กองทุน Thai ESGX

ลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เมื่อลงทุนตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

กองทุนรวมบัวหลวงผสม 70/30 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ

กระจายการลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนฯ โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% แต่ไม่เกิน 70% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนที่มีความโดดเด่นด้าน ESG รวมถึง พันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารหนี้อื่นๆ ที่เป็นตราสารเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน

กองทุนรวมบัวหลวงผสมปันผลไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ

กระจายการลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนฯ โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% แต่ไม่เกิน 70% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นสภาพคล่องสูงที่มีการจ่ายปันผล หรือหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวของราคาเมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ต่ำ (Low Beta) ที่มีความโดดเด่นด้าน ESG รวมถึง พันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารหนี้อื่นๆ ที่เป็นตราสารเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน

กองทุนรวมบัวหลวงหุ้นไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ

ลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้าน ESG

กองทุนเปิดบีแคป เซ็ท ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ

ลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง SET ESG Total Return Index ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้าน ESG

ข้อมูลเพิ่มเติมกองทุนรวม Thai ESGX

สำหรับการลงทุนกองทุน Thai ESGX ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป จะนับวงเงินรวมกับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) โดยมีเงื่อนไขการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ดังนี้
สิทธิประโยชน์ทางภาษี
ยอดเงินลงทุนกองทุน Thai ESGX ในปี 2569 เมื่อนับรวมกับเงินลงทุนในกองทุน Thai ESG สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี

(ยอดเงินลงทุนในกองทุนรวม Thai ESGX และกองทุนรวม Thai ESG เป็นส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมา โดยไม่ต้องนับรวมกับวงเงิน 500,000 บาทต่อปี ที่เป็นเพดานรวมของเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ)
เงื่อนไขการลงทุน
  • ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวม Thai ESGX ที่ลงทุนปี 2569 ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน (นับแบบวันชนวัน) ยกเว้นกรณี ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
  • เงินลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม Thai ESGX สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เฉพาะในปีที่มีการลงทุน
  • ไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี
กรณีผิดเงื่อนไขการลงทุน

กรณีลงทุนเกินสิทธิประโยชน์ทางภาษี

  • เงินลงทุนส่วนที่เกินสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
  • กำไรที่ได้จากการขายคืนเงินลงทุนส่วนที่เกินสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้

กรณีใช้สิทธิยกเว้นภาษีแล้วไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข

  1. เสียภาษีเงินได้สำหรับปีภาษีที่ได้นำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไปหักออกจากเงินได้เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้มาแล้ว
  2. หากมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนต้อง
    • เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 โดยคำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้
    • นำกำไรไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้
  3. ชำระเงินเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรในอัตราร้อยละ 1.50 ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องนำส่ง แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ โดยเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษีของปีที่ผู้ลงทุนยื่นขอยกเว้นภาษีต่อปีที่ต้องเสียภาษี จนถึงวันชำระหรือนำส่งภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น ผู้ลงทุนควรดำเนินการชำระโดยเร็ว

เงื่อนไขตามข้อ 1 ถึงข้อ 3 ไม่รวมกรณีขายคืนหน่วยลงทุนเพราะทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)
คู่มือการลงทุนในกองทุนรวม Thai ESG

ข้อมูลเพิ่มเติมกองทุนรวม Thai ESGX

สำหรับการลงทุนระหว่างวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568
สิทธิประโยชน์ทางภาษี

การลงทุนในกองทุน Thai ESGX จะแบ่งวงเงินสำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีออกเป็น 2 วงเงิน ประกอบด้วย


  • วงเงินที่ 1 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่ลงทุนในกองทุน Thai ESGX ยอดเงินลงทุนระหว่างวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และไม่เกิน 300,000 บาท (แยกวงเงินลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในกองทุน Thai ESG ปกติ)
  • วงเงินที่ 2 สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนที่สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF เดิม ที่มีทั้งหมดในทุกกองทุนกับทุก บลจ. ณ วันที่ 11 มีนาคม 68 (ไม่รวม Class หน่วยภาษีอื่นภายใต้กองทุนเดียวกัน เช่น Class SSF) มาเป็นหน่วยลงทุนของ Thai ESGX ระหว่างวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นเวลา 5 ปี ปีแรก (2568) วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท และปีที่ 2 - 5 (2569 - 2572) วงเงินลดหย่อนภาษีปีละเท่าๆ กันสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อปี

(ยอดเงินลงทุนในกองทุน Thai ESGX ไม่ต้องนับรวมกับวงเงินของกองทุน Thai ESG และไม่นับรวมกับวงเงิน 500,000 บาท ที่เป็นเพดานรวมของเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ)
เงื่อนไขการลงทุนของกองทุนรวม Thai ESGX
ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุน Thai ESGX ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อ/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน (นับแบบวันชนวัน) ยกเว้นกรณี ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
กรณีผิดเงื่อนไขการลงทุนในกองทุนรวม Thai ESGX
กรณีลงทุนเกินสิทธิประโยชน์ทางภาษี

  • เงินลงทุนส่วนที่เกินสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
  • กำไรที่ได้จากการขายคืนเงินลงทุนส่วนที่เกินสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้

กรณีใช้สิทธิยกเว้นภาษีแล้วไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข

  1. คืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับการยกเว้นภาษีไปแล้วให้แก่กรมสรรพากร
  2. ชำระเงินเพิ่มให้กรมสรรพากรในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องนำส่ง แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ โดยเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษีของปีที่ผู้ลงทุนยื่นขอยกเว้นภาษี จนถึงวันชำระหรือนำส่งภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น ผู้ลงทุนควรดำเนินการชำระคืนโดยเร็ว
  3. หากมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนต้อง
    • เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้
    • นำกำไรไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้

เงื่อนไขตามข้อ 1 ถึงข้อ 3 ไม่รวมกรณีขายคืนหน่วยลงทุนเพราะทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)

กองทุนรวม

ทำความรู้จัก กองทุนรวม Thai ESGX

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESG Extra Fund หรือ Thai ESGX) กองทุนรวมที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ลงทุนที่มี LTF และเงินลงทุนใหม่
คำเตือน

  • การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น)
  • ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ผลการดำเนินงาน สิทธิประโยชน์ทางภาษีและผลกระทบกรณีผิดเงื่อนไขการลงทุนที่ระบุในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม Thai ESG ก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้ อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • กรณีไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษี ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่

ธนาคารกรุงเทพ หรือโทร. 1333 www.bangkokbank.com

บลจ.บัวหลวง หรือโทร. 0 2674 6488 กด 8 www.bblam.co.th

บลจ.บางกอกแคปปิตอล หรือโทร. 0 2618 1599 www.bcap.co.th

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณ
ในทุกธุรกรรมทางการเงิน

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณในทุกธุรกรรมทางการเงิน

Maximum 3 products can be compared at the same time.

คุณกำลังจะออกจากเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ