กองทุนรวมหุ้นระยะยาว

เป็นกองทุนที่นำทรัพย์สินสุทธิของกองทุนไปลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีศักยภาพสูงในการให้ผลตอบแทน ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เมื่อลงทุนตามเงื่อนไขที่กำหนด

กองทุนเปิดบัวหลวงทศพลหุ้นระยะยาว

ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และมีปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งผู้จัดการกองทุนคาดหมายว่าจะให้ผลตอบแทนรวมสูงสุด 10 อันดับแรก

กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 หุ้นระยะยาวปันผล

ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ทั้งในและ/หรือต่างประเทศ

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว 75/25

ลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีศักยภาพสูงในการให้ผลตอบแทน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 และไม่เกินร้อยละ 75 ของ NAV

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว

ลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีศักยภาพสูงในการให้ผลตอบแทน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV

กองทุนเปิดบีแคป เอ็มเอสซีไอไทยแลนด์ หุ้นระยะยาว

ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียน ตราสารทุน หรือทรัพย์สินอื่นใดที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี MSCI Thailand ex Foreign Board ให้มากที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเติม

เงื่อนไขการลงทุน
  • เงินลงทุนนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี สำหรับปีภาษีนั้น
  • ระยะเวลาในการถือหน่วยลงทุน
    • สำหรับเงินลงทุนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2559 ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน (เศษของปีนับเป็นหนึ่งปี)
    • สำหรับเงินลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทิน (เศษของปีนับเป็นหนึ่งปี)
  • ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนเฉพาะปีที่ต้องการได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี โดยไม่จำเป็นต้องซื้อทุกปี
สิทธิประโยชน์ทางภาษี

เมื่อลงทุนตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ท่านสามารถนำยอดเงินลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวไปหักลดหย่อนเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี สำหรับปีภาษีนั้น

 

ทั้งนี้ ในกรณีผิดเงื่อนไขการลงทุนผู้ลงทุนจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อน ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

กรณีผิดเงื่อนไขการลงทุนใน LTF
  1. คืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อนไปแล้วให้แก่กรมสรรพากร เฉพาะส่วนของเงินที่นำออกมาจากกองทุนก่อน 5 ปีปฏิทิน (สำหรับเงินลงทุนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2559) หรือก่อน 7 ปีปฏิทิน (สำหรับเงินลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562)
  2. ชำระเงินเพิ่มให้กรมสรรพากรในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องนำส่ง แต่ทั้งนี้ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ โดยเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษีของปีที่ผู้ลงทุนยื่นขอยกเว้นภาษี จนถึงวันชำระหรือนำส่งภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น ผู้ลงทุนควรดำเนินการชำระคืนโดยเร็ว
  3. หากมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้
  4. เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3 ของกำไรจากการขายคืน ซึ่งจะถูกหักทันทีที่มีการขายคืนหน่วยลงทุน

เงื่อนไขตามข้อ 1 ถึงข้อ 4 ไม่รวมกรณีขายคืนเพราะทุพพลภาพและเสียชีวิต ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

คำเตือน

  • การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น)
  • ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ผลการดำเนินงาน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม LTF ก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้อยู่ในดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้



เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณ
ในทุกธุรกรรมทางการเงิน

Maximum 3 products can be compared at the same time.