จุดเด่นพันธบัตร

มีความเสี่ยงต่ำ

เพราะผู้ออกคือรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ

ได้รับกระแสเงินสด

ที่มีความสม่ำเสมอ ทั้งจำนวน และระยะเวลาที่ได้รับ

กระจายความเสี่ยง

ในการลงทุน ผู้ลงทุนสามารถบริหารการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พันธบัตรรัฐบาล

พันธบัตรรัฐบาล
เป็นตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังออกจำหน่าย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ หรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ หรือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ
พันธบัตรออมทรัพย์

เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานภาครัฐ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งขายให้แก่บุคคลธรรมดา และหรือสถาบันที่ไม่มุ่งหวังกำไร เพื่อเป็นทางเลือกในการออมและการลงทุน ปัจจุบันมีการออกพันธบัตรในรูปแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ซึ่งผู้ถือพันธบัตรจะได้รับสมุดพันธบัตรเป็นหลักฐาน และเมื่อถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน ผู้ถือพันธบัตรจะได้รับดอกเบี้ยและต้นเงินคืนโดยอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝากที่ได้แจ้งไว้กับธนาคาร

 

ข้อมูลพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง


พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่นยิ่งออมยิ่งได้ ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

รู้ก่อนซื้อพันธบัตร

หนังสือชี้ชวน

พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่นเราชนะ ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

รู้ก่อนซื้อพันธบัตร

หนังสือชี้ชวน

พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่นก้าวไปด้วยกัน ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

รู้ก่อนซื้อพันธบัตร

หนังสือชี้ชวน

พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น “เราไม่ทิ้งกัน” ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

รู้ก่อนซื้อพันธบัตร

หนังสือชี้ชวน

พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง ประเภททยอยชำระคืนเงินต้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

รู้ก่อนซื้อพันธบัตร

หนังสือชี้ชวน

พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ครั้งที่ 1

รู้ก่อนซื้อพันธบัตร

หนังสือชี้ชวน
พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
  • เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายการเงิน ดูแลสภาพคล่องและอัตราดอกเบี้ยในระบบเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • เป็นตราสารระยะสั้น (อายุไม่เกิน 1 ปี) ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในบางขณะ

หุ้นกู้

ตราสารหนี้ระยะยาวที่ออกโดยบริษัทเอกชน เพื่อระดมเงินจากนักลงทุนไปใช้ในการดำเนินกิจการ หุ้นกู้เป็นตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตร เนื่องจากมีความเสี่ยงในด้านผู้ออกมากกว่า

จุดเด่นหุ้นกู้

ผู้ลงทุนจะได้รับกระแสเงินสด

ที่มีความสม่ำเสมอ ทั้งจำนวน และระยะเวลาที่ได้รับ

อัตราผลตอบแทนสูงกว่า

ตราสารหนี้ประเภทอื่นเนื่องจากมีความเสี่ยงที่ผู้ออกอาจผิดนัดชำระหนี้

อัตราผลตอบแทนขึ้นอยู่กับ

ระดับความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้

ข้อมูลเพิ่มเติม

ช่องทางการซื้อขาย
  • ตลาดแรก คือตลาดที่ผู้ออกตราสารหนี้ทำการขายตราสารหนี้ให้แก่นักลงทุนเป็นครั้งแรก ปัจจุบันธนาคาร มีบทบาทในการเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ และหุ้นกู้ภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก
    • พันธบัตรออมทรัพย์
      • เสนอขายให้แก่บุคคลธรรมดา และหรือสถาบันที่ไม่มุ่งหวังกำไร
      • จำหน่ายผ่านธนาคารกรุงเทพทุกสาขา บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง และบัวหลวง เอทีเอ็ม
    • หุ้นกู้
      • เสนอขายให้แก่ 1) ผู้ลงทุนในวงจำกัด (Private Placement) แบ่งเป็นการเสนอขายแก่กลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ (ไม่ว่าจะเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันด้วยหรือไม่ก็ตาม) และการเสนอขายแก่ผู้ลงทุนเฉพาะเจาะจงไม่เกิน 10 รายในรอบ 4 เดือนใดๆ และ 2) ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering)
      • จำหน่ายผ่านหน่วยงานขายหรือสาขาของธนาคารกรุงเทพที่มีบริการรับจองซื้อ
  • ตลาดรอง คือตลาดที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถทำการซื้อขายตราสารหนี้ หลังจากที่ได้มีการซื้อขายในตลาดแรกเรียบร้อยแล้ว โดยปัจจุบันธนาคารให้บริการซื้อขายพันธบัตรในตลาดรอง ดังนี้
    • การเสนอขายพันธบัตรในบางรุ่นให้แก่ลูกค้า
    • การเสนอขายตราสารหนี้ระยะสั้น (พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย) ให้แก่ลูกค้านิติบุคคล
    • การรับซื้อพันธบัตร และพันธบัตรออมทรัพย์จากลูกค้าในกรณีที่ลูกค้าต้องการขายก่อนครบกำหนด
ภาระภาษี
  • ผู้ลงทุนบุคคลธรรมดา
    • ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและส่วนลด จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%
    • กำไรที่เกิดจากการขาย จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%
  • ผู้ลงทุนนิติบุคคล
    • ผลตอบแทนจากดอกเบี้ย จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% และให้นำไปรวมกับการคำนวณกำไรสุทธิด้วย
    • ผลตอบแทนจากส่วนลด จะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ต้องนำไปรวมกับการคำนวณกำไรสุทธิด้วย
    • กำไรที่เกิดจากการขาย จะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ต้องนำไปรวมกับการคำนวณกำไรสุทธิด้วย
ความเสี่ยงจากการลงทุน

การลงทุนในตราสารหนี้ ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากการลงทุน ได้แก่

  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในตลาด เนื่องจากราคาของตราสารหนี้จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้ามกับอัตราดอกเบี้ยในตลาด ดังนั้น เมื่อนักลงทุนต้องการขายตราสารหนี้ก่อนครบกำหนด หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดในขณะที่จะขายสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้ที่ถืออยู่นักลงทุนอาจต้องยอมขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตรา

 

  • ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ หรือไม่สามารถชำระหนี้เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในกรณีที่ผู้ออกตราสารหนี้ผิดนัดชำระ หรือไม่สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงจากการถูกลดความน่าเชื่อถือในระหว่างที่ตราสารหนี้ยังไม่ครบกำหนดไถ่ถอน ตราสารหนี้ภาครัฐถือว่าเป็นตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงชนิดนี้ต่ำมาก ดังนั้นอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจึงมักต่ำกว่าตราสารหนี้ภาคเอกชน

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณ
ในทุกธุรกรรมทางการเงิน

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณในทุกธุรกรรมทางการเงิน