ของมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนของเบี้ยประกันภัยหลัก เมื่อผู้เอาประกันอายุครบ 55 ปี ขึ้นไป ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ และกรมธรรม์มีผลบังคับอย่างน้อย 10 ปี และชำระเบี้ยประกันภัยหลักครบทุกงวด หรืออย่างน้อย 10 ปี โดยบริษัทจะนำโบนัสพิเศษยามเกษียณดังกล่าวไปซื้อหน่วยลงทุนตามการจัดสรรการลงทุนครั้งล่าสุดที่ราคาขายหน่วยลงทุน ณ วันที่ประเมินราคาหลังจากวันครบรอบเดือนของกรมธรรม์ ทั้งนี้ หากกรมธรรม์อยู่ในระหว่างการหยุดพักชำระเบี้ยประกันภัย บริษัทจะไม่จ่ายโบนัสพิเศษยามเกษียณ

3ภายใต้เงื่อนไขเมื่อผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยหลักครบตามกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยทุกงวด โดยไม่เคยใช้สิทธิหยุดพักชำระเบี้ยฯ และไม่เคยมีการถอนเงินจากการขายคืนหน่วยลงทุนของเบี้ยประกันภัยหลัก รวมถึงไม่เคยทำการลดจำนวนเบี้ยประกันภัยหลัก ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ และค่าการประกันภัยที่ยังชำระไม่ครบ (ถ้ามี) ถือเป็นหนี้สินที่ค้างชำระภายใต้กรมธรรม์

ข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการซื้อประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked)
  • ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่มีใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต และเป็นผู้แนะนำการลงทุน (IC) 
  • รับ “หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ” (Fund Fact Sheet) ตามกองทุนที่เลือกทุกครั้งที่มีการซื้อประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) 
  • ศึกษารายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับแบบประกันก่อนการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ดังนี้
    • ความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่จะได้รับ รวมถึงเงื่อนไขทั่วไป และข้อยกเว้นความคุ้มครอง
    • จำนวนเบี้ยประกันภัย ระยะเวลาเอาประกันภัย ระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันภัย โดยเบี้ยประกันภัยจะถูกหักเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์และค่าการประกันภัย สำหรับจำนวนเงินที่เหลือจะถูกนำไปลงทุนในกองทุนรวมตามที่เลือก (เป็นการลงทุนในนาม บริษัท เอไอเอ จำกัด จึงทำให้ไม่ได้รับสมุดกองทุน)
    • กรณีกองทุนที่ลูกค้าเลือกเป็นกองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
    • ศึกษาช่องทางการชำระเบี้ยประกันภัยสำหรับปีแรก และการชำระในงวดต่อไป
    • การใช้สิทธิในการนำค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย (Premium Charge) ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ (Administration Fee) และค่าการประกันภัย (Cost of Insurance) ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
  • เลือกแบบประกันชีวิตควบการลงทุนที่เหมาะสมกับความต้องการ ความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย และความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • ตัดสินใจเลือกลงทุนด้วยตนเอง
  • กรอกแบบฟอร์มด้วยตนเอง และตรวจสอบรายละเอียดในแบบฟอร์มต่าง ๆ ก่อนลงนามทุกครั้ง
  • รับ “สำเนา” ใบเสนอขาย (BI) / Sales Sheet / หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Fund Fact Sheet) ของกองทุน / แบบฟอร์ม KYC & RPQ / ตัวอย่าง "รายงานสถานะการเงินของกรมธรรม์" (Annual Statement) / เอกสารการชำระเงิน ทุกครั้ง และตรวจสอบรายละเอียดให้ถูกต้อง 
  • เมื่อได้รับกรมธรรม์เรียบร้อยแล้ว ขอให้ตรวจสอบเนื้อหา ข้อกำหนดและเงื่อนไขตามกรมธรรม์ โดยสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์ (Free Look Period) โดยบริษัทประกันภัยจะคืนค่าธรรมเนียมกรมธรรม์ และมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุน หักด้วยค่าใช้จ่ายบริษัทฉบับละ500 บาท รวมทั้ง ค่าตรวจสุขภาพตามที่จ่ายจริง (ถ้ามี)



คำเตือน

  • ธนาคารไม่มีนโยบายรับเงินสดนอกสถานที่
  • ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ไม่ใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยง รวมถึง ไม่ใช่กองทุนแถมประกัน และไม่ใช่ประกันแถมกองทุน
  • ผู้เอาประกันภัยสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้เฉพาะส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย (Premium Charge) ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ (Administration Fee) และค่าการประกันภัย (Cost of Insurance) ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ส่วนค่าใช้จ่ายที่นำไปลงทุน ไม่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้
ความคุ้มครองและผลประโยชน์

ความคุ้มครอง

ผลประโยชน์

1. กรณีเสียชีวิตระหว่างสัญญา

บริษัทฯ จะจ่ายผลประโยชน์ดังต่อไปนี้ แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า ระหว่าง (1) หรือ (2)

  1. จำนวนเงินเอาประกันภัยตามที่ระบุในหน้าตารางกรมธรรม์ หรือบันทึกสลักหลัง (ถ้ามี) หักด้วย จำนวนเงินที่ถอนจากการขายคืนหน่วยลงทุนของเบี้ยประกันภัยหลักทั้งหมด (ถ้ามี) หรือ
  2. มูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนของเบี้ยประกันภัยหลัก บวกด้วย จำนวน 1 เท่า ของเบี้ยประกันภัยหลักปีแรก

รวมกับ มูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนของเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษ (ถ้ามี)

2. กรณีมีชีวิตอยู่ตลอดสัญญา

รับมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุน ณ วันที่ประเมินราคาวันแรกถัดจากวันครบกำหนดสัญญาประกันภัย


คุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้ขอเอาประกันภัย
  • ระยะเวลาเอาประกันภัย: ตลอดชีพ (ถึงอายุ 99 ปี) หรือตราบเท่าที่มูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนเพียงพอต่อการหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามตารางค่าธรรมเนียมกรมธรรม์
  • จำนวนเงินเอาประกันภัย: ขั้นต่ำ 15 ล้านบาท สูงสุดไม่เกิน 150 เท่าของเบี้ยประกันภัยหลัก
  • เบี้ยประกันภัยหลัก: เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัท เอไอเอ จำกัด กำหนด โดยเบี้ยประกันภัยหลัก ขึ้นอยู่กับอายุ เพศ อายุเป้าหมายที่ต้องการ จำนวนเงินเอาประกันภัย จำนวนปีที่ต้องการชำระเบี้ยประกันภัย กองทุนที่เลือก อัตราค่าการประกันภัยที่เพิ่มเนื่องจากสุขภาพ เป็นต้น
  • อายุรับประกันภัย: แบ่งตามการวางแผน อายุเป้าหมายที่ต้องการ และระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย ดังนี้


  • ตารางอายุรับประกันภัยตามเป้าหมาย

     

    แผน

    อายุเป้าหมาย

    ที่ต้องการ

    (ปี)

    อายุรับประกันภัย (ปี)

    ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย

    5 ปี

    10 ปี

    15 ปี

    20 ปี

    วางแผนการเงินเพื่อบุตรหลาน

    (Gift)

    20

    15 วัน -10

    15 วัน -10

    15 วัน - 5

    -

    30

    15 วัน -17

    15 วัน -17

    15 วัน -15

    15 วัน -10

    40

    15 วัน -17

    15 วัน -17

    15 วัน -17

    15 วัน -17

    การเกษียณ

    (Retirement)

    55

    18 - 45

    18 - 45

    18 - 40

    18 - 35

    60

    18 - 50

    18 - 50

    18 - 45

    18 - 40

    65

    18 - 55

    18 - 55

    18 - 50

    18 - 45

    70

    18 - 60

    18 - 60

    18 - 55

    18 - 50

    ส่งต่อความมั่งคั่ง

    (Legacy)

    99

    18 - 65

    18 - 65

    18 - 60

    18 - 60


  • งวดการชำระเบี้ยประกันภัย: รายปี / ราย 6 เดือน / ราย 3 เดือน / รายเดือน
อัตราเบี้ยประกันภัย

เบี้ยประกันภัยหลัก

(Regular Premium: RP)

ขึ้นอยู่กับอายุ เพศ อายุเป้าหมายที่ต้องการ จำนวนเงินเอาประกันภัย จำนวนปีที่ต้องการชำระเบี้ยประกันภัย กองทุนที่เลือก อัตราค่าการประกันภัยที่เพิ่มเนื่องจากสุขภาพ เป็นต้น

เบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษ

(Top Up Premium)

สามารถเลือกชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษได้ ดังนี้

  • สำหรับเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษที่ชำระเป็นประจำพร้อมเบี้ยประกันภัยหลัก (Regular Top-Up Premium : RTU) : ขั้นต่ำ 1,000 บาทต่องวด และไม่เกิน
    5 เท่าของเบี้ยประกันภัยหลัก (Regular Premium: RP)
  • สำหรับเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษที่ไม่ได้ชำระเป็นประจำพร้อมเบี้ยประกันภัยหลัก (Ad-hoc Top-Up Premium : ATU) : ขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 120 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์



หมายเหตุ

  • สามารถนำค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย (Premium Charge) ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ (Administration Fee) และค่าการประกันภัย (Cost of Insurance) ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
  • เบี้ยประกันภัยหลักของกรมธรรม์ใหม่ (New business case) อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามสมมติฐานประมาณการอัตราผลตอบแทนของบริษัทในแต่ละปี
สิทธิประโยชน์จากการวางแผนทางการเงิน

สิทธิการมีผลบังคับอย่างต่อเนื่อง

(Non-Lapse Guaranteed)

ความคุ้มครองชีวิตตามจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับเบี้ยประกันภัยหลักจะมีผลบังคับอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลาตามจำนวนปีที่ชำระเบี้ยประกันภัยหลัก สูงสุด 20 ปี นับจากวันที่ของกรมธรรม์ (วันเริ่มต้นความคุ้มครอง) แม้ว่ามูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนจะมีไม่เพียงพอต่อการชำระค่าการประกันภัย และค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ ภายใต้เงื่อนไขเมื่อผู้เอาประกันภัย

1. ได้ชำระเบี้ยประกันภัยหลักครบตามกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยทุกงวด และ

2. ไม่เคยมีการถอนเงินจากการขายคืนหน่วยลงทุนของเบี้ยประกันภัยหลัก และ

3. ไม่เคยทำการลดจำนวนเบี้ยประกันภัยหลัก

ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ และค่าการประกันภัยที่ยังชำระไม่ครบ (ถ้ามี) ถือเป็นหนี้สินที่ค้างชำระภายใต้กรมธรรม์

โบนัสพิเศษยามเกษียณ

(Retirement Bonus)

โบนัสพิเศษยามเกษียณเป็นโบนัสสำหรับเบี้ยประกันภัยหลัก ซึ่งบริษัทจะจ่ายโบนัสพิเศษยามเกษียณเมื่อเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้ครบทุกข้อ

1. ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 55 ปี ขึ้นไป ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ประกันภัย และ

2. กรมธรรม์มีผลบังคับอย่างน้อย 10 ปีกรมธรรม์ และ

3. เข้าเงื่อนไขในการชำระเบี้ยประกันภัยหลัก ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

3.1 ชำระเบี้ยประกันภัยหลักครบทุกงวด หรือ

3.2 ชำระเบี้ยประกันภัยหลักอย่างน้อย 10 ปี (รายปีครบ 10 งวด

ราย 6 เดือนครบ 20 งวด ราย 3 เดือนครบ 40 งวด หรือรายเดือน
ครบ 120 งวด

 

บริษัทจะจ่ายโบนัสพิเศษยามเกษียณเป็นอัตราร้อยละ 0.25 ต่อปี ซึ่งคำนวณจากมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนของเบี้ยประกันภัยหลัก โดยบริษัทจะจ่ายโบนัสพิเศษยามเกษียณเป็นรายเดือน โดยจะจ่ายครั้งแรก ณ วันที่คำนวณค่าธรรมเนียมกรมธรรม์รายเดือนถัดจากวันที่เข้าเงื่อนไขข้างต้นครบทุกข้อแล้ว และทุกเดือนหลังจากนั้น ในกรณีที่เดือนใดไม่มีวันที่ตามที่ระบุไว้ในวันที่ของกรมธรรม์ให้ถือเอาวันสุดท้ายของเดือนนั้นเป็นวันที่บริษัทจะคำนวณโบนัสพิเศษยามเกษียณ

 

โดยบริษัทจะนำโบนัสพิเศษยามเกษียณดังกล่าวไปซื้อหน่วยลงทุนตามการจัดสรรการลงทุนครั้งล่าสุดที่ราคาขายหน่วยลงทุน ณ วันที่ประเมินราคาหลังจากวันครบรอบเดือนของกรมธรรม์

 

อัตราโบนัสพิเศษยามเกษียณรายเดือนจะเท่ากับอัตราโบนัสพิเศษยามเกษียณรายปีหารด้วยสิบสอง

 

ทั้งนี้ หากกรมธรรม์อยู่ในระหว่างการหยุดพักชำระเบี้ยประกันภัย บริษัทฯ จะไม่จ่ายโบนัสพิเศษยามเกษียณ

การหยุดพักชำระเบี้ยประกันภัย (Premium Holiday)

ผู้เอาประกันภัยสามารถหยุดพักชำระเบี้ยประกันภัยหลัก (Regular Premium : RP) ได้ดังนี้

  • กรณีกรมธรรม์มีผลบังคับครบ 3 ปีกรมธรรม์ และมีการชำระเบี้ยประกันภัยครบ 3 ปี และกรมธรรม์ประกันภัยจะยังมีผลบังคับต่อไป ตราบเท่าที่มูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนยังมีเพียงพอที่จะชำระค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ และค่าการประกันภัย

ทั้งนี้ บริษัทจะหักค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ และค่าการประกันภัยทุกๆ เดือน เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในกรมธรรม์ จนกระทั่งมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนไม่เพียงพอในการชำระค่าธรรมเนียมกรมธรรม์ดังกล่าว กรมธรรม์นี้จะยังคงมีผลบังคับต่อไปจนถึงวันครบรอบเดือนนับจากวันที่ถึงกำหนดชำระ หลังจากนั้นกรมธรรม์ย่อมขาดอายุและสิ้นผลบังคับ

ในกรณีที่มีสัญญาเพิ่มเติมใดๆ แนบอยู่กับกรมธรรม์นี้ สัญญาเพิ่มเติมดังกล่าวจะสิ้นผลบังคับ หากผู้เอาประกันภัยมิได้ชำระเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมนี้ในระยะเวลาผ่อนผัน

หากผู้เอาประกันภัยเลือกหยุดพักชำระเบี้ยประกันภัยหลัก ผู้เอาประกันภัยจะไม่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษได้

หมายเหตุ: กรณีกรมธรรม์มีผลบังคับน้อยกว่า 3 ปี และผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยหลักยังไม่ครบ 3 ปี และไม่ชำระเบี้ยประกันภัยภายในระยะเวลาผ่อนผัน ย่อมมีผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ หากกรมธรรม์มีมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุน กรมธรรม์จะถูกเวนคืนโดยอัตโนมัติ และบริษัทจะคืนมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ (ถ้ามี) รวมกับค่าการประกันภัย และค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์รายเดือนที่ได้หักไว้ในเดือนถัดจากวันครบรอบเดือนนับจากวันที่ครบกำหนดถึงกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยหลังหักค่าธรรมเนียมการถอนเงินจากกรมธรรม์

การเพิ่ม / ลดเบี้ยประกันภัย

  • เบี้ยประกันภัยหลัก (Regular Premium : RP)

    สามารถลดจำนวนเบี้ยประกันภัยหลักได้หลังชำระเบี้ยประกันภัยหลักครบ 3 ปีกรมธรรม์ แต่ไม่สามารถเพิ่มจำนวนเบี้ยประกันภัยหลักได้ในปีต่ออายุกรมธรรม์

  • เบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษที่ชำระเป็นประจำพร้อมเบี้ยประกันภัยหลัก (Regular Top-Up Premium : RTU) และเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษที่ไม่ได้ชำระเป็นประจำพร้อมเบี้ยประกันภัยหลัก (Ad-hoc Top-Up Premium : ATU)
    สามารถขอปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ยกเว้นในช่วงหยุดพักชำระเบี้ยประกันภัยหลักจะไม่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษได้



ข้อมูลกองทุนและค่าธรรมเนียม
ข้อมูลกองทุนและค่าธรรมเนียม

กองทุนรวมภายใต้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นกองทุนรวมจาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด มีจำนวน 3 กองทุน ดังนี้

 

ชื่อกองทุน

ชื่อย่อ

Risk Level

Asset Class

แนวทางการลงทุน

1. กองทุนเปิด
บัวหลวงตราสารหนี้ภาครัฐ (Bualuang Treasury Fund)*

B-TREASURY

1

กองทุนรวมตลาดเงิน

เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทย อาทิ ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (อายุเฉลี่ยตราสารหนี้ไม่เกิน 92 วัน) เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักเงินชั่วคราว หรือรอจังหวะลงทุนในสินทรัพย์อื่น

2. กองทุนเปิดบีแคป

โกลบอล มัลติ แอสเซท (BCAP Global Multi Asset Fund)

BCAP-GMA

5

ตราสารหนี้และตราสารทุน (ทั่วโลก)

เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ กองทุนรวมตราสารทุน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม กองทุนรวมทรัพย์สินทางเลือก และ/หรือ กองทุนรวมประเภทอื่นๆ (โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนน้อยกว่า 80% ของ NAV) ซึ่งจัดตั้งหรือออกโดยผู้ออกหลักทรัพย์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนตามคำแนะนำของ Banque Pictet & Cie SA, Singapore Branch ซึ่งเป็นที่ปรึกษาการลงทุนของกองทุน เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่มั่นคง กระจายความเสี่ยงและยอมรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้

3. กองทุนเปิดบีแคป

โกลบอล มัลติ แอสเซท พลัส (BCAP Global Multi Asset Plus)

BCAP-GMA Plus

6

ตราสารหนี้และตราสารทุน (ทั่วโลก)

เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ กองทุนรวมตราสารทุน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม กองทุนรวมทรัพย์สินทางเลือก และ/หรือ กองทุนรวมประเภทอื่นๆ (โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV) ซึ่งจัดตั้งหรือออกโดยผู้ออกหลักทรัพย์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก (มีสัดส่วนในกองทุนรวมตราสารทุนมากกว่า BCAP-GMA) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนตามคำแนะนำของ Banque Pictet & Cie SA, Singapore Branch ซึ่งเป็นที่ปรึกษาการลงทุนของกองทุน เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่มั่นคง กระจายความเสี่ยงและยอมรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้



หมายเหตุ

*กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ภาครัฐ (Bualuang Treasury Fund) หรือ B-TREASURY เป็นกองทุนที่ใช้พักเงินสำหรับการสับเปลี่ยนกองทุนอัตโนมัติ (Automatic Fund Switching) เท่านั้น
จากรายชื่อกองทุนรวมข้างต้น บริษัทประกันชีวิตอาจพิจารณาเพิ่ม/ยกเลิก กองทุนใดๆ เพื่อให้ลูกค้าเลือกในภายหลัง ภายใต้ดุลพินิจของบริษัท



ตารางค่าธรรมเนียมกรมธรรม์และค่าใช้จ่ายต่างๆ 

รายการซื้อ/ขายหน่วยลงทุน และระยะเวลาในการดำเนินการ
รายการซื้อ/ขายหน่วยลงทุน และระยะเวลาในการดำเนินการ
รายการซื้อหน่วยลงทุน

 

  1. บริษัทจะนำเบี้ยประกันภัยหลักงวดแรกและเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษที่ชำระพร้อมเบี้ยประกันภัยหลักงวดแรก (ถ้ามี) หลังจากการหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย ค่าการประกันภัย และค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์แล้ว จะถูกนำไปซื้อหน่วยลงทุนตามสัดส่วนที่ผู้เอาประกันภัยระบุไว้ในใบคำขอเอาประกันชีวิต หรือใบคำร้องเกี่ยวกับเบี้ยประกันภัยในวันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก 
  2. เบี้ยประกันภัยหลักงวดต่อไป หลังจากการหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัยสำหรับเบี้ยประกันภัยหลัก และหนี้สินใดๆ ที่ค้างชำระตามกรมธรรม์นี้ (ถ้ามี) จะถูกนำไปซื้อหน่วยลงทุนตามการจัดสรรการลงทุนครั้งล่าสุด หรือตามสัดส่วนที่ผู้เอาประกันภัยกำหนดที่ราคาขายหน่วยลงทุน ณ วันที่ประเมินราคาหลังจากหนึ่งวันทำการนับจากวันที่บริษัททราบผลการชำระเบี้ยประกันภัยและบริษัทได้รับค่าเบี้ยประกันภัยครบเต็มจำนวน 
  3. เบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษ หลังจากการหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย และหนี้สินใดๆ ที่ค้างชำระตามกรมธรรม์นี้ (ถ้ามี) จะถูกนำไปซื้อหน่วยลงทุนตามสัดส่วนที่ผู้เอาประกันภัยกำหนดที่ราคาขายหน่วยลงทุน ณ วันที่ประเมินราคาหลังจากหนึ่งวันทำการ นับจากวันที่บริษัททราบผลการชำระเบี้ยประกันภัย และบริษัทได้รับค่าเบี้ยประกันภัยครบเต็มจำนวน และได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยครบถ้วน
  4. หากวันที่จะซื้อหน่วยลงทุนเป็นวันหยุดทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนใดบริษัทจะทำการซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนนั้นในวันทำการซื้อขายถัดไปที่สามารถทำรายการได้



รายการขายคืนที่มีการกำหนดเวลาในการซื้อขายหน่วยลงทุน
กรณีการเวนคืนกรมธรรม์ (Surrender) หรือการถอนเงินจากกรมธรรม์ (Partial Withdraw) หรือการสับเปลี่ยนกองทุน (Fund Switching) บริษัทดำเนินการขายคืนหน่วยลงทุน ณ วันทำการ ที่ได้รับใบคำร้องและอนุมัติก่อนเวลา 10.00 น. ในกรณีที่บริษัทได้รับใบคำร้องภายหลังเวลา 10.00 น. ให้ถือว่าบริษัทได้รับใบคำร้องในวันทำการถัดจากวันที่บริษัทได้รับใบคำร้อง ทั้งนี้ หากวันที่ส่งใบคำร้องเป็นวันหยุดทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนใด บริษัทจะทำการขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนนั้นในวันทำการซื้อขายถัดไปที่สามารถทำรายการได้

รายการขายคืนที่ไม่มีการกำหนดเวลาในการซื้อขายหน่วยลงทุน
กรณีการใช้สิทธิยกเลิกกรมธรรม์ภายในระยะเวลาที่กำหนด (Free Look Period) หรือการใช้สิทธิผลประโยชน์สินไหมมรณกรรม บริษัทประกันจะดำเนินการในวันทำการถัดไป นับจากวันที่บริษัทได้รับใบคำร้อง และเอกสารครบถ้วน

รายการขายคืนหน่วยลงทุนที่มีรอบระยะเวลา
การสับเปลี่ยนกองทุนอัตโนมัติ (Automatic Fund Switching) เมื่อมีการส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุน ภายในวันที่ 1 - 31 ของเดือนนั้นๆ บริษัทประกันจะดำเนินการขายคืนหน่วยลงทุนในวันที่ 21 ของเดือนถัดไป และทุกเดือนถัดไป

 

สิทธิของผู้เอาประกันภัย
สิทธิของผู้เอาประกันภัย

 

  1. สิทธิในการขอยกเลิกกรมธรรม์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์จากบริษัท โดยบริษัทจะคืนค่าธรรมเนียมกรมธรรม์และเงินส่วนลงทุนตามราคาขายคืนหน่วยลงทุน หักด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฉบับละ 500 บาท รวมทั้งค่าตรวจสุขภาพตามที่จ่ายจริง (ถ้ามี) ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือชำระเบี้ยประกันภัยหลัก (Regular Premium: RP) หรือชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษ (Regular Top-Up Premium : RTU/ Ad hoc Top-Up Premium: ATU) หลังจากวันที่ของกรมธรรม์ หรือถอนเงินจากกรมธรรม์หรือมีหนังสือร้องขอให้ดำเนินการสับเปลี่ยนกองทุน สับเปลี่ยนกองทุนอัตโนมัติ หรือปรับสัดส่วนลงทุนอัตโนมัติแล้ว ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถใช้สิทธิขอยกเลิกกรมธรรม์ได้
  2. สิทธิในการเวนคืนกรมธรรม์ เมื่อกรมธรรม์มีผลบังคับ และมีมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยสามารถใช้สิทธิเวนคืนได้โดยการยื่นคำร้องเป็นหนังสือเพื่อขอเวนคืนกรมธรรม์เพื่อรับมูลค่าเวนคืนเงินสด ซึ่งมีค่าเท่ากับมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ รวมกับค่าการประกันภัยตามจำนวนวันที่ยังมิได้ให้ความคุ้มครอง (ถ้ามี) และย่อมทำให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับใช้ 
  3. สิทธิในการรับทราบการจัดสรรเบี้ยประกันภัยที่ลงทุนในกองทุน
  4. สิทธิในการขอรับหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวมและรายละเอียดโครงการจากนายหน้าประกันชีวิตที่ได้รับอนุญาตจาก บริษัท เอไอเอ จำกัด 
  5. สิทธิในการได้รับทราบรายชื่อของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทจัดการ และบริษัทจัดการกองทุนทุกแห่งที่รับจัดการกองทุนรวมภายใต้กรมธรรม์ที่เสนอขายโดย บริษัท เอไอเอ จำกัด
  6. สิทธิในการได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ ที่อยู่ของบริษัทจัดการกองทุน และ บริษัท เอไอเอ จำกัด รวมทั้งชื่อ ที่อยู่ และเลขที่ใบอนุญาตของนายหน้าประกันชีวิตที่ได้รับอนุญาตจาก บริษัท เอไอเอ จำกัด 
  7. สิทธิในการได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับหน่วยลงทุนที่ได้รับคำแนะนำเพื่อซื้อหน่วยลงทุนนั้น ตลอดจนรับทราบคำเตือน และคำอธิบายเกี่ยวกับความเสี่ยงของการลงทุนในหน่วยลงทุน 
  8. สิทธิในการได้รับทราบข้อเท็จจริงที่มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน เช่น การขายหน่วยลงทุนของกองทุนที่อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการเพื่อการควบกองทุนหรือการรวมกองทุน เป็นต้น 
  9. สิทธิในการได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เช่น ค่าธรรมเนียมหรือผลตอบแทนที่นายหน้าประกันชีวิตที่ได้รับอนุญาตจาก บริษัท เอไอเอ จำกัด อาจได้รับจากการซื้อกรมธรรม์ รวมทั้งการซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุน เป็นต้น
  10. สิทธิในการแสดงเจตนาว่าไม่ต้องการรับการติดต่ออีกเป็นระยะเวลา 2 ปี 
  11. สิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุนภายใต้กรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุนโดยไม่เปิดเผยชื่อที่แท้จริงของผู้ถือหน่วยลงทุน (Omnibus Account) อาจมีสิทธิแตกต่างจากผู้ถือหน่วยลงทุนปกติที่ซื้อหน่วยลงทุนผ่านบริษัทจัดการโดยตรง เช่น
  • ในการสมัครประกันชีวิตควบการลงทุน จะไม่ได้ราคาหน่วยลงทุน ณ วันทำการนั้น ๆ เนื่องจากการดำเนินงานประกันชีวิตต้องใช้เวลาในการพิจารณาคำขอเอาประกันชีวิตของลูกค้าหลังจากวันที่ได้รับเอกสารของลูกค้า และ บริษัท เอไอเอ จำกัด จะทำรายการซื้อหน่วยลงทุนให้กับลูกค้าในวันทำการหลังจากวันที่บริษัทอนุมัติ 
  • การรับเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับกองทุน อาจช้ากว่าการซื้อหน่วยลงทุนจากบริษัทจัดการโดยตรงเนื่องจาก บริษัท เอไอเอ จำกัด จะดำเนินการจัดส่งเอกสารให้แก่ลูกค้า เมื่อได้รับเอกสารดังกล่าวจากบริษัทจัดการ 
  • บริษัท เอไอเอ จำกัด จะหักค่าการประกันภัย และค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ (ดูจากตารางค่าธรรมเนียมกรมธรรม์ และค่าใช้จ่ายต่างๆ) จากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติทุกเดือน



ช่องทางแจ้งข้อร้องเรียน
ผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งข้อร้องเรียนได้ที่หน่วยงานดังต่อไปนี้

  1. AIA Call Center โทร. 0 2353 8855 
  2. ธนาคารกรุงเทพ หรือโทร.1333

หากไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม สามารถติดต่อ

  1. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โทร.1207
  2. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โทร.1186 
  3. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โทร.1213

 

สัญญาเพิ่มเติม
สัญญาเพิ่มเติม
เพิ่มความอุ่นใจด้วยความคุ้มครองเต็มขั้นจากสัญญาเพิ่มเติมหลากหลายรูปแบบ
  • ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล และชดเชยรายวัน
  • ความคุ้มครองโรคร้ายแรง
  • ความคุ้มครองอุบัติเหตุ 
  • ความคุ้มครองเสถียรภาพทางการเงินโดยยกเว้นค่าเบี้ยประกันภัย
สมัครบริการ

ปรึกษาและวางแผนประกันชีวิตได้ที่ ธนาคารกรุงเทพสาขาที่ให้บริการ หรือโทร.1333
บริษัท เอไอเอ จำกัด โทร. (66) 0 2353 8855 www.aia.co.th

รับประกันชีวิตโดย บริษัท เอไอเอ จำกัด

หมายเหตุ

  • บี ทูเกตเทอร์ เลกาซี พลัส ลิงค์ (Be Together Legacy+ Linked) เป็นชื่อทางการตลาดของแบบ บี ทูเกตเทอร์ เลกาซีพลัส ลิงค์ (ยูนิต ลิงค์) 
  • การทำประกันชีวิตแบบยูนิต ลิงค์ ไม่ใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยง ผู้ขอเอาประกันภัยต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงและผลการดำเนินงาน รวมถึงศึกษา อ่าน และทำความเข้าใจในเอกสารประกอบการเสนอขายและหนังสือชี้ชวนของกองทุน ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยและลงทุน ซึ่งผู้ขอเอาประกันภัยอาจได้รับเงินคืนมากกว่าหรือน้อยกว่ามูลค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกจัดสรรเข้ากองทุนรวม โดยหากผลการดำเนินงานของกองทุนรวมมีกำไร ผู้ขอเอาประกันภัยจะได้รับผลตอบแทนสูง แต่หากผลการดำเนินงานของกองทุนรวมขาดทุน ผู้ขอเอาประกันภัยจะได้ผลตอบแทนต่ำหรือบางกรณีอาจขาดทุน กล่าวคือ ไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน ทั้งนี้ กรมธรรม์นี้ไม่มีการรับประกันเงินส่วนของเงินลงทุน ซึ่งมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนอาจไม่เพียงพอที่จะชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย ค่าการประกันภัยและค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ซึ่งอาจเป็นผลให้กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ นอกจากนี้ กรณียกเลิก/เวนคืนก่อนครบกำหนด ผู้ขอเอาประกันภัยจะได้รับเงินคืนเป็นจำนวนน้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไปแล้วอีกด้วย • ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาและทำความเข้าใจในเอกสารเสนอขายก่อนตัดสินใจทำประกันภัย เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้ว โปรดศึกษารายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขในกรมธรรม์ 
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย (Premium Charge) ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ (Administration Fee) และค่าการประกันภัยสำหรับความคุ้มครองชีวิต (Cost of Insurance) สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด 
  • ธนาคารเป็นเพียงนายหน้าประกันชีวิตที่เป็นผู้ชี้ช่องและจัดการบริการให้กับผู้ขอเอาประกันภัย เพื่อให้เกิดการทำสัญญาประกันภัยเท่านั้น โดยการพิจารณาอนุมัติกรมธรรม์เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ บริษัท เอไอเอ จำกัด 
  • การแถลงสุขภาพเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัยหรือการจ่ายเงินตามสัญญาประกันภัย
  • การตรวจสุขภาพเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัท เอไอเอ จำกัด กำหนด
  • ผู้ขอเอาประกันภัยมีหน้าที่แถลงข้อความจริงในการขอเอาประกันภัย การปกปิดข้อความจริงหรือแถลงข้อความเป็นเท็จใดๆ อาจเป็นเหตุให้บริษัทผู้รับประกันภัยบอกล้างสัญญาประกันภัยและปฏิเสธไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย 
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์
  •  การนำส่งเบี้ยประกันภัยเป็นหน้าที่ของผู้ขอเอาประกันภัย การที่นายหน้าประกันชีวิตเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยเป็นเพียงการอำนวยความสะดวกในการให้บริการเท่านั้น
  • ผู้ขอเอาประกันภัยควรชำระเบี้ยประกันภัยตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ของแบบประกันภัย หากมีการยกเลิกหรือหยุดชำระเบี้ยประกันภัยก่อนกำหนด อาจทำให้เกิดขาดทุนหรือเสียผลประโยชน์ได้ 
  • ผู้ขอเอาประกันภัยควรพิจารณาถึงความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย เนื่องจากกรมธรรม์นี้เหมาะสำหรับการออมเงินระยะยาว มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินจากกรมธรรม์ ซึ่งอาจมีผลให้มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ และมูลค่าจากการถอนเงินจากกรมธรรม์ มีมูลค่าน้อยกว่ามูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษารายละเอียดจากตารางค่าธรรมเนียมกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยและลงทุน
  • ผู้ขอเอาประกันภัยเป็นผู้เลือกลงทุนในกองทุน เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนของตนเอง และเป็นผู้รับความเสี่ยงจากการลงทุนเอง ทั้งนี้ ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาและทำความเข้าใจในกองทุน โดยสามารถศึกษาระดับความเสี่ยงและรายละเอียดของกองทุนจากหนังสือชี้ชวนของกองทุนก่อนตัดสินใจทำประกันภัยและลงทุน
  • ในระหว่างสัญญา กรมธรรม์อาจจะสิ้นผลบังคับในปีใดปีหนึ่งก็ได้ หากมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนเท่ากับหรือน้อยกว่าศูนย์ หรือมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนมีไม่เพียงพอที่จะหักค่าธรรมเนียมกรมธรรม์
  • กองทุนรวมเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากบริษัทประกันชีวิตและบริษัทจัดการ ดังนั้น บริษัทประกันชีวิตและบริษัทจัดการจึงไม่มีภาระผูกพันในการชดเชยผลขาดทุนของกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน และจะไม่สามารถนำทรัพย์สินของกองทุนรวมไปใช้ประโยชน์เพื่อการชำระหนี้ของตนเอง
  • จำนวนเบี้ยประกันภัยที่ผู้ขอเอาประกันภัยชำระจะถูกหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ และค่าการประกันภัยโดยจำนวนเงินที่เหลือจะถูกนำไปลงทุนในกองทุนรวมตามที่ผู้ขอเอาประกันภัยเลือก 
  • กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้ อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น ผู้ขอเอาประกันภัยอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณ
ในทุกธุรกรรมทางการเงิน

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณในทุกธุรกรรมทางการเงิน

คุณกำลังจะออกจากเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ