กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ

เน้นการลงทุนในหลากหลายรูปแบบเพื่อให้เกิดการเก็บออมไว้ใช้ยามเกษียณโดยผู้ลงทุนสามารถ นำเงินลงทุนใน RMF ไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

กองทุนเปิดบัวหลวงมันนี่มาร์เก็ตเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ สถาบันการเงิน เอกชน และ/หรือเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ

กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนระยะปานกลาง และระยะยาวในตราสารหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์/ทรัพย์สินอื่น

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหุ้นขณะใดขณะหนึ่งไม่เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก หรือทรัพย์สินอื่น

กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝากตั้งแต่ 0-100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนหุ้นทั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหุ้นเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น พลังงาน สื่อสาร ขนส่ง บริษัทในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

กองทุนเปิดบัวหลวง Small-Mid Cap เพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดเอ็ม เอ ไอ

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเน้นหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง หรือมีสภาพคล่องสูงสม่ำเสมอ หรือมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง

กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 เพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งในประเทศ และหรือต่างประเทศ เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค

กองทุนเปิดบัวหลวงทศพลเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งผู้จัดการกองทุนคาดหมายว่าจะให้ผลตอบแทนรวมสูงสุด 10 อันดับแรก

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในประเทศอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเอเชียเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class C (AD) USD เพียงกองทุนเดียว

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอินเดียมิดแคปเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Kotak Funds - India Midcap Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นและตราสารอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับหุ้นขนาดกลาง (Mid Cap) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดีย

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอลเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Wellington Global Opportunities Equity Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นสามัญ รวมถึงตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์เพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Wellington Global Health Care Equity Fund เพียงกองทุนเดียว ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทในอุตสาหกรรม Health Care ทั่วโลก

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Fidelity Funds - Global Technology Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class Y-ACC-USD เพียงกองทุนเดียว

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust เพียงกองทุนเดียว ซึ่งมีนโยบายลงทุนในทองคำแท่ง

ข้อมูลเพิ่มเติม

เงื่อนไขการลงทุน
  • เงินลงทุนนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี เมื่อรวมกับเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายโรงเรียนเอกชน เบี้ยประกันแบบบำนาญ และเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ
  • ต้องซื้อหน่วยลงทุนสม่ำเสมอทุกปีจนอายุครบ 55 ปี โดยลงทุนขั้นต่ำร้อยละ 3 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี หรือ 5,000 บาท แล้วแต่จำนวนเงินใดจะต่ำกว่า ทั้งนี้ สามารถระงับการซื้อได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน หรือในปีภาษีที่ไม่มีเงินได้
  • ต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรกและไถ่ถอนหน่วยลงทุนได้เมื่อผู้ลงทุนมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นเงินที่ลงทุนก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2551 สามารถขายคืนได้เมื่อลงทุนต่อเนื่องครบ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับแบบวันชนวัน) ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร
สิทธิประโยชน์ทางภาษี
คุณสามารถนำยอดเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพไปหักลดหย่อนเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี สำหรับปีภาษีนั้น เมื่อรวมกับเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายโรงเรียนเอกชน เบี้ยประกันแบบบำนาญ และเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ

ทั้งนี้ ในกรณีผิดเงื่อนไขการลงทุนผู้ลงทุนจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อน ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร
กรณีผิดเงื่อนไขการลงทุนใน RMF
  1. กรณีถือหน่วยลงทุนยังไม่ครบ 5 ปีนับจากวันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับแบบวันชนวัน) และมีการผิดเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติดังนี้
    • คืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อนไปแล้วให้แก่กรมสรรพากร
    • หากมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้
    • เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3 ของกำไรจากการขายคืน ซึ่งจะถูกหักทันทีที่มีการขายคืนหน่วยลงทุน

     

  2. กรณีถือหน่วยลงทุนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป นับจากวันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับแบบวันชนวัน) และมีการผิดเงื่อนไขการลงทุน หรือขายคืนหน่วยลงทุนก่อนผู้ลงทุนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นเงินลงทุนก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2551ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติดังนี้
    • คืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อนไปแล้วย้อนหลังไม่เกิน 5 ปีปฏิทินให้แก่กรมสรรพากร (นับย้อนหลังตั้งแต่ปีก่อนปีที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไขการลงทุน)

 

ผู้ลงทุนจะต้องชำระภาษีคืนให้กับกรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ผิดเงื่อนไขการลงทุน และหากชำระล่าช้า ผู้ลงทุนจะต้องชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของยอดภาษีที่ต้องชำระคืนด้วยเงื่อนไขตามข้อ 1 และข้อ 2 ไม่รวมกรณีขายคืนเพราะทุพพลภาพและเสียชีวิตตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

คำเตือน

  • การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น)
  • ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ผลการดำเนินงาน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม RMF ก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้อยู่ในดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้



เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณ
ในทุกธุรกรรมทางการเงิน

Maximum 3 products can be compared at the same time.