กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)

ลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย โดยเงินลงทุนในกองทุน Thai ESG สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

กองทุนรวมบัวหลวงผสมไทยเพื่อความยั่งยืน (B-MIXED-THAIESG)

กระจายการลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้าน ESG รวมถึง พันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารหนี้อื่นๆ ที่เป็นตราสารเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน

กองทุนรวมบัวหลวงหุ้นไทยเพื่อความยั่งยืน (B-EQ-THAIESG)

ลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้าน ESG

กองทุนรวมบัวหลวงตราสารภาครัฐไทยเพื่อความยั่งยืน (B-SI-THAIESG)

เน้นลงทุนในตราสารภาครัฐไทย ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond)

กองทุนรวมบัวหลวงทศพลไทยเพื่อความยั่งยืน (B-TOP-THAIESG)

ลงทุนเน้นๆ ในหุ้นไทย ESG 10 ตัวที่ผู้จัดการกองทุนคัดสรรแล้ว

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

ลงทุนเพื่อออมไว้ใช้ยามเกษียณ และนำเงินลงทุนในกองทุน RMF ไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นยูเอสพาสซีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-USPASSIVERMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ SPDR S&P 500 ETF Trust (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่ลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P 500

กองทุนเปิดบัวหลวงเอเชียเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASIATECHRMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Wellington Asia Technology Fund, USD S Accumulating Unhedged (กองทุนหลัก) ที่เน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านเทคโนโลยีและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่จดทะเบียนหรือที่ดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย และส่งเสริมการลงทุนด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น Opportunities เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-OPPRMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Pictet - Global Thematic Opportunities (กองทุนหลัก) ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างประชากร สิ่งแวดล้อม ไลฟ์สไตล์และแนวโน้มอื่นๆ ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั่วโลกในระยะยาว

กองทุนเปิดบีแคป เซ็ท อินเด็กซ์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (BCAP-SET RMF)

ลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง SET Total Return Index

กองทุนเปิดบัวหลวง Premium Brands เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-PREMIUMRMF)

เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ Pictet – Premium Brands, Class I EUR (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว

กองทุนเปิดบัวหลวง ไดนามิก บอนด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-DYNAMICRMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุน ETF ต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป (กองทุนปลายทาง) โดยกองทุนปลายทางมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-GLOB-INFRARMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ FTGF ClearBridge Global Infrastructure Income Fund Class P2 USD Acc (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก

กองทุนเปิดบัวหลวงมันนี่มาร์เก็ตเพื่อการเลี้ยงชีพ (MM-RMF)

ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ สถาบันการเงิน เอกชน และ/หรือเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ

กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (BFRMF)

ลงทุนระยะปานกลาง และระยะยาวในตราสารหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์/ทรัพย์สินอื่น

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF)

ลงทุนในหุ้นขณะใดขณะหนึ่งไม่เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก หรือทรัพย์สินอื่น

กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

ลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝากตั้งแต่ 0-100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กลุ่มกองทุนเปิดบีแคป โกลบอล ทาร์เก็ต เดท เพื่อการเลี้ยงชีพ (BCAP-20X0RMF)

ปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องตามช่วงอายุของผู้ลงทุน โดยมีนโยบายการลงทุนแบบผสม และจะลงทุนในทรัพย์สินทั้งในประเทศและต่างประเทศ

กลุ่มกองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BMAPSRMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน CIS กองทุน Infra กองทุน Property/REITs และ/หรือ กองทุน ETF ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป (กองทุนปลายทาง) ทั้งในและต่างประเทศ มีให้เลือก 3 กองทุนตามสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน

กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (BERMF)

ลงทุนหุ้นทั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเลี้ยงชีพ (IN-RMF)

ลงทุนในหุ้นเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น พลังงาน สื่อสาร ขนส่ง บริษัทในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

กองทุนเปิดบัวหลวง Small-Mid Cap เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-SM-RMF)

ลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดเอ็ม เอ ไอ

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเน้นหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง หรือมีสภาพคล่องสูงสม่ำเสมอ หรือมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง

กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 เพื่อการเลี้ยงชีพ (BBASICRMF)

ลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งในประเทศ และหรือต่างประเทศ เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค

กองทุนเปิดบัวหลวงทศพลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-TOPTENRMF)

ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งผู้จัดการกองทุนคาดหมายว่าจะให้ผลตอบแทนรวมสูงสุด 10 อันดับแรก

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASEANRMF)

ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในประเทศอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอินเดียมิดแคปเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INDIAMRMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Kotak Funds - India Midcap Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นและตราสารอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับหุ้นขนาดกลาง (Mid Cap) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดีย

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีนเอแชร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-CHINAARMF)

เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Allianz China A-Shares (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในตลาดหุ้นจีน A-Shares

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเวียดนามเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-VIETNAMRMF)

ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศเวียดนาม และ/หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหรือได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม

กองทุนเปิดบัวหลวงยูเอสอัลฟ่าเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-USALPHARMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ JPMorgan Funds - US Growth Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน JPM US Growth I (acc) – USD เพียงกองทุนเดียว

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเอเชียเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASIARMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class C (AD) USD เพียงกองทุนเดียว

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-GLOBALRMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Wellington Global Quality Growth Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นสามัญ รวมถึงตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นฟิวเจอร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-FUTURERMF)

ลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศของบริษัทที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการบริโภคในอนาคต

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลธีมเมติกออพพอร์ทูนิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-GTORMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Wellington Global Innovation Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน S-ACC (USD) เพียงกองทุนเดียว

กองทุนเปิดบัวหลวงยั่งยืนเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-SIPRMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนภายใต้การจัดการของ Pictet Asset Management ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป (กองทุนปลายทาง)

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BCARERMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Wellington Global Health Care Equity Fund เพียงกองทุนเดียว ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทในอุตสาหกรรม Health Care ทั่วโลก

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INNOTECHRMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Fidelity Funds - Global Technology Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class Y-ACC-USD เพียงกองทุนเดียว

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BGOLDRMF)

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust เพียงกองทุนเดียว ซึ่งมีนโยบายลงทุนในทองคำแท่ง

กองทุนเปิดฟันด์ออฟฟันด์บัวหลวงโครงสร้างพื้นฐาน&อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-IR-FOFRMF)

ลงทุนทั้งในและต่างประเทศในหน่วยลงทุน และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ที่เน้นการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และ/หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

ข้อมูลเพิ่มเติม กองทุนรวม Thai ESG

สิทธิประโยชน์ทางภาษี
ยอดเงินลงทุนกองทุน Thai ESGX ในปี 2569 เมื่อนับรวมกับเงินลงทุนในกองทุน Thai ESG สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี

(ยอดเงินลงทุนในกองทุนรวม Thai ESGX และกองทุนรวม Thai ESG เป็นส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมา โดยไม่ต้องนับรวมกับวงเงิน 500,000 บาทต่อปี ที่เป็นเพดานรวมของเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ)
เงื่อนไขการลงทุน
  • ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวม Thai ESGX ที่ลงทุนปี 2569 ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน (นับแบบวันชนวัน) ยกเว้นกรณี ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
  • เงินลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม Thai ESGX สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เฉพาะในปีที่มีการลงทุน
  • ไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี
กรณีผิดเงื่อนไขการลงทุน

กรณีลงทุนเกินสิทธิประโยชน์ทางภาษี

  • เงินลงทุนส่วนที่เกินสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
  • กำไรที่ได้จากการขายคืนเงินลงทุนส่วนที่เกินสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้

กรณีใช้สิทธิยกเว้นภาษีแล้วไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข

  1. เสียภาษีเงินได้สำหรับปีภาษีที่ได้นำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไปหักออกจากเงินได้เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้มาแล้ว
  2. หากมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนต้อง
    • เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 โดยคำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้
    • นำกำไรไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้
  3. ชำระเงินเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรในอัตราร้อยละ 1.50 ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องนำส่ง แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ โดยเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษีของปีที่ผู้ลงทุนยื่นขอยกเว้นภาษีต่อปีที่ต้องเสียภาษี จนถึงวันชำระหรือนำส่งภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น ผู้ลงทุนควรดำเนินการชำระโดยเร็ว

เงื่อนไขตามข้อ 1 ถึงข้อ 3 ไม่รวมกรณีขายคืนหน่วยลงทุนเพราะทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)
คู่มือการลงทุนในกองทุนรวม Thai ESG

ข้อมูลเพิ่มเติม กองทุนรวม RMF

สิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุนรวม RMF
  • เงินลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

    สามารถนำยอดเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี สำหรับปีภาษีนั้น เมื่อรวมกับเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund: SSF) เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ

  • เงินลงทุนก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2562

    สามารถนำยอดเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี สำหรับปีภาษีนั้น เมื่อรวมกับเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
เงื่อนไขการลงทุนของกองทุนรวม RMF
  • ต้องซื้อหน่วยลงทุนสม่ำเสมอทุกปีจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ โดยไม่กำหนดจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ ยกเว้น การลงทุนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 ต้องลงทุนขั้นต่ำร้อยละ 3 ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี หรือ 5,000 บาท แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ทั้งนี้ สามารถระงับการซื้อได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน หรือในปีภาษีที่ไม่มีเงินได้
  • ต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุน RMF ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับแบบวันชนวัน) และขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อผู้ลงทุนมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ ยกเว้น หน่วยลงทุนที่ซื้อก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2551 สามารถขายคืนได้เมื่อลงทุนต่อเนื่องครบ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับแบบวันชนวัน)
กรณีผิดเงื่อนไขการลงทุนในกองทุนรวม RMF
กรณีลงทุนเกินสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • เงินลงทุนส่วนที่เกินสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
  • กำไรที่ได้จากการขายคืนเงินลงทุนส่วนที่เกินสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้
กรณีใช้สิทธิยกเว้นภาษีแล้วไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
  1. กรณีถือหน่วยลงทุนยังไม่ครบ 5 ปี นับจากวันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับแบบวันชนวัน) และมีการผิดเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติดังนี้
    • คืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อนไปแล้วให้แก่กรมสรรพากร
    • หากมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนต้อง
      -  เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 โดยคำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้
      -  นำกำไรไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนได้รับในปีภาษีนั้น เพื่อชำระภาษีเงินได้ 

     

  2. กรณีถือหน่วยลงทุนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป นับจากวันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับแบบวันชนวัน) และต้องไม่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปีติดต่อกัน โดยมีการลงทุนขั้นต่ำเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด หากมีการขายคืนหน่วยลงทุนก่อนผู้ลงทุนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ (ยกเว้น หน่วยลงทุนที่ซื้อก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2551) ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติดังนี้
    • คืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อนไปแล้วย้อนหลังไม่เกิน 5 ปีปฏิทินให้แก่กรมสรรพากร (นับย้อนหลังตั้งแต่ปีก่อนปีที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไขการลงทุน)


ผู้ลงทุนจะต้องชำระภาษีคืนให้กับกรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ผิดเงื่อนไขการลงทุน และหากชำระล่าช้า ผู้ลงทุนจะต้องชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของยอดภาษีที่ต้องชำระคืนด้วย

เงื่อนไขตามข้อ 1 และข้อ 2 ไม่รวมกรณีขายคืนหน่วยลงทุนเพราะทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร


ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
คู่มือการลงทุนในกองทุนรวม RMF

โปรโมชันพิเศษปี 2568

โปรโมชัน กองทุนรวม RMF/Thai ESG

รับฟรี Starbucks e-Coupon มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท/ท่าน* เมื่อลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และ/หรือ กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ของบลจ. บัวหลวง และ/หรือ บลจ. บางกอกแคปปิตอล

เปิดง่าย ซื้อได้เลย ปี 2568

รับฟรี Starbucks e-Coupon มูลค่า 100 บาท/ท่าน* เมื่อเปิดบัญชีและซื้อกองทุน ผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ

B-SELECT

B-SELECT แนะนำกองทุนที่น่าสนใจ สร้างโอกาสการลงทุนกับธีมธุรกิจที่กำลังเติบโต สู่ผลตอบแทนในระยะยาว
คำเตือน
  • การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น)
  • ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ผลการดำเนินงาน สิทธิประโยชน์ทางภาษี และผลกระทบกรณีผิดเงื่อนไขการลงทุนที่ระบุในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม Thai ESG หรือสอบถามข้อมูลและขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุน ก่อนการตัดสินใจลงทุน
  • กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้ อยู่ในดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณ
ในทุกธุรกรรมทางการเงิน

เครื่องมือช่วยเหลือ

ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณในทุกธุรกรรมทางการเงิน

Maximum 3 products can be compared at the same time.

คุณกำลังจะออกจากเว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ